ชาติ (ชาตะ) คือ กำเนิด เกิดขึ้น
ธรรมะ+ชาติ คือ ความจริงที่เกิดขึ้น
ธรรมะที่มีอยู่ในธรรมชาติมีมากมายหลากหลายจากหลายแง่มุม แล้วแต่คนมอง ในที่นี้ขอพูดถึงต้นไม้ให้ธรรมะก็แล้วกันนะคะ
ต้นไม้มีความอดทน ทนต่อแดดร้อน ทนต่อความแห้งแล้ง ทนต่อความหนาวเย็น ทนต่อฝนตก ต้นไม้มีความอ่อนน้อม โอนอ่อน แต่ไม่อ่อนแอ เช่นเวลามีลมพัด มีพายุ ต้นไม้ก็จะโอนเอน โอนอ่อนผ่อนตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้นไม้มีความซื่อสัตย์ เช่น เราปลูกมะม่วงก็ย่อมได้ลูกมะม่วง ปลูกอะไรก็ได้สิ่งนั้น
มีคำพังเพยที่เปรียบเทียบต้นไม้ กับพฤติกรรมของมนุษย์ไว้หลายเรื่องด้วยกันที่จะทำให้เรามองสะท้อนถึงสัจจธรรมที่เกิดขึ้น ดังเช่น ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก หรือบอกว่ากล้วยเป็นไม้อกตัญญู เพราะกล้วยเวลามีลูกแก่แล้วจะถูกตัดเครือไป ทำให้ต้นแม่ตาย แต่ก่อนตายกล้วยจะแตกหน่อเพื่อสืบทอดสายพันธุ์ไว้เช่นเดียวกันเพราะเป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกชื่อว่าเป็นกล้วย (ลำต้น เรียกว่า กาบ ใบกล้วย เรียกว่า ใบตอง หรือแม้แต่ดอกกล้วย เรายังเรียกว่า หัวปลี ฯลฯ ) แต่ทางตรงกันข้ามประโยชน์จากกล้วยมีมากมายมหาศาล
ต้นไม้เป็นที่พึ่งของสรรพสิ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ ต่างอาศัยร่มเงา และเป็นอาหาร ให้ความร่มเย็นและร่มรื่นรวมถึงอากาศในการหายใจ ให้ความสุข ความสมบูรณ์ เฉกเช่น ธรรมะที่มีในตัวตนของมนุษย์ มองจากแก่นของธรรมะในพุทธศาสนาแล้วนำมาเปรียบกับต้นไม้ได้ดังนี้
• ลาภสักการะชื่อเสียง เปรียบเหมือน กิ่งไม้ใบไม้
• ความสมบูรณ์ด้วยศีล เปรียบเหมือน สะเก็ดไม้
• ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ เปรียบเหมือน เปลือกไม้
• ความสมบูรณ์ด้วยปัญญา เปรียบเหมือน กระพี้ไม้
• ความหลุดพ้นแห่งจิต เปรียบเหมือน แก่นไม้หรือสาระ
ดังนั้นไม่สามารถแยกธรรมะออกจากธรรมชาติได้ เพราะมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนอนิจจังดังหลักธรรมที่ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา …สาธุ
ธรรมชาติของ ความรู้เป็นอย่างไรครับ
ต่างจากปัญญาอย่างไร
เป็นมุมมองอีกด้านหนึ่งนะคะอาจจะไม่ตรงประเด็นก็ได้ เพราะเป็นแต่เพียงรู้ ปัญญายังไม่แตกฉาน