GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ตามรอยพ่อไปกราบหลวงพ่อเงิน

                  วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2549 เป็นวันหยุดชดเชย วันรัฐธรรมนูญ ที่บ้านเราตกลงกันว่าเราจะเดินทางไปเที่ยวบึงสีไฟ ที่จังหวัดพิจิตรกัน ซึ่งผมได้เสนอความคิดว่าไหนๆ เราไปพิจิตรแล้ว เราเลยไปกราบหลวงพ่อเงินที่ วัดบางคลานด้วยดีไหม

                  หลวงพ่อเงินนั้นเป็นพระเกจิอาจารย์ที่พ่อผมเคารพนับถือมาก จำได้ว่าตอนช่วงที่ผมมาสู่ขอ อ้อยไปทำลูกนั้น พ่อผมเลยได้มีโอกาสเข้าไปจุดธูป เทียนสักการะหลวงพ่อเงิน ที่วัดบางคลานปรากฏว่าก้านธูปที่ไหม้นั้นม้วนตัวลงมาคล้ายตัวเลข พ่อผมก็เลยไปซื้อล็อตเตอรี่ปึกใหญ่ ปรากฏว่าถูกเลขท้ายสองตัวทั้งปึก

                      เท่าที่ผมอ่านประวัติของหลวงพ่อเงินเดิมท่านชื่อเงิน เมื่อสมัยก่อนยังไม่ได้ใช้นามสกุล ท่านเกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2351 ตรงกับศุกร์เดือน 10 ปีมะโรง บิดาของท่านชื่อ อู๋ เป็นชาวบ้านบางคลาน มารดาของท่านชื่อฟัก เป็นชาวบ้านแสนตอ จังหวัดกำแพงเพชร ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งรัตนโกสินทร์

                 ตอนที่ผมเดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่อเงินนั้น มีวัดสองวัดที่จังหวัดพิจิตร ที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อเงิน วัดแรกคือวัดท้ายน้ำ เป็นวัดเก่าของหลวงพ่อเงิน ก่อนที่หลวงพ่อเงินจะมาจำพรรษาที่วัดบางคลาน ตามประวัติ เมื่อปี พ.ศ. 2356 หลวงพ่อเงินอายุได้ 5 ขวบ นายช่วงซึ่งเป็นครูของท่าน ได้หาหลวงพ่อเงินไปอยู่กรุงเทพฯ จนกระทั่ง หลวงพ่อเงินเติบโตเข้าศึกษาเล่าเรียนได้ จึงได้นำหลวงพ่อเงินไปฝากไว้ที่วัดตองปู (วัดชนะสงคราม) เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือ ที่วัดชนะสงครามตลอดมาจนถึงปี พ.ศ. 2363 หลวงพ่อเงินอายุได้ 12 ปีจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร

                  ทั้งสองวัดที่ผมไปกราบหลวงพ่อเงินจะมีรูปปั้นหลวงพ่อเงินให้ปิดทอง ตามลักษณะความศรัทธาของชาวบ้าน และทั้งสองวัดก็จะมีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อเงิน แต่ลักษณะการจัดวางไม่เหมือนกัน ที่วัดท้ายน้ำจะสร้างกุฐิแบบเรือนไม้ไทยโบราณ นำหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อไว้ภายในพร้อมกับจัดแสงเหมือนสลัวๆ ดูขลังๆ โดยมีเรื่องเล่าของผู้ใหญ่ในท้องถิ่นเกี่ยวกับหลวงพ่อเงินว่า

             “เมื่ออายุครบบวชท่านก็ได้ อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดชนะสงคราม ฉายา พุทธโชติ แล้วท่านได้จำพรรษา เพื่อปฏิบัติธรรมวินัยเรียนทางวิปัสสนากรรมฐานอยู่ได้ 3 พรรษาขณะที่ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงครามท่านได้ไปถวายตัวเป็นศิษย์เพื่อศึกษาศิลปวิทยาคมตลอดจนเรียน วิปัสสนาธุระ ในทางเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรีจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒจารย์(โต) พรหมรังสีวัดระฆังโฆสิตารามจนเป็นที่พอใจแล้ว ท่านจึงได้กลับไปจำพรรษาที่วัดคงราราม (วัดบางคลานใต้) บ้านบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอบางคลาน จังหวัดพิจิตร บ้านเดิมของท่านอยู่ได้ 1 พรรษา”

                  ดังนั้นที่วัดบางคลานนอกจากจะมีรูปปั้นของหลวงพ่อเงินแล้ว จึงมีรูปปั้นของสมเด็จโต ฯ ด้วย ตามประวัติตอนที่หลวงพ่อเงินไปอยู่ที่วัดคงคารามนี้มีหลวงพ่อพระอุปัชฌาย์ให้ เป็นเจ้าอาวาสอยู่ก่อนแล้ว ท่านเป็นพระที่เรืองวิชาแก่กล้าองค์หนึ่งเหมือนกันและท่านชอบเล่นแร่แปรธาตุด้วย แต่หลวงพ่อท่านอุปัชฌาย์ให้ท่านชอบเทศน์แหล่ เป็นทำนองการเทศน์แหล่หรือการซ้อมแหล่ ทำให้เกิดเสียงดังมาก หลวงพ่อเงินท่านไม่พอใจ เพราะท่านเป็นพระที่เคร่งครัดทางธรรมวินัยและทางวิปัสสนากรรมฐานชอบแต่ทางสงบ ท่านจึงได้ย้ายจากวัดคงคารามไปอยู่ยังหมู่บ้านวังตะโก ซึ่งลึกเข้าไปในทางลำน้ำแควพิจิตรเก่า โดยท่านได้หักกิ่งโพธิ์ไปด้วย 3 กิ่ง และปักลงตรงบริเวณป่าตะโก แล้วท่านก็ได้อธิษฐานจิตว่า ถ้าท่านได้มาสร้างวัด ณ สถานที่แห่งนี้ ถ้ามีความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคตข้างหน้า ขอให้กิ่งโพธิ์ทั้ง 3 กิ่ง จงเจริญงอกงามตามไปด้วย ก็ปรากฏว่าเป็นไปตามคำอธิษฐานของหลวงพ่อทุกประการ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): หลวงพ่อเงิน
หมายเลขบันทึก: 66569
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

เมื่อครั้งผมอยู่ปี ๑ ช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ ผมมีโอกาศได้ทำโครงการ เรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน โดยผมลงไปอยู่ใน ต.บางคลาน จ.พิจิตร ก็พักในโรงเรียนใกล้ๆวัดหลวงพ่อเงิน นั่นแหละครับ อยู่ตรงนั้นประมาณ ๑ เดือน ตอนนั้นโครงการ SML กำลังบูม ยังจำบรรยากาศที่นั้นได้ดีครับ ๑ เดือนกับ ชุมชนที่หลวงพ่อเงินที่ศูนย์รวมทางจิตใจ ยังอยากไปอีกครับ