ต้นทุนชีวิตแต่ละคนไม่เท่ากัน ก็เพราะไม่อย่างเขา เราจึงต้องพยายาม...

           ต้นทุนชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน บ้างอาจเกิดมาในครอบครัวที่ดีพร้อม บ้างก็อาจเกิดมาในครอบครัวที่ฐานะปานกลาง และบ้างอาจเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกคิดเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ เมื่อพูดถึงต้นทุนชีวิต แต่ความจริงแล้วต้นทุนชีวิตไม่ได้หมายถึงแค่นั้น  การที่คนเราได้เกิดลืมตาดูโลกก็นับว่าเป็นต้นทุนชีวิตที่ดีมาก ๆ แล้ว ที่พ่อแม่มอบให้


          ตัวดิฉันเองเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น อบอุ่นไปด้วยความรัก ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีฐานะที่ดี ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่มีทั้งพ่อ แม่ ลูก ต้นทุนชีวิตที่พ่อให้ก่อนที่พ่อจะเสีย ก็คือนามสกุล สิ่งนี้สำคัญมาก ๆ เป็นประโยชน์มาก เพราะด้วยความที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดชายแดน จึงมีคนมากมายที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ ที่บ้านของฉันเองก็มี ดิฉันจึงเห็นถึงความลำบากในการใช้ชีวิต โอกาสต่าง ๆ หลาย ๆ อย่าง ขอบคุณพ่อที่ต่อให้ไม่อยู่แล้ว ก็ยังทิ้งท้ายสิ่งที่มีค่าที่สุดให้ได้ใช้ต่อไปในอนาคต พ่อเป็นพ่อที่ดีที่สุด เป็นแบบอย่างที่ดีมาตลอด หนูสัญญาว่าจะใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด 


         ต้นทุนชีวิตที่แม่มอบให้ คือความรักและโอกาส ความรักของแม่ประเสริฐและยิ่งใหญ่มาก อบรมเลี้ยงดูมาไม่เคยปล่อยให้อดตาย ถึงจะอยู่อย่างลำบาก ลำบากก็แค่กาย แต่ใจมีความสุขดี แม่ให้ทุกอย่างที่ให้ได้ แม่ไม่เคยห้ามให้ทำในสิ่งที่ดี ที่อยากทำ เช่นความฝัน แม่ส่งเสริมทุกทางไม่เคยย้อท้อต่ออุปสรรค สำหรับคนที่ไม่มีเงินแล้ว ความฝันอาจจะต้องจบลงที่นั่นยังคงมีอยู่  บางคนมีกำลังส่งเสริมแต่ไม่สนับสนุนให้ลูกเรียนก็มี แต่ขอบคุณพระเจ้าที่มีแม่แบบแม่ แม่ที่ไม่ได้เรียนหนังสือแต่ก็มองเห็นโอกาส สิ่งดี ๆ จากการศึกษา เงินจึงไม่ได้มีผลต่อครอบครัวของเรามากนัก เพราะดิฉันคิดว่าถ้าเราขยัน ตั้งใจ สักวันเราต้องไปถึงฝันแน่นอน ขอบคุณที่แม่ที่เลียงมาแบบนี้ 


        ขอบคุณโชคชะตาที่ลิขิตให้ชีวิตฉันเป็นแบบนี้ เกิดมาในคครอบครัวที่อบอุ่น ได้ลงมือทำอะไร ๆ ด้วยตัวเอง คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ ดิฉันเชื่อเสมอว่าดิฉันสามารถมีชีวิตที่ดีได้ไม่แพ้คนอื่น ขอบคุณความไม่มี เพราะมันทำให้คนที่ไม่มีต้องดิ้นรนมากกว่าคนอื่น ๆ บางทีความไม่มีก็บีบบังคับให้คนเราเลือกทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการของจิตใจ ดิฉันไม่ได้หมายถึงการทำในสิ่งที่ไม่ดีนะคะ 


        แต่ในที่นี้ที่ดิฉันจะกล่าวถึงก็คือ มีครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันถามแม่ว่าทำไมตอนนั้น ตอนที่ดิฉันกับน้องยังเด็ก ๆ แม่ถึงส่งดิฉันไปเรียนไกลถึงต่างจังหวัด ตอนนั้นดิฉันอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และน้องของดิฉันอายุกำลังจะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  ไม่มีพ่อแม่คนคนไหนส่งลูกที่ยังเล็กไปเรียนไกล ไปอยู่หอพักนานเป็นเดือน ๆ กลับบ้านทีก็ช่วงปิดเทอม ตอนนั้นแม่ทำใจได้ยังไง แม่บอกกับฉันว่า เพราะแม่ไม่มีทางเลือก  


       ต้นทุนชีวิต ทุกสิ่งที่ดิฉันมี ดิฉันคิดว่าเพียงพอแล้ว ดิฉันพอใจที่ได้เกิดมามีชีวิต มีครอบครัว และหลาย ๆ อย่างแค่นี้ก็มากพอ ถ้าสมมติว่าเลือกเกิดได้อีกสักครั้ง ดิฉันก็อยากจะเกิดมาเป็นคนนี้คนเดิม มีชีวิตแบบนี้