สวัสดีค่ะ ...ยาโหม่ โหม่...




….จดหมายนี้คงเป็นฉบับเเรกที่เขียนถึงโหม่ โหม่ นะคะ อย่างเเรกเลยวันเเม่ปีนี้ไม่ได้กลับบ้านนะ เพราะหนูมีงานที่ต้องทำค่อนข้างเยอะนิดหนึ่งค่ะ(เอาขนมฝากกลับบ้านเเทนหนูเเล้วกันก่อนนะคะ) เเละอีกอย่างฝนตกด้วยถ้าขับรถโหม่คงห่วงน่าดูเพราะหนูรู้ว่าสิ่งหนึ่งที่หนูจะทำให้ได้นอกจากการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีเเล้วคือการไม่ทำให้โหม่ต้องเป็นห่วง การขับรถกลับบ้านคนเดียวนั้นโหม่จะห่วงมากเเละจะไม่สบายใจเลย จึงได้เเต่โทรคุยกันทางโทรศัพท์เเทน เเละดังนั้นหนูจะไม่ทำสิ่งที่โหม่ต้องทุกข์หรือไม่สบายใจนะคะ เเต่หนูจะหาเวลากลับบ้านให้ได้ค่ะเเละจะพยายามกลับรถตู้เเทนนะคะ

………………..



จดหมายฉบับเเรกนี้หนูขอเขียนถึงความรู้สึกที่มี่ต่อโหม่นะคะเริ่มเลยเเล้วกัน 

….ตั้งเเต่หนูลืมตาเกิดมาบนโลกเเละตั้งเเต่จำความได้หนูก็เห็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนหนึ่งคอยดูเเล คอยอาบน้ำ ทำกับข้าว ดูเเลเมื่อยามเจ็บป่วย พาไปหาหมอที่อนามัย ไปเฝ้าหนูที่อนามัยตอนป่วยเป็นไข้มาลาเรีย จำได้ว่าตอนนั้นหมอจะฉีดน้ำเกลือให้เข้าที่เส้นเลือด โหม่กลัวหนูกลัวจึงเอามือปิดตาหนูไว้เเละซื้อขนมมาให้ตอนที่นอนอยู่ที่อนามัย เเละจำได้อีกว่ามันมีเตียงนอนเเค่เตียงเดียวโหม่กับป่าก็ไม่ได้นอนได้เเต่นั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ เเละหนูก็ไม่รู้ว่าโหม่กับป่านอนตรงไหนเพราะหนูยังเด็กอยูู่ประมาณป.3 จึงหลับก่อนเเละตื่นมาอีกทีโหม่กับป่าก็ตื่นมาก่อนเเล้ว

………………..

….หนูเป็นเด็ที่กินยายากมากตั้งเเต่เด็ก ตอนเป็นไข้มาลาเรียได้กินเเต่ยาที่เป็นเม็ดทำให้หนูไม่อยากกินโหม่ก็หาวิธีต่าง ๆ นานาเพื่อจะให้หนูกินยาเเละหายป่วยให้ได้ วิธีที่โหม่ทำเเละก็ได้ผลที่สุดคือ การละลายยาในน้ำเเล้วให้หนูกิน จำได้ว่าถ้าไม่ใช่วิธีนี้หนูก็จะไม่ยอมกินยาเลยนะ

………………..

….เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยที่ต้องไปเรียนโหม่ก็เป็นคนที่พาหนูไปส่งที่โรงเรียน ตอนพาไปส่งเมื่ออยู่ชั้นอนุบาลโหม่จะอยู่กับหนูจนกว่าจนกว่าหนูจะลืมตัวเเละสนุกกับการเล่นกับเพื่อน หลังจากนั้นโหม่ถึงจะกลับบ้านไปทำงานได้เพราะถ้าไม่อย่างนั้นหนูจะงอเเงเเละร้องไห้มาก เเต่โหม่โชคดีนะคะเนี่ยที่หนูเป็นคนที่เข้ากับเพื่อนได้ง่าย โหม่จะมาส่งเเค่ครั้งสองครั้งหลังจากนั้นหนูก็มาโรงเรียนเองได้เเล้ว><555

………………..

….ตอนเด็หนูจะเป็นคนที่งอเเงเก่งร้องไห้เก่งเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนที่เเม่ตัดผมให้ถ้ามันสั้นไปหนูก็จะร้องไห้เเละตอนนั้นจำได้ว่าหนูให้เม่ถักเปียผมให้เเต่มันไม่สวยอย่างที่หนูต้องการเพราะผมหนูสั้นจึงร้องไห้ไม่ยอมไปเรียนเลยเเหล่ะ ทรงผมยอดฮิตคือ (ทรงผมสั้นหน้าม้า><)

………………..

….เเละพยู่ประถมต้น ตอนวันเเม่ของปีหนึ่ง จะบอกโหม่ว่าหนูตั้งใจทำการประกวดวาดภาพมากเลยนะคะ ตั้งใจวาดภาพเเละระบายสีวันเเม่จนหนูได้รางวัลชนะเลิศเพราะหนูพยายามทำให้เเตกต่างจากเพื่อนคือ การวาดสีภาพให้เข้มกว่าคนอื่น เเละมีก้อนเมฆคำพูดเพิ่มด้วย ก่อนวันเเม่หนึ่งวันคุณครูจะติดผลงานเเสดงลำดับที่ หนูก็ไปดูเเละได้ยินคุณครูบอกว่าที่ภาพนี้ได้ที่หนึ่งเพราะว่าสามารถระบายสีได้ภาพเด่นกว่า วันนั้นหนูดีใจมากเเอบกลับไปหลับอย่างมีความสุขเพราะในใจคิดว่าโหม่ต้องดีใจเเน่เลย เเละวันรุ่งขึ้นก็เป็นจริงเพราะตอนที่หนูไปรับรางวัลหนูเเอบชำเลืองมองที่นัยน์ตาโหม่ก็รู้ว่าโหม่ปลื้มเเละภูมิใจมากเเค่ไหนะบอกว่าหนูก็ดีใจมากไม่ต่างจากโหม่เช่นกันค่ะ ถึงเเม้รางวัลจะเป็นขนมปี๊บเเบ่งใส่ถุงหนึ่งห่อกับใบประกาศหนึ่งใบก็ตามค่ะ

………………..



เเต่ถึงโหม่จะใจดีเหมือนนางฟ้ามากเเค่ไหนก็เเอบมีหลาย ๆ ครั้งที่โหม่เป็นนางยักษ์เหมือนกันนะ 555

….ครั้งเเรกจำได้ว่าเป็นฤดูฝนช่วงเดือนนี้เเหล่ะ (สิงหาคม) หนูชวนพี่สาว (พี่ดา) ไปเล่นน้ำที่เเม่น้ำเเละกับพี่ ๆ อีกหลายคน ตอนนั้นยังเด็กมากไม่รู้เเม้กระทั่งช่วงที่เรากำลังเล่นน้ำนั้น น้ำป่ากำลังไหลหลากมาเลยภาพที่เห็นคือน้ำป่ากำลังพัดเอาเศษไม้ต่าง ๆ มาเเละน้ำสีขุ่นเเดงมาก เเต่หนูไม่รู้จริง ๆ เห็นพี่ ๆ เล่นก็เล่นด้วยโดยมีพี่อีกคน (พี่ศรีจันทร์) เป็นคนอุ้มไว้ สักพักเเม่ก็ถือไม้เรียวหน้าตาดุมาก>< เห็นพี่สาววิ่งขึ้นบนบกเเละรีบวิ่งเลยโดยไม่รอหนู เเละหนูก็ขึ้นบกเเละวิ่งตามกลับไปอย่างเร็วไม่ทันเเม้กระทั่งจะตอบคำถามคนที่เจอระหว่างทาง จากนั้นโหม่ก็มีถึงบ้านในเวลากระชั้นชิด หนูวิ่งเข้าผิดห้องเป็นห้องที่ประตูเป็นผ้าห่มจึงจนมุม เเละต้องให้เเม่ตีโดยดี ส่วนพี่ดาจะเข้าห้องหลักประตูเป็นไม้ไผ่เเต่เขาก็เเอบโชคร้ายเพราะห้องนั้นถูกล็อกไว้ ยังจำภาพได้ว่าพี่ก็ปีนประตูบ้านเเม่ตีได้เเค่ทีสองทีเเละจากนั้นก็ล็อกประตูข้างในห้อง ตอนนั้นเห็นพี่ดาเเล้วทั้งร้องไห้ที่โดนเเม่ตีเเละขำที่สุดท้ายเขาก็ยังได้โดนตีเหมือนกันถึงเเม้จำนวนตีจะน้อยกว่าก็เถอะ 555

….เเละอีกครั้งตอนอยู่ ป.1 ถึงคาบเรียนตอนบ่ายเพื่อน (ปลา) ชวนกลับบ้านเพราะไม่อยากเรียน หนูจึงทำการโกหกคุณครูโดยที่คุณครูกำลังตัดผมให้เพื่อนคนอื่นว่า หนูปวดท้องจะเข้าห้องน้ำ หนูเเละเพื่อนก็รีบวิ่งกลับมาที่บ้านเพราะบ้านไม่กลัวจากโรงเรียนเท่าไหร่นัก เราทั้งสองพอมาถึงบ้านไม่รู้จะทำอะไรจึงชวนกันกินข้าวโดยเอาน้ำใส่ชาม ใส่เกลือ ใส่พริก เเละต่อด้วยใส่ข้าวเยอะมาก (ที่ทำเพราะเคยไปบ้านเพื่อนมิ้น เห็นเพื่อนกินกับพี่สาวเหมือนจะอร่อยมาก เราจึงลองทำตามดู) เรากินเเค่สองสาคำกินนไม่หมดจึงไม่ได้ทำลายหลักฐาน พอโหม่กลับมาบ้านก็เห็นหนูไม่ไปโรงเรียนเเละยังกินข้าวไม่หมดอีกจึงทำการลงโทษเลยจ้า >< (โหม่ยังจะจำได้อยู่ไหมนะ หนูจำได้ไม่ลืมเลยเเหล่ะ 555)



ทั้งหมดก็เป็นเรื่องราวสุดประทับใจในชีวิตของหนูที่มีโหม่เป็นโหม่คนนี้ให้หนู เรื่องราวประทับใจที่จริงมีเยอะมาก ๆ ค่ะเเต่หนูจำได้เท่านี้ 555


….เเละสำหรับปัจจุบันหนูกำลังตั้งใจทำหน้าที่คือ เรียน เพื่อให้โหม่ได้ภูมิใจ ได้ถ่ายรูปงานรับปริญญาทั้งครอบครัว หนูได้มีงานทำ เเม้บางครั้งหนูอาจจะขี้เกียจไปบ้างเเต่หนูก็จะพยายามทำให้เต็มที่เเละให้ดีที่สุดนะคะ ณ ตอนนี้หนูไม่อาจตอบเเทนบุญคุณของโหม่เเละป่าได้ดีเท่าที่ควรเลย เเต่สิ่งที่หนูทำได้เเละคิดว่าเป็นการตอบเเทนพระคุณที่ยังไม่สายเลยก็คือ การตั้งใจทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดี เเละการไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีที่ทำให้โหม่เป็นห่วงค่ะ

………………..

….เเต่สำหรับสิ่งที่รู้สึกโหม่จะห่วงเเละเป็นสิ่งที่หนูทำให้โหม่ต้องเป็นห่วงตอนนี้คือ โหม่มักจะชอบถามว่ามีเเฟนหรือยัง มีคุย ๆ หรือเปล่าถ้าไม่มีก็มีได้นะ55 ก็ตอบจริงเลยว่าก็ไม่รู้จริง ๆ ค่ะเเละตอบไม่ได้เลย เพราะหนูคิดว่าการที่จะมีครอบครัวหรือการจับมือใครเข้ามาเป็นคู่ชีวิตนั้น เขาคนนั้นก็ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์เเบบนะ เเต่เขาคนนั้นต้องเป็นคนที่รักครอบครัวเขา เเละที่สำคัญต้องรักโหม่ป่าของหนูอย่างที่เขารักโหม่ ป่า ของเขาเช่นกันค่ะ หนูรู้ว่าโหม่เป็นห่วงหนูรู้ว่าโหม่กลัวว่าหากตอนเเก่เเล้วจะไม่มีคนดูเเล (มั้ง) เเต่ไม่ต้องห่วงนะคะหนูจะทำให้โหม่เห็นว่าหนูดูเเลตนเองได้ เเละอีกอย่างถึงมาช้าเเต่ให้ชัวร์ค่ะ><

………………..

….ตอนนี้เป็นช่วงฤดูฝนเเละฤดูปลูกข้าว โหม่เเละป่าคงไปดำนาทุกวันเเละเมื่อวานตอนที่ได้คุยกับโหม่ โหม่บอกว่าที่บ้านฝนตกมาก ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องกลับบ้านเพราะถนนลื่น เเละน้ำป่าไหลหลากจนเเทบข้ามไปดำนาไม่ได้เลย ถ้าวันหยุดก็ให้นอนพักบ้าง จะได้หายเหนื่อย ค่ะหนูรู้ว่าความเหนื่อยลำบากของหนูเมื่อเทียบกับความเหนื่อยลำบากของโหม่มันเทียบกันเเทบไม่ได้เลยค่ะ เพราะฝนตกหนูยังได้อยู่ในร่มไม่หนาว ถ้าหิวอยากกินของอร่อยหนูยังไปปซื้อที่เซเว่นครู่เดียวก็ได้กินเเล้ว เเต่ของโหม่ฝนตกต้องดำนาตากฝนเเละหนาวก็ไม่ได้อยู่ในที่ร่ม เเละหิวต้องรอให้ถึงเที่ยงกว่าจะได้กินอาหารที่ได้ทานคงเป็นน้ำพริกเเละเเกงหน่อไม้ 

………………..

"สุดท้ายนี้โหม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ หนูอยู่ที่นี่หนูเเลตัวเองอย่างดี ไม่ทำสิ่งที่ทำให้โหม่ไม่สบายใจเเน่นอนค่ะ โหม่ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำหนักเพราะหนูออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพดี ไม่ใช่อยากผอมค่ะไม่ได้อดข้าวอยู่เเล้ว กินตามปกติ เเละอยู่ที่นี่หนูมีอาจารย์ที่รักหนูอย่างที่โหม่รักหนู หนูมีเพื่อนที่น่ารักเเละคอยช่วยเหลือหนูเสมอ หนูอยู่ที่นี่หนูมีความสุขดีค่ะ"

 

…………………………………………..…………………………………………..…………………………………………..………………