สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาว ศิรินภา เครือทอง 
       ในส่วนตัวของฉันจะเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ถ้าคนที่ไม่รู้จักก็จะไม่พูดด้วยเลย อาจเป็นเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นคุยยังไง แต่ถ้าเขาเป็นฝ่ายที่เข้ามาคุยก็คุยด้วยไม่ได้หยิ่ง หรือถือตัว ถ้าเราได้สนิทกันแล้วก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าฉันก็พูดมากเหมือนกันแต่ก็มีบ้างนะที่ขี้เกียจพูด บางคนหรือแม้กระทั่งเพื่อนก็จะคิดว่าฉันโกรธ บอกตรง ๆ เลยนะฉันคนหนึ่งที่รักเพื่อน แต่ก็ต้องดูด้วยว่าคนนั้นเขาจะเห็นความสำคัญในสิ่งที่เรามีให้เขาไหม แน่อยู่แล้วถ้าเขาไม่คิดจะคิดร้ายหรือ อิจฉา ว่าร้ายเรา ฉันก็พร้อมที่จะเป็นเพื่อนที่พร้อมให้คำปรึกษาและเป็นเพื่อนที่ดีให้กับเขาได้ และฉันจะเป็นคนที่ปฏิเสธคนอื่นยากบางทีก็เอากลับมาคิดว่าสิ่งที่เราไม่กล้าปฎิเสธเขานั้น เราคิดถูกแล้วใช่ไหม ก็มีบ้างที่ไม่กล้าปฏิเสธเพื่ออยากให้เขามีความสุข อย่างเช่น เพื่อนชวนไปโน้นนี่นั่น บางครั้งก็มีบ้างแหละที่ขี้เกียจแต่ถ้าเราปล่อยให้เขาไปคนเดียวเขาจะรู้สึกยังไง เขาจะมีคนพาไปไหม และก็อยากให้คิดถึงความรู้สึกคนอื่นเหมือนที่ฉันคิดถึงความรู้สึกคุณบ้าง ในเวลายามว่างฉันมักจะไปเที่ยว เป็นคนนึงที่ชอบเที่ยวและสถานที่ที่ฉันชอบไปบ่อยที่สุดก็น่าจะเป็นรักไทย ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ที่สวยและอากาศดีมากพอสมควรและในช่วงฤดูหนาวก็จะมีคนไปเที่ยวเยอะ แต่ที่เที่ยวที่ปายก็ไม่แพ้เลยแต่ไกลไปหน่อย หากใครยังไม่เคยไปก็อยากให้ได้ลองไป การที่เราชอบเที่ยวมันก็ไม่ผิดหรอกแต่ขอแค่เราแบ่งเวลาถูกหรืออาจจะช่วงที่เราหยุด เป็นการได้ออกไปสัมผัสกับธรรมชาติและทำให้หายเหนื่อยได้อีกด้วยนะ

ในส่วนของเป้าหมายในชีวิต 
       
ทุกคนต่างมีเป้าหมายเป็นของตัวเองทั้งนั้น ในตัวฉันก็มีเป้าหมายหลายอย่างเลยแต่ทุกวันนี้คือตั้งใจเรียนเรียนให้จบ ได้ตอบแทนคนที่สำคัญในชีวิตเช่น พ่อแม่ การที่ได้มีโอกาสดูแลท่านอยู่กับครอบครัวและคนที่เรารักได้ทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่  ในเมื่อมีโอกาสก็จะทำมันให้เต็มที่ ถึงแม้ผลนั้นจะออกมายังไง ก็ถือว่าเราได้ลงมือทำในสิ่งนั้นแล้ว และจะตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่าจะไม่เสียใจ ถ้าสิ่งที่ทำมันดีที่สุดแล้ว และจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เป็นคนดีในสังคมและของพ่อแม่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด การพนัน และอบายมุขต่าง ๆ ในวันที่ฉันเรียนจบปริญญาตรีในสาขาการประถมศึกษา จะทำคุณประโยชน์ให้กับตัวเองและสังคม จะทำในหน้าที่ให้ดี และจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นและสังคม และทำในสิ่งที่ตนเองรัก

จงพอใจในสิ่งที่มี
       
ทุกวันนี้ไม่มีคนที่จะสมบูรณ์แบบไปหมดทุกอย่าง ซึ่งวันนึงฉันหันไปเห็นคนที่พิการ ขาขาดไปข้างหนึ่ง กำลังเดินโดยใช้ไม้พยุงอย่างคล่องแคล่ว เพื่อไปไหนสักที่และเราไม่รู้หรอก ว่าท่าทางรีบร้อนของเขานั้น เขากำลังคิดอะไร กำลังทุกข์ หรือกำลังสุข เรารู้เพียงแต่ว่า เขาพยายามในสิ่งที่เขาเป็นถ้าเขาเลือกได้ก็คงไม่อยากเป็นแบบนั้น หากวันนั้นเขามัวแต่นั่งไม่พอใจในสิ่งที่เขาเป็น อีกทั้งยังไม่รู้สึกขอบคุณในสิ่งที่เขายังมี เขาคงไม่เดินออกมาข้างนอกแบบนี้ เขาคงได้แต่นอนทุกข์ใจ ไม่เป็นอันทำอะไรแน่ๆ  แล้วถ้าวันนั้นเขาไม่พอใจในสิ่งที่เขาเป็นไม่คิดจะตัดอุปสรรคนั้นไป เขาคงจะได้แต่เสียใจดีแค่ไหนแล้วที่เรามีอวัยวะที่สมบูรณ์ แต่ทำไมบางทีเราก็ยังไม่พอใจกับสิ่งที่มี ทำไมต้องยอมแพ้ ในเมื่อเรามีทุกอย่างที่สมบูรณ์กว่าเขา  หากคุณท้อใจ ลองมองไปรอบๆ ตัวเอง มองตัวเองไปที่หน้ากระจก แล้วขอบคุณในสิ่งที่ตัวเองมี เพื่อเตือนตัวเองให้กลับมาพอใจในชีวิต และมีความสุขได้ในทุกๆ วัน 

"ในโลกใบนี้ ไม่มีใครที่จะไม่พบเจอกับความเศร้าแต่ในความเศร้านั้น
บางทีก็ทำให้เราเสียใจจนไม่อาจอธิบายความเศร้านั้นออกมาเป็นคำพูดได้ "