เมื่อได้ยินชื่อ ไอรีณ หลายคนคิดว่าเธอเป็นคนเก่ง เป็นคนร่าเริง เข้ากับทุกคนได้ เป็นคนมีความสามารถรอบตัว....
แต่จะมีใครรู้หรือเคยเห็นอีกมุมหนึ่งของเธอคนนี้บ้าง ใช่ค่ะยากที่ใครหลายๆคนจะเข้าถึงส่วนลึกของเราได้ จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นแม้แต่คนที่คุณคิดว่าเขาสนิทกับเราบางทีเขาก็ไม่สามารถเข้าถึงอีกมุมของเราได้ ไม่มีใครรู้ว่ากว่าเราจะเป็นคนเก่งได้เราต้องเจอกับอะไรบ้าง

..

เด็กผู้หญิงคนนี้ดูภายนอกก็เหมือนเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ตั้งแต่เด็กเธอมักจะถูกเปรียบเทียบกับลูกพี่ลูกน้องซึ่งพี่เธอเขามีผิวขาวผมยาวผอมซึ่งตรงข้ามกับเธอทุกอย่าง แต่ฉันเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาตั้งแต่เด็กเป็นลูกแม่ค้าเร่ทุกเย็นหลังเลิกเรียนฉันจะไปขายของในหมู่บ้านกับแม่เป็นประจำ ผู้ใหญ่จะชมว่าฉันเป็นเด็กดีเด็กเก่งช่วยแม่ขายของ แต่เด็กที่โตกว่าจะชอบล้อฉันว่าน้องดำยิ่งฉันมีชื่อเล่นว่ากิ๊ฟยิ่งถูกเรียกว่ากิ๊ฟดำ ทำไมทุกคนต้องล้อปมด้อยของฉันด้วย เราเกิดมาดำมันน่ารังเกียจมากเลยเหรอหลาย ๆ คำถามเกิดขึ้นในความคิดของเรา
..
..
คำสอนของแม่
ฉันเก็บคำถามเหล่านั้นไปถามแม่ แต่สิ่งที่แม่ตอบกลับมาไม่ใช่คำตอบของคำถามแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีทุกวันนี้ แม่บอกกับเราว่าเราไม่จำเป็นต้องขาวสวยแต่ให้เราทำตัวเราให้โดดเด่นในด้านดีเดี๋ยวก็จะมีคนมาชื่นชมในความเป็นตัวของตัวเรา เราอาจจะไม่สวยแต่เราเป็นคนมีความสามารถสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ว่าใครจะทำได้เหมือนเราโตขึ้นเราอาจจะสวยก็ได้ ดังนั้นเราต้องเรียนให้เก่งพัฒนาความสามารถของเราให้ดีเชื่อแม่แล้วหลาย ๆ คนจะอิจฉาลูก ใครจะไปคิดว่าสิ่งที่แม่สอนเรามันเป็นจริงในอนาคต
..
..
ตั้งแต่ประถมฉันใช้ความสามารถของตัวเองในกิจกรรมโรงเรียนอย่างมากมายทั้งประกวดร้องเพลง รำ อ่านทำนองเสนาะ ประกวดพูด เชียร์ลีดเดอร์ จนทุกคนถามว่าทำไมความสามารถเธอเยอะจัง คนที่ทำให้ฉันเป็นเด็กกิจกรรมไม่ใช่ใครคุณแม่ของฉันเองที่ส่งเสริมฉันทุกด้านเพื่อให้ฉันไม่รู้สึกน้อยใจในปมด้อยของตัวเองเห็นเราทำกิจกรรมแต่เราก็ไม่ละเลยเรื่องการเรียนเรามีผลการเรียนอยู่ในระดับดีมาตลอดแม้จะถูกเปรียบเทียบบ้างน้อยใจบ้างเราก็พยายามพัฒนาอยู่เสมอ
..
..
เมื่อก้าวสู่ชีวิตมัธยมเราต้องย้ายบ้านแล้วเริ่มเข้าโรงเรียนตัวคนเดียวไม่มีเพื่อนจากโรงเรียนเก่าแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้จักเราได้เพราะ เทอมแรกของม.1เราเรียนได้เป็นลำดับที่1ของระดับชั้นซึ่งเราอยู่ห้อง7เป็นห้องเด็กไม่เก่ง แต่ที่เราเข้ามาอยู่ห้องนี้เพราะเรามารอบที่2จึงต้องอยู่ห้องท้าย ๆ ครูหลายท่านจึงแปลกใจและเราเริ่มเป็นที่รู้จักของหลาย ๆ คนในโรงเรียนด้วยความกล้าแสดงออก แต่เราก็ยังถูกล้อปมด้อยเรื่องผิวดำหน้าไม่สวย จนทำให้เราตัดสินใจเข้าชุมนุมนาฏศิลป์ของโรงเรียนเพราะเราชอบการรำอยู่แล้ว แรก ๆ ที่ออกงานรำทุกคนก็จะพูดว่านี่เหรอนางรำ เมื่อได้ยินเรารู้สึกน้อยใจแต่เมื่อนึกถึงคำที่แม่พูดเราก็งัดเอาความสามารถของตัวเองออกมาจนทุกคนยอมรับนางรำตัวดำคนนี้ได้ มัธยมปลายเรามีโอกาสได้เข้ามาเป็นสมาชิกองค์การนักเรียนทำให้เราได้ทำงานหลายด้านได้ไปอบรมหลายที่จนเกือบติด 0 วิชาคณิตศาสตร์ แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อครูที่ปรึกษาองค์การนักเรียนส่งเราแข่งขันนักเรียนดีเด่นประจำจังหวัดเราไม่ได้รับรางวัลนี้แต่เราได้รับโอกาสยื่นผลงานรางวัลเยาวสตรีไทย ซึ่งเราเป็นตัวแทนจังหวัดเชียงใหม่ ณ ตอนนั้นเราไม่ได้หวังว่าเราจะติด1ใน25คนเราต้องแข่งกับ77คนทั่วประเทศ ใช่ค่ะปาฏิหาริย์เกิดกับเราจริง ๆ ค่ะเราได้รางวัลนี้ซึ่งตอนที่รู้ว่าได้รางวัลเราเกือบพลาดโอกาสไปรับด้วยตัวเองเนื่องจากจดหมายมาไม่ถึง ทางกระทรวงติดต่อเบอร์ส่วนตัวตอนนั้นเราไม่มีเวลาดีใจวุ่นวายกับการเดินทางและเอกสารตอบรับ 


จุดเปลี่ยนของความรู้สึก

หลังจากที่เรากลับจากรับรางวัลไปทางไหนครูก็จะถามและพูดชมเราไม่ว่าจะในห้องเรียนเดินไปทางไหนก็จะถูกทักทายด้วยเรื่องนี้จนเรารับรู้ได้ว่าเพื่อนเริ่มไม่ชอบเรา เรากลับมาโดยที่เพื่อนส่วนใหญ่ไม่ยินดีกับเราเลย มันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่อยากได้รางวัลนี้หากมันทำให้เพื่อนเราไม่ชอบตัวเรา เรารู้สึกไม่ยิ้มรับให้กับคำชื่นชมที่ได้ยินได้ฟัง เราอยากเป็นคนธรรมดาที่ไม่โดดเด่นเรียนปกติ เราเสียใจถึงกับร้องไห้ให้ย่าฟังจนเราเรียนจบมัธยม ย่าบอกให้เราไม่คิดมากและสิ่งที่เราทำไปเราทำเพื่อครอบครัวให้ครอบครัวภูมิใจก็พอแม้ไม่มีใครยินดีกับเราก็ตาม

..

เราเริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเราถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ เราพยายามไม่ทำกิจกรรมมากเหมือนมัธยมเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องโดดเด่นจนมีคนเกลียด ใช่ค่ะมันเลี่ยงไม่ได้บางกิจกรรมเราก็จำเป็นต้องทำ  เราถือว่าเราทำเพื่อส่วนรวมไม่ได้ต้องการที่จะโดดเด่น ในเรื่องการเรียนก็เช่นกัน


ในปีนี้เราเกรดเฉลี่ยรวม 3.91 ซึ่งเป็นเกรดเฉลี่ยรวมที่มากที่สุดที่เรียนมา เราตั้งเป้าหมายกับตัวเองไว้ว่าจะต้องเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า3.50 หลายคนบอกว่าเกรดไม่ได้วัดว่าเราจะประสบความสำเร็จในชีวิต ใครจะรู้ว่าที่เราทำเราทำเพื่อครอบครัวเพื่อให้ที่บ้านภูมิใจว่าแรงกายที่ท่านลงทุนทำงานหาเงินส่งเราเรียนไม่ได้สูญเปล่าเพราะที่บ้านเราไม่ได้มีฐานะร่ำรวย เกรดAที่ได้มาหากเราแลกเป็นตัวเงินเราคงได้เงินหลายบาทแต่ไม่เลยทุกครั้งที่เกรดออกเราไม่ได้แม่แต่คำชื่นชมยินดีจากครอบครัว แต่เราก็ยังจะตั้งใจเรียนเพื่อให้ทุกคนรับรู้ถึงความตั้งใจของเรา เราได้รับเพียงคำพูดที่ว่า..ดีแล้วที่ทำมันก็เป็นผลดีกับตัวเราเองทั้งนั้นแหละ

..

..

สิ่งที่อยากให้ทุกคนรับรู้

แต่สิ่งที่เราไม่เคยบอกกับที่บ้านคือเราเจอกับอะไรบ้าง เราเจอกับคำพูดที่หลายคนอาจจะไม่ได้ตั้งใจพูด แต่คำพูดเหล่านั้นก็ทำลายความรู้สึกเราไม่น้อยหลายคนมองว่าที่เราได้เกรดดีเพราะเราเป็นเด็กโปรดของอาจารย์ หลายคนไม่ได้มองถึงความสามารถในตัวเราเวลาเรียนเราอาจจะดูไม่ใช่เด็กขยัน แต่เราก็ตั้งใจที่จะทำเพื่อครอบครัวภูมิใจเราไม่ได้หวังที่จะโดดเด่นเราอยากได้ยินคำชื่นชมจากครอบครัวมากที่สุดแม้จะไม่เคยได้ยินก็ตาม มันคือเรื่องจริงที่หลายคนไม่เคยได้รับรู้ เราอาจจะเป็นคนเข้มแข็ง ร่าเริง เป็นคนเก่งไปทุกอย่าง แต่เราก็มีมุมอ่อนแอของเรามุมเศร้าเพียงแค่เราไม่อยากให้ใครเห็นเราเก็บซ่อนมุมเหล่านั้นไว้เพื่อที่จะได้ไม่เก็บมาบั่นทอนกำลังใจของเราเอง เราเก็บคำพูดที่ทำให้เรารู้สึกเสียใจมาเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาตัวเองต่อไป...ยิ่งเราโดนดูถูกมากเท่าไหร่  เรายิ่งต้องพัฒนาตัวเองมาเท่านั้น

..

คำพูดเป็นได้ทั้งสิ่งที่สร้างกำลังใจและทำลายความฝันของคนคนนึงไม่ว่าเราจะพูดอะไรเราต้องรับผิดชอบคำพูดของเราเอง

ยิ่งเราเป็นครูแล้วยิ่งต้องระวังคำพูดของเราเพราะมันอาจจะไปทำลายความฝันของเด็กที่เรากำลังจะสร้างเขาก็ได้