" คนช่างฝัน " 

เป็นคนคนหนึ่งที่ชอบฝันตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นฝันกลางวัน ฝันกลางคืนมีทั้งดีและไม่ดี โบราณเขาว่ากันว่าคนที่นอนหลับแล้วฝันแสดงว่านอนหลับไม่สนิทมีจิตใจที่ไม่สงบ แต่เราฝันแทบจะทุกคืนบางครั้งฝันว่าตัวเองเป็นแพท ณปภา จะได้สวย เก่ง มีความอดทนและสู้กับมรสุมชีวิตต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้เหมือนพี่แพท ณปภา  บางครั้งก็ฝันตัวเองเป็นนางฟ้าของฟ้าของเด็กๆที่อยู่ในพื้นที่สูง บางครั้งฝันว่าตัวเป็นหมอจะได้ผ่าเอาสิ่งที่ไม่ดีออกจากหัวเพราะว่าเป็นคนที่ชอบคิดมากแล้วปวดหัวข้างเดียวเป็นประจำปวดแต่ละครั้งจะทรมารสุดๆคิดว่าถ้าเป็นหมอได้จะเป็นคนผ่าเอาสิ่งที่ไม่ดีออกจากหัวเองและในบางครั้งก็ฝันอยากเก่งเหมือนครูเงาะ เป็นไงล่ะคนมีความฝัน บางครั้งก็จำความฝันได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่มีความฝันหนึ่งที่ไม่เคยลืม ตอนเด็กๆคุณครูให้เขียนอาชีพที่ใฝ่ฝันจำได้ว่าตอนนั้นตัวเองวาดรูปครูที่สอนลงไปในกระดาษเพาะว่าอยากสวย อยากผมยาวอยากใจดี อยากอยู่หน้าชั้นเรียนทุกวันเพื่อให้เพื่อนๆมอง โดยที่ไม่เข้าใจความหมายของคำว่าครูไม่รู้หรอกว่าอาชีพครูนั้นดียังไง หนักแค่ไหน หรือต้องใช้ความอดทนและความพยายามมากแค่ไหน? แต่ที่รู้ในตอนนั้นคืออยากผมยาว สวย ใจดี และเล็บนิ้วโป้งต้องยาวเหมือนครูท่านนั้น
จากเด็กไร้เดียงสาในตอนนั้นพอโตขึ้นทำให้เริ่มรู้จักโลกมากขึ้นต้องรู้จักอยู่ได้ด้วยตัวเองต้องดิ้นรนกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆมากมายในชีวิตทั้งดีและร้าย บางครั้งเหนื่อยและท้อมากๆเหมือนกับว่าตัวเองอยู่คนเดียวมีเพียงน้ำตาที่อยู่เคียงข้างเหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งทดสอบความแข็งแรงและความอดทนของเราชีวิตคนเรานั้นไม่ได้ง่ายและสบายอย่าที่คิดไว้เวลาผ่านไป ครูที่ใฝ่ฝันนั้นรู้สึกไม่ใช่ทางที่จะเดิน คิดว่าทำไม่ได้และไม่อาจที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆนักเรียนได้ เริ่มสับสนและเริ่มเขวไปตามความฝันของเพื่อน บางครั้งก็อยากเป็นเชฟ  บางคราวก็อยากเป็นทหาร  บางทีก็อยากเรียนสังคมสงเคราะห์(เพราะชอบเที่ยว)เมื่อวันที่ต้องเลือก...ทบทวนกับตัวเองหลายรอบ อาจเสียเวลาไปกับความฝันของคนรอบข้าง แต่สุดท้าย สิ่งที่เลือกเรียนคือ  "ครู" และบวกกับคนทางบ้านก็อยากให้เรียนครู  เลือกส่งใบสมัครรอบโควตาซึ่งโชคก็เข้าข้าง  จนในที่สุดก็เข้ามาเรียนสายครูประถมศึกษาเมื่อได้เข้ามาเรียนแล้วได้เจอเพื่อนใหม่เจอครูใหม่และได้พักอยู่ในหอในต้องรู้จักใช้ชีวิตเองตามลำพังใช้จ่ายอย่าประหยัดตื่นมาทำอาหารกับเพื่อนๆและซึ่งมีกฎระเบียบหอพักเยอะมากในตอนแรกๆที่เขาคุยไว้ บวกกับมาอยู่ใหม่ๆ ทำให้คิดว่าชีวิตนักศึกษาครูในมหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นดั่งที่วาดฝันไว้  แต่นั่นไม่เคยทำให้ย่อท้อ เพราะว่าบ้านอยู่ในถิ่นทุรกันดารจริงๆเมื่อก่อนไม่มีรถขับต้องนั่งเรือกลับบ้านจากนั้นต้องเดินขึ้นดอยอีก 2 กิโล  ไฟฟ้าไม่มีใช้ คนอื่นๆที่มีต้นทุนชีวิตดีหน่อยอาจไม่เคยได้สัมผัสเช่นเรา

จากเด็กน้อยในวันนั้นเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในวันนี้เข้าเมืองเดินตามความฝันด้วยความอดทน ความพยายาม และไม่ย่อท้อ ได้เดินตามหาความฝันมาไกลกครึ่งทางแล้ว ไกลเกินที่จะถอยหลังกลับ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแล้วก็จริง แต่ความพยายาม ต้องเพิ่มขึ้นจากวันวานเป็นเท่าตัว ยิ่งโตโลกยิ่งกว้างขึ้น โลกยิ่งมีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก ที่สำคัญ คือ จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด และเตือนตนเองเสมอว่าอย่าลืมทุกพระคุณของบุคคลที่สร้างเรามาขอขอบพระคุณจากใจจริง

ฝันให้ไกล...ไปให้ถึง