ขึ้นชื่อว่าการเดินทางเเล้ว มันมักจะมีเรื่องที่คอยเซอร์ไพรส์เราเสมอโดยเฉพาะยิ่งหากเป็นการเดินทางครั้งเเรก สถานที่เเรก รถจักรยานยนต์ใหม่คันเเรก เเละกับเพื่อนคนเเรกนี่เเหล่ะ จะเซอร์ไพรส์มากเเค่ไหนหรอ? ไปดูกันค่ะ
.....เริ่มต้นที่วันนั้นเมื่อประมาณสามปีกว่าๆ ที่เเล้วช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงที่ดอกบัวตองที่ดอยเเม่อูคอบานสะพรั่งสวยงามพอดี เราเเละเพื่อน (เขาชื่อเล่นสานะ) ชวนกันไปเที่ยวที่ดอยเเม่อูคอ เเต่ต้องยอมรับก่อนว่าเราทั้งสองเป็นคนจังหวัดเเม่ฮ่องสอนที่ไม่เคยไปที่ดอยเเม่อูคอเลยเเละเรากำลังจะไปครั้งนี้ครั้งเเรก เราทั้งสองไม่เคยขับรถจักรยานยนต์ด้วยตนเอง เเละซ้ำไปกว่านั้นพ่อของสาเพิ่งจะซื้อรถจักรยานยนต์คันนี้ให้ไม่นานนั่นเเสดงว่าเพื่อนก็ยังขับไม่คล่องเเละเรายิ่งไปกว่าอีกยังไม่มีรถเป็นของตนเองเลย เเต่ด้วยสาเเหล่ะเป็นคนตัวเล็กเเต่ใจนะหรอ ใหญ่มาก555 เราจึงตกลงกันไปโดยที่สาเป็นคนขับอย่างเเรกรู้เเต่ว่าทุ่งบัวตองนี้อยู่ที่อำเภอขุนยวมเเต่ไม่รู้ว่าที่เข้าเส้นนี้ต้องไปทางไหน ไม่รู้ว่าระยะทางจากตัวเมืองขุนยวมถึงทุ่งบัวตองนั้นไกลเท่าไหร่ โชคดีที่มีป้ายบอกทางไว้ เเต่ขับไปได้สักพักรู้สึกว่ามันยังไม่ถึงสักทีหรือเราหลงหรือเปล่าจึงเเวะถามคุณลุงข้างทางจึงได้คำตอบว่าต้องไปอีกเเละมันจะมีป้ายบอกทางเอง จึงขับต่อไปเรื่อยๆ พอใกล้ถึงจะมีดอกบัวตองเรียงรายสีเหลืองเต็มข้างทางอย่างสวยงาม เเต่นั่นก็ยังไม่ใช่ปลายทางที่เราจะไป โดยหารู้ไม่ว่ายิ่งใกล้ถึงเท่าไหร่ทางมันจะยิ่งสูง โค้ง เเละชันมาก พอถึงดอยสุดท้ายจะเป็นดอยที่สูงที่สุด เเละชันมากที่สุดด้วยความที่เพื่อนยังขับรถไม่คล่องเหมือนกัน ทำให้เราไม่สามารถขับรถไปถึงได้เราจอดเเละให้รถล้มข้างทางโชคดีที่มีพี่เจ้าหน้าที่คอยดูเเลอยู่ตรงนั้นจึงช่วยขับรถไปถึงบนดอยสูงสุดของทุ่งบัวตอง เเละส่วนเราทั้งสองนะหรอก็ต้องเดินไปเองค่ะ5555 พอไไปถึงที่หมายเเล้วจึงถามสาว่า "เมื่อกี้ตอนขึ้นดอยนี้ใช้เกียร์อะไร" เพื่อนตอบว่า "ใช้เกียร์ 4" นะ เราจึงเเซวว่าถึงรถจะใหม่ก็เถอะ เเต่ดอยขนาดนี้เนี่ยนะเกียร์ 4เราทั้งสองจึงหัวเราะลั่น เเละไม่เเปลกใจเลยว่าทำไมรถถึงขึ้นไม่ได้
.....พอไปถึงจุดสูงสุดของดอยเเม่อูคอเเล้วรู้สึกว่ามันคุ้มค่านะ กับการเดินทางที่ไกลพอสมควรเเละเป็นการเดินทางสถานที่นี้ครั้งเเรกของเราทั้งสองคน จากนั้นเราก็ถ่ายภาพดอกไม้ บรรยากาศ เเละเเน่นอนภาพตัวเองค่ะ ภาพที่ออกมาจึงได้เเบบนี้


.....พอสมควรเเก่เวลาเที่ยวชมทุ่งบัวตองเเล้ว ก็ถึงเวลากลับก็เเอบหวั่นๆ อยู่ว่าตอนลงดอยนั้นเพื่อนจะใช้เกียร์ 4 อยู่หรือเปล่า 555เเต่ก่อนที่จะลงดอยมาสำเร็จนั้นทำเอากลั้นหายใจหลายรอบเหมือนกัน พอลงมาถึงข้างล่างก็จะมีตลาดที่ขายของกินเช่น มันปิ้ง ข้าวโพดปิ้ง ก๋วยเตี๋ยวเป็นต้น เเละอีกอย่างที่มีด้านล่างนี้คือ การถ่ายรูปกับดอกไม้เมืองหนาวที่ชาวม้งปลูกไว้ เราทั้งสองจึงไปถ่ายรูป ถ่ายรูป เเละก็ถ่ายรูปสลับกันไป


.....เเต่พอออกมานี่สิเราไม่เห็นป้ายว่าค่าถ่ายรูปนั้นคนละ 10 บาท เกือบจะเดินออกมาเเล้วเชียว ลุงชาวม้งเป็นใบ้ใช้มือบอกเราเเละชี้ที่ป้ายเราทั้งสองจึงรีบขอโทษก่อนเเละพร้อมกับให้ค่าเข้าชม (เเต่ก็เเอบคิดในใจอยู่ว่าถ้ารู้ว่าเก็บค่าเข้าชมน่าจะไปเเปลงดอกไม้อื่นที่สวยกว่านี้นะ 5555)
.....หลังจากนั้นเราก็ตกลงกันว่าจะกลับเเล้วเเละจะไปกินข้าวที่ขุนยวมเลยเพราะที่นี่มันเเพงไป สาก็ไปเอารถเเต่ปัญหาอยู่ตรงนี้เเหล่ะคือรถที่เราจอดมันอยู่ข้างล่างเนินเล็กๆ ตอนนั้นก็ขึ้นรถกับเพื่อนเเล้ว เเต่สาบอกว่าให้ลงไปก่อนจะขึ้นเนินนี้ให้ได้ก่อน เราก็บอกว่าเเค่นี้เองน่าจะขึ้นได้อยู่นะ เเล้วเราก็ลงจากรถ เเละสาก็น่าจะคิดว่าเราไม่ได้ลง พอเอารถขึ้นเนินเล็กๆนั้นได้เพื่อนก็ขับไปๆ จนลับสายตาเรา ตอนนั้นก็ไม่ได้ตะโกนไปเพราะมีคนเยอะเเละคิดว่าเพื่อนน่าจะไปเเค่เเปบเดียวคงรู้สึกตัวว่าเราไม่ได้นั่งด้วยเเละน้ำหนักข้างหลังคงเบาลง
.....เเต่ที่ไหนได้ รอ 10 นาทีก็เเล้ว 20 นาทีก็เเล้ว 30 นาทีก็เเล้ว เเละรอต่อไปเรื่อยๆ....เราจึงคิดในใจว่าสาคงลืมเราไปเเล้วจริงๆ ตอนนั้นก็เริ่มจะถึงสี่โมงเเล้วคนก็ทยอยกลับเรื่อยๆ เราก็เเอบหวั่นๆ ถ้าเพื่อนไม่มารับเราจะขอติดรถม้งที่ขนกะหล่ำไปด้วยดีไหมหรือขอกลับกับคนที่นั่งมาคนเดียวทั้งที่เราก็ไม่เจอคนที่รู้จักสักคนเเละตอนนั้นกระเป๋าเเละโทรศัพท์เพื่อนอยู่ที่เราด้วย จากนั้นจึงเดินไปเข้าร้านเเละซื้อซาลาเปามาเเก้เหงา 1 ลูกก็อร่อยดีนะ รออีกสักครู่เพื่อนคงรู้สึกตัวเเละมาหาเราเอง ระหว่างนั้นเราก็ไม่รู้จะทำอะไรจึงไปเข้าชมสวนดอกไม้อีกรอบละกันเดินจนคุ้มค่าเข้าชม 10 บาทเลยทีเดียว เมื่ออกมาก็มีเสียงเพลงดังขึ้นในกระเป๋าดังมากจำได้ว่าเป็นเพลงประกอบละครเรื่อง นาคี ที่ช่วงนั้นกำลังเป็นที่นิยมเราก็ไม่รู้สึกตัวเลยว่ามันดังในกระเป๋าเราเอง นึกว่าเป็นเพลงที่เขาเปิดจากร้านให้ลูกค้าฟังดังหลายรอบเหมือนพอเรารู้สึกตัวเอ๊ะนี่มันเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของสานี่ จึงรีบรับสาย บังเอิญเป็นเบอร์ของน้าชายสาที่มาเที่ยวทุ่งบัวตองกับเเฟนเหมือนกัน ตอนเเรกนึกว่าสาเจอกันกับน้าเเล้ว จึงใช้โทรศัพท์โทรเข้าในเบอร์ของตนเอง ที่ไหนได้น้าชายก็ยังไม่ได้เจอสาเหมือนกัน เราจึงบอกน้าชายว่าสา ลืมเรา เเละน้าก็บอกว่างั้นจะมารับนะ สักครู่สาก็โทรมาเเละบอกว่ายืมโทรศัพท์ป้าที่ร้านสะดวกซื้อมาเหมือนกันเเละเขาก็มารับเราเหมือนกัน น้าชายสามาถึงก่อนเเละมารับเรา เราจึงสวนทางกับสาที่ระหว่างทาง สีหน้าเเรกที่เห็นหน้าเพื่อนรู้ว่าเขาเหนื่อยเเละเเอบคิดว่าเขาจะโกรธเรามากไหมนะ เเต่หลังจากนั้นเราก็มากินข้าวข้างทางโดยน้าชายสาเป็นคนเลี้ยงด้วยนะ

.....พอมาถึงขุนยวมมีงานบัวตองที่เขาจัดมาได้สักสองสามวันเเล้ว เราทั้งสองคนก็ยังไม่เข็ดเเละไปเที่ยวงานจนได้ ด้วยความที่น้าชายเพื่อนเป็นทหารฝีมือการปาตุ๊กตาจึงทำได้ยอดเยี่ยม เราเลยมีของฝากเป็นตุ๊กตาคนละตัวติดไม้ติดมือมาด้วยหล่ะ

.....พอมาถึงมหาวิทยาลัยก็จวนจะค่ำพอดี เเต่สุดท้ายเราทั้งสองก็กลับมาถึงได้อย่างปลอดภัย
.....อย่างที่เขาบอกกันนั้นเเหล่ะค่ะ สำหรับการเดินทางเเล้วบางทีปลายทางอาจไม่สำคัญเท่าระหว่างทางเเละเพื่อนร่วมทาง เพราะระหว่างทางนี่เเหล่ะมันจะมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นให้เราประทับใจ เเละทำให้เรานึกถึงคราใดก็อดยิ้มเเละอดเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้เเก่คนรอบข้างนั้นไม่ได้เลยจริงๆ
.....เเละเรื่องนี้เช่นกันค่ะ ยังเชื่อเสมอว่าเเม้จะผ่านไปกี่วัน กี่เดือน กี่ปี เรื่องราวเรื่องนี้จะถูกเล่าไปให้คนอื่นเเละจะสร้างรอยยิ้มให้ทั้งผู้เล่าเรื่อง ผู้ฟังหรือบางทีเราทั้งสองคนอาจจะได้มีโอกาสมาเล่าเรื่องราวนี้ด้วยกันอีกครั้งหรือหลายๆ ครั้งในเวลา ฤดูกาลที่เปลี่ยนไป หรือเเม้เเต่สถานที่ เเละช่วงวัยที่ต่างออกไปหรือเเค่ได้คิดถึงเรื่องราวนี้ก็ทำให้เรายิ้มเเละคิดถึงกันได้เช่นกันค่ะ
………………………………...……………………………...……………………………...……………………………...……………………………...……………………………...
ต้องขอบคุณ
# เพื่อนคนเเรก
# สถานที่เเรก
# รถจักรยานยนต์คันเเรก
# การเดินทางที่ไกลของเราทั้งสองคนครั้งเเรก
ที่ทำให้เกิดเรื่องเล่าเรื่องนี้เเละขอบคุณทุกๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องเล่านี้ด้วยค่ะ
ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่อ่านจนจบ หวังว่าคุณจะมีเรื่องราวระหว่างทางที่เเสนพิเศษเช่นเรา …เเละได้เเบ่งปันเรื่องเล่าให้กันด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีย์รัตน์
เราว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากนะ ชื่นชอบและเป็นกำลังใจให้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
เป็นคนมีความจำที่ดีเยี่ยมนะ
หลายปีแล้ว ยังจำรายละเอียดได้อยู่เลย ;)…
สวัสดีครับ คุณสุรีรัตน์
ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวดี ๆ ให้เราได้ติดตามในบันทึกนี้นะครับ ถือเป็นเรื่องราวที่ทำให้แอบยิ้มทุกทีที่ได้นึกถึงมัน ขอชื่นชมในงานเขียนและเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีรัตน์
พอได้อ่านเรื่องราวของคุณสนุกมากค่ะ ทำให้ดิฉันอมยิ้ม และสงสารคุณไปตาม ๆ กัน ทำไมเพื่อนถึงทิ้งคุณได้ลงคอ ดีนะที่ยังกลับมารับคุณกลับ เป็นกำลังใจให้เขียนบันทึกดี ๆ ให้อ่านอีกนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีรัตน์
ขอบคุณที่ได้แชร์เรื่องราวดี ๆ ให้ได้อ่าน แอบขำนิดนึง แต่ตอนนั้นคุณคงกังวลมากกว่า เป็นกำลังใจให้เขียนบันทึกดี ๆ แบบนี้ต่อไปค่ะ
สวัสดีครับ คุณสุรีย์รัตน์
เพื่อนคนนี้สุด ๆ ไปเลยครับ เป็นประสบการณ์ที่น่าตกใจและตลกมากครับ ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวนี้ เป็นกำลังใจให้บันทึกครั้งต่อไปนะครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ คุณสุรีย์รัตน์
เรื่องราวของคุณน่าอ่านมากค่ะ และฉันแอบขำนิดๆ ดีนะคะที่เพื่อนยังวนกลับมารับเป็นกำลังให้คุณได้เขียนเรื่องราวดี ๆต่อไปนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณ คุณ ทับทิมนะคะ
ที่ชื่นชอบเเละได้ให้กำลังใจกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณ Ongkuleemarn มากๆ ค่ะ
ถ้าขึ้นชื่อว่าความทรงจำที่เเสนพิเศษเรามักจะจดจำได้ดีเสมอค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณ ธีระพล ผดุงธรรมเลิศ นะคะ
ที่ชื่นชมชอบเเละได้ให้กำลังใจกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณ สมฤทัย เติ๊กทอนค่ะ
ตอนเเรกก็เเอบสงสารเพื่อนมากกว่าค่ะ 55555
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณ นิสาพร นะคะ
ที่ชื่นชอบเเละให้กลังใจกันในบทความนี้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณ เทวัญ เจริญชัยโอฬารนะคะ
ที่ชอบเรื่อราวในบทความนี้เเละเป็นกำลังใจให้กันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ พิมพ์วิไล จอมวงศ์ นะคะ
ที่บทความนี้ทำให้คุณสนุกได้
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีย์รัตน์
ดิฉันชื่นชมในเรื่องราวดีๆที่คุณได้มาแชร์ให้เราและถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากนะ เป็นกำลังใจให้คุณได้บันทึกเรื่องราวดีๆต่อไปนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณ คุณ ศิรินภา เครือทอง นะคะ
ที่เข้ามาอ่านบทความเเละให้กำลังใจในบันทึกนี้เเละบันทึกต่อๆ ไปค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ คุณสุรีย์รัตน์ ผมชอบบันทึกของคุณมาก ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวดีๆให้ทุกคนได้อ่านนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้เขียนบทความต่อไปครับ
ขอบคุณ คุณ สุรกานต์ นะคะ
ที่เข้ามาอ่านบทความเเละให้กำลังใจในบันทึกนี้เเละบันทึกต่อ ๆ ไป สู้ ๆ เช่นกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีรัตน์
พอได้อ่านเรื่องราวของคุณสนุกมากค่ะ ทำให้ดิฉันอมยิ้ม และสงสารคุณไปตาม ๆ กัน ทีเดียวค่ะเป็นกำลังใจให้ต่อไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีรัตน์ ประทับใจงานเขียนของคุณมากคะขอให้กำลังใจต่อไปนะคะขอบคุณค่ะ