เมื่อปี  2533  ผมจบออกมาใหม่ ๆ รับราชการที่ รพ.บุณฑริก  ที่เลือกมาที่บุณฑริกเพราะว่า เลือกจังหวัดสมุทรสงครามที่ใกล้บ้านแล้ว  จับสลากได้ลำดับที่ 16 แต่มีตำเหน่งแค่ตำเหน่งเดียว  พอเลือกรอบ 2  เลยจับมือกับเพื่อนอีกคน ( นพ.วรวุฒิ พิทยศิริ )  กางแผนที่ดูพบว่าบุณฑริกอยู่ตรงขอบขวานของแผนที่พอดี    ไหน ๆ ก็อยุ่ใกล้ไม่ได้แล้วก็ไปอยู่ขอบขวานซะเลย  พี่โต้ง ผอ.บุณฑริกตอนนั้นก็ไปที่จับสลาก  บอกว่าไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ที่ทั้งโทรศัพท์ น้ำ ไฟ ทีวีก็มี  พร้อม

จริง ๆ แล้วบุณฑริกที่ผมอยู่ก็ไม่เลวร้ายอย่างที่คิดจริง ๆ   อยู่ติดชายแดนลาว ฝั่งตรงข้ามคือ บ้านเหียง  แขวงจำปาสัก  ประเทศลาว  ที่นั่น โรคที่พบมากพอ ๆ กับโรคหวัด คือ มาเลเรีย  พยาบาลรักษาได้เกือบทุกคน เจอกันทุกวัน  บางครั้งผู้ป่วยมามีน้ำมูก ไอเล็กน้อย ไข้ต่ำ ๆ  เป็นมาเลเรียซะชิบ   อยุ่ดี ๆ หมดสติ ไม่มีไข้มาก่อนเลย  ก็เป็นมาเลเรีย   เรามีคนไข้ต่างประเทศมาก พอสมควร เพราะ บ้านเหียง ไม่มีอนามัย ไม่มีแพทย์อะไรเลย  ไม่รู้อยู่ได้อย่างไร  ครั้งหนึ่งผมยังเคยมีโอกาสรักษาลูกเจ้าแขวงจำปาสัก   มาตอนแรกก็ไม่รู้   ดูเหมือน ๆ เด็กบ้านเหียงนี่แหละ ถามไปถามมา ถึงได้รู้ตอนจะกลับเมียเจ้าแขวงบอกคราวหน้าจะเอาน้ำผึ้งมาฝาก  ยังไม่ได้เจอกันอีกเลยนี่ก็ 10 ปีมาแล้ว   วันหนึ่ง มีพ่อแม่พาลูกมา ดูก็รู้ว่าเด็กบ้าน เหียง  เด็กซึมมากถามได้ความว่า เป็นไข้มา 5 วันแล้ว ลองเอาสมุนไพรให้กิน  ก็ไม่ดีขึ้น   รออยู่  3  วันกว่า เห็นท่าไม่ดีเลยพามา ตรวจก็พบว่าเป็นมาเลเรียขึ้นสมอง     ความที่เป็นหมอใหม่ไฟแรงรู้สึกว่าทำไมพ่อแม่ไม่อาใจใส่ลูกเลย ปล่อยให้เป็นตั้ง 5 วันแล้วเพิ่งพามา   ทำให้รักษายากมากขึ้น  เทศนาพ่อกับแม่เด็ก     ทำไมเพิ่งพามา รู้หรือปล่าว มันอันตราย  ..........  ..  ด้วยความหวังดี  สัก 10 นาทีจนเหนื่อย    พ่อกับแม่เด็กทำตาปริบ ๆ   จะร้องไห้  บอก คุณหมอ ผมก็รักลูกอยู่   แต่ไม่รู้จะทำยังไง นี่กว่าจะพามันมาได้ ต้องช่วยกันแบก ข้ามเขากันมาเป็น  10  กิโล ออกแต่เช้าตรู่ กว่าจะถึงบุณฑริกก็มืด  ไม่มีรถจะมา รพ.อีก   ผมฟังแล้วงง ๆ  สงสารก็สงสาร  ทำไมเวลาป่วยก็ลำบากอยู่แล้ว จะมาหาหมอก็ยังลำบากที่จะเข้าถึงอีก  อยู่กรุงเทพเวลาไม่สบายนั่งรถเมล์ติดนาน ๆ   ก็ยังไม่ลำบากขนาดนี้  ตั้งแต่นั้นมาจนบัดนี้  ผมไม่กล้าถาม คนไข้อีกเลย ว่าทำไมเพิ่งมา   เวลาเด็กมีฝีที่หัว  เม็ดเบ่อเริมเพราะแม่ไม่พามาตั้งแต่แรก  ก็ไม่กล้าว่าแม่ว่าทำไมเพิ่งพามา 

เพราะตอนเด็ก ๆ ผมเป็นฝี ตั้งหลายครั้ง ( หลายเม็ดด้วย ) แม่ไม่เคยพาผมไปหาหมอสักครั้งเดียว ไม่ว่าหัวเล็ก หรือหัวใหญ่  ใช้ กอเอี๊ย  ลูกเดียว  ขอมาจากร้านทำขนมไหว้พระจันทร์  เขาให้ฟรี ๆ ( เห็นบอกว่าเป็นยาผีบอก ห้ามซื้อขาย )    เป็นยางสีดำ ๆ ทากับกระดาษ  แปะติดไว้ เหมือนไอ้ตี๋น้อยที่มีกอเอี๊ยติดหัวในหนังจีน    ติดไว้ วัน สองวัน ฝีก็จะสุก   แล้วบีบเองพอหนองออกมาไม่กี่วันก็หาย   ไม่เคยโดน I&d สักครั้งเดียว     เคยทำได้ เคยรักษาเองได้  ไม่เสียเงิน  ไม่เจ็บ  ไม่เสียเวลา  แถมไม่ต้องโดนหมอดุ   ผมกับแม่ก็นึกไม่ออกว่าทำไมต้องไปหาหมอให้ผ่าฝีให้       ถ้าสักวันโชคร้าย  ฝีไม่ยอมแตกเมื่อถึงเวลา แม่ผมก็คงต้องพาไปหาหมอ แล้วหมอก็คงต้องพูดว่า  ทำไมเพิ่งพามา รักษาเองอยู่ได้  ........ .        การเข้าถึงสถานบริการช้า  ไม่ใช่เพราะผู้ป่วยไม่เอาใจใส่เสมอไป  แต่ยังมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง ดังตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแล