เก็บตกวิทยากร (58) : BAR & AAR ผู้นำนิสิต (สโมสรนิสิตคณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม)

ผมไม่ได้มีเจตนาให้ชุดใหม่ผูกมัดหรือจองจำตัวเองให้ "เชื่อ –ศรัทธา" หรือ "ติดยึดว่ามันเป็นเช่นนั้น" หรือพูดตรงๆ ก็คือ ผมไม่ได้บอกว่าให้คณะกรรมการชุดใหม่งมงายว่าเมื่อลงมือทำกิจกรรมนอกหลักสูตรแล้วจะได้ผลลัพธ์ของการเรียนรู้เหมือนเช่นที่รุ่นพี่ประสบพบเจอมาเสียทั้งหมด ผมเพียงอยากให้เขารู้ว่าคนที่ "อาบน้ำร้อนมาก่อนเคยเจออะไรมาบ้าง" เท่านั้นเอง

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2562)  ผมมีเวทีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับฝ่ายพัฒนานิสิตคณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เนื่องในวาระที่จะมีการส่งมอบงานระหว่างคณะกรรมการบริหารสโมสรนิสิต ปีการศึกษา 2561 ที่กำลังหมดวาระลงกับชุดใหม่ที่จะเริ่มขึ้นในปีการศึกษา 2562

ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาที่มีไม่ถึง 1.30 ชั่วโมง  ผมเลือกที่จะเปิดเวทีผ่านกระบวนการง่ายๆ ให้ครอบคลุมถึงกลุ่มเป้าหมายทั้ง 2 กลุ่ม กล่าวคือ แทนที่ผมจะถามทัก BAR ด้วยการประเมินความคาดหวังในการเข้าร่วมการเรียนรู้ของวันนี้  ตรงกันข้ามผมก็เปลี่ยนคำถามเป็น 2 คำถามที่ให้กลุ่มคนทั้งสองกลุ่มได้ตอบคำถามคนละคำถามในแบบไม่ซ้ำกัน นั่นคือ

· ทำไมจึงเข้ามาทำงานในสโมสรนิสิตคณะวัฒนธรรมศาสตร์ (ชุดใหม่ : ปีการศึกษา 2562)

· ทำกิจกรรมแล้วได้เรียนรู้อะไร (ชุดเก่า : ปีการศึกษา 2561)

กระบวนการที่ว่านี้  ผมดำเนินการผ่าน “บัตรคำ” โดยมีเจตนาที่จะเชื่อมให้ “ผู้นำชุดเก่ากับผู้นำชุดใหม่”  ได้มองเห็นเรื่องราวบางอย่างไปพร้อมๆ กัน  เสมือนการให้คณะกรรมการชุดเก่าที่กำลังหมดวาระลงได้สะท้อนการเรียนรู้แก่ชุดใหม่  คล้ายกับส่งต่อชุดความรู้บางอย่างไปสู่น้อง  พร้อมๆ กับการปลุกปลอบประโลมเร้าให้น้องคณะกรรมการชุดใหม่ได้มี “พลังชีวิต” ที่จะเรียนรู้และขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างไม่ย่อท้อ

และนี่คือส่วนหนึ่งที่คณะกรรมการชุดใหม่ (ปีการศึกษา 2562)  ได้สะท้อนผ่านบัตรคำ  (BAR : ทำไมจึงเข้ามาทำงานในสโมสรนิสิตคณะวัฒนธรรมศาสตร์)  เช่น

· อยากมีความรู้เรื่องกิจกรรมนิสิตนอกหลักสูตร ทั้งที่เป็นเอกสารและการปฏิบัติจริง

· อยากฝึกฝนการทำงานด้วยรูปแบบกิจกรรมที่สร้างสรรค์

· อยากเรียนรู้หลักการทำงานที่เป็นระบบและเป็นทีม

· อยากเรียนรู้หลักของการทำงานและหลักการของการอยู่ร่วมกับคนอื่น

· อยากเรียนรู้ความสามัคคีผ่านกิจกรรมนอกหลักสูตร

· สืบสานภารกิจที่เคยได้ร่วมสร้างไว้กับรุ่นพี่ในปีที่ผ่านมา

· อยากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานิสิต/คณะ/มหาวิทยาลัย

· อยากฝึก/พัฒนาทักษะตนเอง  เช่น  การควบคุมอารมณ์ การกล้าแสดงออก  การอดทนอดกลั้น

· อยากช่วยเพื่อนทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อมหาวิทยาลัย

· อยากรู้จักผู้คนในวงกว้าง

และจากนี้ไปคือส่วนหนึ่งที่คณะกรรมการชุดเดิม หรือชุดเก่า (ปีการศึกษา 2561) ได้สะท้อน (AAR : ทำกิจกรรมแล้วได้เรียนรู้อะไร) เช่น

· หลักคิดของการเป็นผู้นำ เช่น ความเสียสละ การรับผิดชอบต่อหน้าที่  ความเป็นทีม การแสดงความคิดเห็น การบริหารแผนงาน การบริหารโครงการ การบริหารคน/ทีม   

· ประสบการณ์นอกห้องเรียน เช่น หลักการทำงานกับผู้อื่น หลักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

· ความรักความสามัคคี เกื้อกูล ช่วยเหลือกัน

· การค้นพบความสนใจและความสามารถของตนเอง

· ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคณะ และช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของคณะ

จะว่าไปแล้ว จากข้อมูล BAR และ AAR ก็ดูเหมือนจะมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอยู่ไม่ใช่น้อย  

กล่าวคือเมื่อนับความคาดหวังของชุดใหม่ (ทั้งโดยส่วนตัวและสังคม)  ที่ดูเหมือนส่วนใหญ่จะมุ่งไปยังการเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของการทำกิจกรรมนอกหลักสูตร การพัฒนาความเป็นผู้นำและความต้องการที่จะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองการช่วยพัฒนาคณะหรือเผยแพร่ชื่อเสียงของคณะ  ต่างโยงยึดมายังผลการเรียนรู้ของชุดเก่าอยู่พอสมควร นั่นคือ ภาวะผู้นำ หลักการใช้ชีวิต และการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาหรือเผยแพร่ชื่อเสียงของคณะ –

นี่คือกระบวนการเล็กๆ สั้นๆ กระชับๆ ที่ผมนำมาใช้เพื่อนำเช้าสู่เวทีการเป็นวิทยากรกระบวนการในวันนั้น  โดยเน้นให้นิสิตทั้งชุดเก่าและชุดใหม่ได้เรียนรู้ร่วมกัน  โดยเฉพาะการเรียนรู้จาก “ปากคำ” ของกันและกัน  คล้ายกับการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นเก่าได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของตนเองจากถนนสายกิจกรรมที่ชุดใหม่กำลังเดินทางเข้ามารับช่วงแทนบนถนนสายเดียวกัน -

การสะท้อนที่นั้น  ผมไม่ได้มีเจตนาให้ชุดใหม่ผูกมัดหรือจองจำตัวเองให้  "เชื่อ –ศรัทธา"  หรือ "ติดยึดว่ามันเป็นเช่นนั้น"

หรือพูดตรงๆ ก็คือ  ผมไม่ได้บอกว่าให้คณะกรรมการชุดใหม่งมงายว่า  เมื่อลงมือทำกิจกรรมนอกหลักสูตรแล้ว  จะได้ผลลัพธ์ของการเรียนรู้เหมือนเช่นที่รุ่นพี่ประสบพบเจอมาเสียทั้งหมด   

ผมเพียงอยากให้เขารู้แค่ว่า  "คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนเคยเจออะไรมาบ้าง"   เท่านั้นเอง

แน่นอนครับ  ผมมิได้บอกว่าคนรุ่นใหม่  หรือรุ่นปัจจุบันที่กำลังรับช่วงแทนนั้น  จะได้เจอในสิ่งเดียวกันเสมอไป  เพราะบริบทของการเวลาและความมุ่งมั่นตั้งใจต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดว่า  "ทำแล้วได้อะไร" 

และที่สำคัญ คือ ทุกอย่างเป็นพลวัตเสมอ  ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง

แต่ที่ผมเล่ามาก็แค่กระบวนการนำเข้าสู่บทเรียนเท่านั้น  ไว้มีเวลาจะกลับมาเล่ากระบวนการอื่นๆ ที่ต่อเนื่องจากกระบวนการที่ว่านี้

ย้ำ-ถ้ามีเวลานะครับ  (ขอบคุณครับ)


เขียน : พุธที่ 15 พฤษภาคม 2562

ภาพ : พนัส ปรีวาสนา / คณะวัฒนธรรมศาสตร์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

661679

เขียน

15 May 2019 @ 22:20
()

แก้ไข

15 May 2019 @ 22:29
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก