พ่อสอนไว้..ทำให้ง่าย..พ่อสอนให้ไม่ต้องติดตำรา..พ่อสอนให้พัฒนาตามบริบท หรือภูมิสังคม และพ่อสอน "การให้" ที่ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องคาดหวังชัยชนะ แต่ทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือผู้ที่อ่อนแอกว่า...
นโยบาย..ในการบริหารจัดการศึกษา ในโรงเรียนขนาดเล็ก คิดเท่านี้เอง ก็รู้สึกอบอุ่น มีความสุขและพอเพียง ก็แค่ทำให้จริงและทำให้ได้..เท่านั้น..
ในความเชื่อส่วนตัว ผนวกความรู้และประสบการณ์..โรงเรียนเล็กในระดับรากหญ้า ฝันไกลและจะไปให้ถึงตามที่ภาครัฐต้องการนั้น..เป็นเรื่องยากยิ่ง..
จะมีเด็กกี่คนจะไปถึง..จะมีกี่ครอบครัวที่มุ่งมั่นเพื่อ..การศึกษา ปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือนและสิ่งแวดล้อม..ไม่เอื้อให้นโยบายทางการศึกษาของชาติ..บรรลุเป้าประสงค์ได้เลย..
ชาติ..ต้องการ"คนดี" แต่เท่าที่ทำอยู่เน้นวิชาและกระบวนการที่สร้าง"เด็กเก่ง"แทบทั้งสิ้น แต่ในความจริงนั้น..พื้นฐานของเด็กแตกต่างโดยสิ้นเชิง อันเกิดจากปัจจัยที่หลากหลาย..ปัญหาจึงเป็นวังวนไม่รู้จบ
เมื่อเป็นเช่นนี้..การจัดการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเดียวกันทั้งประเทศ ต้องจัดตามความแตกต่างของจังหวัด ของเขตพื้นที่และของแต่ละโรงเรียน...
โรงเรียนขนาดเล็ก หากจะป้อนเด็กดีสู่สังคม ต้องเน้นการสอนแบบบูรณาการ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปในกิจกรรม ที่ผ่านกระบวนการที่จับต้องได้..
หากจะมุ่งเน้นสาระวิชาการ ต้องใช้"การอ่าน"เป็นฐาน สร้างความเข้มแข็งในด้านการอ่านเสียก่อน
"เด็กดี"ต้องมีความคิด มีจิตสาธารณะ และมีวินัย ตลอดจนรู้รักสามัคคี ทำงานร่วมกันได้ โรงเรียนต้องใช้"ศิลปะ แบบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมของชาติ"ที่เป็นเอกลักษณ์ไทย..เป็นแกนกลางที่สำคัญ เพื่อสร้างเด็กให้อ่อนโยน มีสุนทรีย์ในชีวิต ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญส่วนหนึ่ง..
มิใช่..ไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่จัดอบรมทางวิชาการอย่างมากมาย แต่มองว่า..ชาติไทยกำลังเดินไปสู่ทางตัน...แล้วมันจะแก้ยาก..
ปีการศึกษานี้ ผมจะมีโอกาสได้ทำเรื่องง่ายๆ และเด็กสนใจ ผมจะใช้การอ่านเป็นหัวใจของการเรียนรู้
ผมจะใช้ดนตรี..เป็นเครื่องมือพัฒนาทักษะชีวิตและจิตใจนักเรียน บูรณาการไปสู่คุณธรรมจริยธรรม เพื่อสร้างเด็กดีให้ชุมชนและสังคม..เชื่อว่าเมื่อเด็กดีแล้ว...สักวันเขาจะเก่งและรับผิดชอบตัวเองได้...
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒