๑๕ ปี การสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น



๑๕  ปี เดินหน้าการสอนภาษาไทย...... ๒๐ เมษายน  ๒๕๖๒ สาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดกิจกรรมในรูปแบบกึ่งวิชาการผ่านการบรรยายและเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างคณาจารย์ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ในวาระครบรอบ ๑๕ ปี สาขาวิชาการสอนภาษาไทย ที่ได้ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิต “ครูภาษาไทย” คุณภาพมาแล้ว ๑๐  รุ่น และกำลังจะผลิตรุ่นต่อ ๆ ไปอย่างเข้มแข็ง เข้มข้น แข็งแกร่ง เพื่อเป็นครูที่ดีของไทย

ครูจอม ศิษย์เก่าสาขาการสอนภาษาไทย รุ่นที่ ๑ ชวนผมไว้ก่อนงานประมาณ ๒ เดือน ให้ไปร่วมกิจกรรม ผมก็ลังเลใจที่จะไปร่วม “ในฐานะอะไร?” แต่คิดไปคิดมาก็ตั้งใจจะไปร่วมในฐานะที่ “คิดถึง” ก็คงพอได้ เพราะมีหลาย ๆ คตนในหลากหลายรุ่นที่ผมก็สนิทสนมตั้งแต่พวกเขาเหล่านั้นเป็นนักศึกษาอยู่  รวมถึงการได้มีโอกาสร่วมงาน ร่วมกิจกรรมหรือการเป็นที่ปรึกษาในหลากหลายบทบาทหน้าที่  แต่รวม ๆ แล้วก็ในฐานะ “พี่” ของน้อง ๆ การสอนภาษาไทย

ครูตุ๊กติ๊ก ศิษย์เก่ารุ่นที่ ๒ ในฐานะรุ่นเจ้าภาพที่ต้องจัดเตรียมงาน แต่เจ้าตัวไม่สามารถมาร่วมงานได้ เพราะต้องอบรมและเตรียมตัวไปออสเตรเลียในโครงการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงบอกผมว่า ไปร่วมงานก็ได้ในฐานะ “ผู้จัดการของติ๊ก” ก็ได้

....ผมติดภารกิจประชุมในบ่ายวันอาทิตย์ที่ ๒๐ เมษายนที่คณะเกษตรศาสตร์ เมื่อเสร็จภารกิจจึงรีบไปที่ห้องประชุมสายสุรี จุติกุล คณะศึกษาศาสตร์ ไปทันช่วงการเสวนาของเหล่าศิษย์เก่าที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็น “ครู” ในมิติของการพัฒนาตนเองและพัฒนาผู้เรียน...จึงแอบนั่งฟังอยู่แถวหลัง จึงแอบบอกวิชชากรว่า ผมอยู่หลังห้องนะครับ...วิชชากร จึงเดินมาหาแล้วพาไปนั่งข้าง ๆ ดร.สกาวเดือน

“๑๕ ปีที่รู้จักกัน” มีเรื่องน่าสนใจอยู่หลายเรื่อง ระหว่างผมกับสาขาการสอนภาษาไทย ที่นอกจากจะรู้จักกับครูจอม เมื่อครั้งเป็นนักศึกษาด้วยกัน จนผมเรียนจบและเริ่มทำงานที่ มข. และเริ่มรู้จักน้อง ๆ รุ่น ๒ ๓ ๔ ๕ ตามบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างไป แต่ก็สนิทกับหลายคน เช่น ครูตุ๊กติ๊กและผองเพื่อนรุ่น ๒ ครูเสาวรสกับสหาย รุ่น ๓ ครูโย รุ่น ๔ ครูเอฟและผองเพื่อน รุ่น ๕

น้อง ๆ สาขาการสอนภาษาไทยหลายคนเป็น “ครู” ของผมในฐานะที่พาผมไปเรียนรู้เรื่องราวที่ผมไม่ถนัด เช่น ครูโย พาผมเรียนรู้เรื่องศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องอีสานใต้ ครูเอฟ ที่เป็นทั้งนักเรียนและครูให้ผมเรียนรู้สุนทรพจน์ และก็ครูเอฟอีกนั่นแหละที่ชวนผมไปดูหมอลำหน้าฮ้านอยู่บ่อยครั้ง และทำให้สนิทสนมกับรุ่นนี้เป็นพิเศษ มีอยู่คราวหนึ่ง มข. ต้องไปหลวงพระบาง สปป.ลาว น้อง ๆ สาขาการสอนภาษาไทย ก็เป็นกำลังหลักในการไปสานสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยในครั้งนั้นจำนวนมาก... จนอาจารย์สกาวเดือน ต้องตามหาว่าใครคือ “ภาสกร” หรือ “พี่ยอด” ที่เด็ก ๆ กล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง จนเรามีโอกาสได้พบกันและร่วมงานกันมาจวบจนปัจจุบัน และน้อง ๆ ก็เติบโตสมวัย ก้าวหน้าในวิชาชีพครู เจริญ(พันธุ์)ทางครอบครัว มีลุกน้อยสมวัยน่ารัก ...

ดร.สกาวเดือน และน้อง ๆ  รุ่นที่ ๑-๒ เชิญให้ขึ้นเวทีเพื่อให้น้อง ๆ ได้ขอพร มุทิตาขมาไหว้ จึงไปนั่งเป็นอันดับบนเวทีร่วมกับคณาจารย์ของสาขาวิชาการสอนภาษาไทย... รู้สึกขอบคุณที่ได้ให้เกียรตินั้น แม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งหรือมวยนอกของสาขา ไปนั่งด้วยความเกรงใจและเกร็ง ๆ อยู่ไม่น้อย แต่ก็ขัดศรัทธาไม่ได้ จึงน้อมรับพวงมาลัยดอกไม้หอม ทักทายและให้พรน้อง ๆ โดยหลักใหญ่ก็ขอให้ทุกคน “สุขภาพดี”  เพราะคิดว่าเป็นพรหรือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว เพราะหากมีสุขภาพกายใจที่แข็งแรง ก็ย่อมจะทำให้การประกอบกิจการงานทั้งหลายบรรลุไปได้ทั้งโดยส่วนตัวและส่วนรวม ได้มีโอกาสสนทนากับ ผศ.ดร.บัญชา เกียรติจรุงพันธ์ อยู่นิดหน่อยเพราะนั่งข้าง ๆ ท่าน ได้ทักทายท่าน รศ.สมปัต ตัญตรัยรัตน์ ว่าได้พบกันปีละครั้งในการประกวดสุนทรพจน์ของมหาวิทยาลัย ... ดีใจที่ได้เห็นว่าแม้เพียง ๑๕ ปีผ่านไป แต่หากทำด้วยความตั้งใจ ก็เห็นดอกผลที่งดงาม และดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนเล็ก ๆ ของสาขาการสอนภาษาไทยครับ และเชื่อว่าการสอนภาษาไทย มข. ก็จะพัฒนาไปเรื่อย ๆ ด้วยพลังของคณาจารย์และศิษย์เก่าที่เป็นกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาการเรียนรู้ เช่นที่ศิษย์เก่า ได้ดำเนินการให้เกิดงาน ๑๕ ปีที่เดินหน้าการสอนภาษาไทย  มข.

ด้วยความคิดถึง

ณ  มอดินแดง

๒๒  เมษายน ๒๕๖๒    

หมายเลขบันทึก: 661322เขียนเมื่อ 24 เมษายน 2019 11:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 เมษายน 2019 11:10 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี