คิดคือคนรวย...ทำคือคนรวย
เขียนโดย... สอนลอ โสตุกี ( Sonelor Sotouki )
แปลโดย...อุทัย เอกสะพัง ( Uthai Eksaphang )
กฎที่สำคัญที่สุดของมนุษย์คือคุณจะเป็นในสิ่งที่คุณคิด..!
กฎข้อนี้เป็นหลักพื้นฐานที่ก่อให้เกิดมีศาสนา ปรัชญา ความเชื่อและความสำเร็จหรือความล้มเหลวของชีวิต
ถ้าคุณเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนเพราะคนเราจะเป็นในสิ่งที่เราคิด ดังนั้น ถ้าคุณอยากรวยจงคิดเหมือนคนรวยและทำเหมือนคนรวย
ทุกวันนี้ไม่มีใครจะปฏิเสธเรื่องเงินได้ ไม่มีใครที่บอกว่าไม่อยากได้เงิน ถ้าคุณกำลังคิดว่า จะทำอย่างไรจึงจะได้เงิน จงเลิกคิดว่า : เขารวยเพราะวาสนาดี เพราะเขามีพ่อแม่รวย เพราะเชื้อสายดี รวยเพราะมีพี่น้องรวย รวยเพราะมีคนนี้คนนั้นอุปถัมภ์ค้ำชู
ถ้าคุณคิดแบบนี้มาก จะทำให้คุณกลายเป็นคนอคติ ไร้ความหวังและไร้โอกาสที่คุณจะสร้างตนเองให้รวยได้
คุณรู้หรือไม่ว่า คนรวยในโลกนี้ส่วนใหญ่ 90% เขารวยด้วยตัวของเขาเอง และเริ่มจาก 0 เท่านั้น ถ้าไม่เชื่อคุณลองไปศึกษาดู คนที่เติบโตมาด้วยมีเป้าหมายคือคนที่ได้ศึกษาวิชาเทียบเท่ามาตลอดชีวิต เมื่อเขารวยขึ้นแล้วจึงรวยไวและรวยแซงหน้าคนที่สืบทอดมรดกอีก
กฎที่สำคัญที่สุดของมนุษย์คือ คุณจะเป็นในสิ่งที่คุณคิด กฎข้อนี้ เป็นหลักพื้นฐานที่ก่อให้เกิดมีศาสนา ปรัชญา ความเชื่อ และความสำเร็จหรือความล้มเหลวของชีวิต
ถ้าคุณเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนความคิดและการกระทำก็สามารถทำให้ชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงได้ เพราะคนเราจะเป็นในสิ่งที่เราคิด
ดังนั้น ถ้าคุณอยากรวยจงคิดเหมือนคนรวยและทำเหมือนคนรวย คนรวยทำไมจึงรวย เขาคิดอย่างไรและทำอย่างไรในแต่ละวัน ต่างจากคุณและผมไหม..?
1.คนรวยเชื่อว่า เราคือผู้ลิขิตชีวิตตนเอง
พูดง่าย ๆ ก็คือ ให้คิดว่าจะรวยหรือจนนั้นมันขึ้นกับตนเองไม่ใช่ขึ้นกับวาสนา
คนรวยคือคนทำงานหนัก คิดอะไรได้ก็จะลงมือทำทันที เขาไม่ได้คิดมาก เพราะเขาเชื่อว่าชีวิตอยู่ในกำมือของเขาเอง
2.คนรวยเป็นพวกแนวคิดหัวการค้า
โดยมากคนรวย ชอบคิดในเรื่องซื้อขายไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือการบริการก็ตามเขาจะมองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองอยู่เสมอ พวกเขาอาจจะสละเวลาในการไม่พบเพื่อน เวลาการไปออกกำลังกาย เพื่อมาทำงานหรือค้าขาย เพื่อให้ได้เงินมาเก็บออมและลงทุน
คนกลุ่มนี้กล้าลงทุนแม้กระทั้งบางอย่างที่เขาไม่รู้จักดีก็ยังเสี่ยงทำ
สรุปคือ เขาจะทำอะไรก็ได้ ถ้าเขาคิดว่าจะได้เงินมาเท่านั้น
3.คนรวยชอบแอบคิดว่าตนเองต้องชนะอยู่เสมอ
จะอยู่ในสถานการณ์แบบใดก็ตาม คนรวยชอบจะแอบคิดให้กำลังใจตนก่อนเสมอว่า ตนเองต้องชนะ โดยเฉพาะในเรื่องการลงทุนต่าง ๆ เขาจะคิดเสมอว่าเขาต้องทำได้แต่ต่างกับคนส่วนใหญ่ที่คิดว่า ไม่เสียเงินก็ดีแล้วหรืออยู่เฉย ๆ ไม่ต้องเอาเงินไปสร้างดอก...นี้เป็นเรื่องของคนกระจอก
4.ค้นหาโอกาสโดยไม่สนใจอุปสรรค
ข้อนี้ต่างกับคนทุกข์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คนทุกข์เมื่อคิดจะทำอะไรก็มีแต่กลัว กลัวเป็นแบบนี้กลัวเป็นอย่างนี้ พูดแต่ด้านลบออกมา จนไม่มีโอกาสได้ลงมีทำอะไรเลย เขาได้แต่คิดและถ้ารอคอยความรวยมาหาเท่านั้น
5.หาเงินโดยไม่ต้องรอเวลา
เขาคิดออกแล้วลงมือทันที ไม่ต้องบอกว่ารอวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ ถ้าเขาคิดจะทำอะไรก็ลงมือหาข้อมูลและทำทันทีต่างกับคนทุกข์ที่ได้แต่รอดู จนสุดท้ายโอกาสก็ผ่านไป
6.แสวงหาความมั่งคั่งอยู่เสมอ
คนรวย มักจะแสวงหาช่องทางในการสร้างรายได้อยู่ตลอดเวลา โดยไม่รอรับแต่รายได้ประจำหรือเงินเดือนเท่านั้นเขาหาโอกาสที่จะสร้างเงินขึ้นมาเสมอ
7.มั่นใจว่าตัวเองทำอะไรก็ได้
คนรวยชอบคิดว่าเขาเก่งทำอะไรก็ได้ เมื่อเขาชอบอะไรก็จะพยายามทำสิ่งที่เขาชอบนั้น ให้ได้ดีที่สุด จนสามารถพัฒนาให้กลายเป็นจุดขายได้
8.เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
คนรวยชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา เขาชอบแสวงหาแนวคิดใหม่เพื่อจะนำมาปรับปรุงชีวิตและปรับปรุงธุรกิจของเขา
9.รู้จักคุณค่าของเงินมากกว่าคนทั่วไป
คนรวยจริง จะรู้จักใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม ต่างจากคนรวยชั่วคราวที่ไม่รู้จักการบริหารเงินที่ดี พวกเศรษฐีร่ำรวยส่วนมากจะใช้ชีวิตไม่ได้หรูหราเกินไปเหมือนพวกที่พึงรวยหรือพวกที่รวยชั่วคราวนั้น
บางทีก็มีคนบอกว่า รวยขนาดนั้นคือขี้เหนียวจริง ให้เข้าใจว่า คนรวยคือคนที่เห็นคุณค่าของเงินมากกว่าคนทั่ว ๆ ไป
10.คิดต่างจากคนทั่วไป
เขาจะมีการแสวงหาความรู้และหาช่องทางการหาเงินอยู่ตลอดเวลา ต่างจากคนทั่วไปที่ได้แต่นั่งคิด นั่งดู จะลงมือทำอะไรก็ลำบาก คิดมากและไม่กล้าลงมือทำเลย
คนที่พบความสำเร็จ VS คนที่ไม่พบความสำเร็จ
อ่านหนังสือทุกวัน...............................................ดู TV เล่น Facebook ทุกวัน
คำนึงถึงเรื่องไอเดีย..........................................คำนึงถึงเรื่องคนอื่น
ชมเชยผู้อื่น.......................................................บ่านว่า วิภาษก์วิจารณ์ผู้อื่น
ยอมรับการเปลี่ยนแปลง...................................กลัวการเปลี่ยนแปลง
เรียนรู้อยู่เสมอ..................................................อวดฉลาดไปทุกเรื่อง
รับผิดชอบกับความผิดผลาด............................โทษแต่คนอื่นว่าทำผิด
ตั้งเป้าหมายและวางแผน..................................ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อย
ตั้งงบ ฉลาดออม..............................................ใช้จ่ายตามใจตน
เผชิญหน้ากับปัญหา.........................................หันหลังให้ปัญหา
คิดหาสิ่งที่ตนชอบ............................................คิดแต่สิ่งที่ตนไม่ชอบ
........................................................
ลิขิตฟ้า...หรือจะสู้มานะตน
ทุกคนเกิดมาล้วนแต่มีสิทธิ์รวยเท่ากัน ฟ้าไม่ได้ลิขิตให้เราต้องเกิดมาทุกข์อยู่แบบนี้ตลอดไป
คุณไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออิจฉาแต่คนอื่นเท่านั้น ถึงคุณจะมีตำแหน่งงานต่ำ มีรายรับไม่มากคุณก็มีสิทธิ์รวยได้
.....................................................
หยุดทำนายอนาคตด้วยหมอดู หยุดฝากชีวิตไว้กับชะตากรรม อนาคตที่แท้จริงของคุณสามารถทำนายได้ด้วยการวางแผน
ความฝันของคุณจะกลายเป็นจริงได้มากหรือน้อยเท่าใดนั้น มันขึ้นกับการกระทำของคุณ ความฝันที่ผมกำลังกล่าวนี้ ไม่ใช่ความฝันแบบนอนหลับแล้วฝันในตอนกลางคืน
ผมหมายถึงความฝันที่เป็นเสมือนเป้าหมายในระยะยาวของชีวิต เป็นความฝันที่ทุกคนปรารถนาอยากให้มีชีวิตดี ๆ ในอนาคตแบบนั้น เช่น มีบ้าน รถ ที่ดิน มีธุรกิจที่มั่นคง เป็นของตัวเอง มีเงินไปเที่ยวต่างประเทศทุกปีเป็นได้อิสรภาพทางด้านการเงินและอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เป็นความฝันของคนเราทุกคน
เป็นความฝันที่ไม่ใช่ฟ้าลิขิต ชีวิตดี ๆ แบบนั้น ไม่ใช่ของคนรวยเท่านั้นคนทุกข์ยากเหมือนคุณและผมก็มีสิทธิ์เป็นแบบนั้นได้ทุกคน สามารถมีชีวิตดี ๆ เหมือนคนอื่นได้ ด้วยความคิดและการกระทำของคุณเช่นกัน
หากเราเชื่อตนเองว่า เราต้องรวยให้ได้ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าคุณคิด วางแผนและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง หยุดดูถูกตัวเอง หยุดถามหมอดู หยุดดูลายตีนลายมือ...สิ่งเหล่านี้ มีแต่ความหลอกลวงทั้งนั้น
ถ้าหมอดูบอกว่า อีก 3 ปี คุณจะรวย...คุณจะเชื่อไหม..? และถ้าหมอดูบอกว่า อีก 3 ปี คุณจะมีอันเป็นไป...ต้องได้แก้เคราะห์ โดยใช้เงินเป็นล้าน คุณจะทำอย่างไร..?
ฉะนั้น จึงเลิกฝากชีวิตไว้กับชะตากรรมและมาเริ่มต้นชีวิตด้วยการวางแผนดีกว่ามาเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ เพื่อคุณจะได้สิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต
การดำรงชีวิตมันก็เหมือนกับการเดินทางที่ต้องได้ก้าวไปทีละก้าว เมื่อคุณมีเป้าหมายการเดินทางแล้วคุณจะก้าวไปเพียงก้าวเดียว เพื่อให้ถึงจุดหมายนั้น มันก็เป็นไปไม่ได้
เป้าหมายชีวิตก็เช่นกัน คุณไม่สามารถมีทุกอย่างได้ โดยใช้ระยะเวลาเพียงสั้น ๆ การตั้งเป้าหมายชีวิตคือการดูชีวิตในระยะยาว เช่น อีก 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี ในอนาคต คุณอยากจะมีชีวิตแบบใดหลังจากคุณอายุเลย 60 ปี..?
คุณอยากใช้ชีวิตในช่วงที่เหลือนั้นแบบใด..นี่คือการกำหนดทิศทางของชีวิตที่ต้องได้มีการวางแผนล่วงหน้าเป็นอย่างดี ถ้าคุณสามารถปฏิบัติตามแผนได้ คุณก็จะมีชีวิตตามที่คุณคาดหวังไว้...ทุกอย่างมันเป็นไปได้เสมอ
ผมอยากให้คุณลองฝึกตั้งเป้าหมายและฝึกปฏิบัติเป้าหมาย ในแต่ละวันให้มาก ๆ เพื่อเป็นการสร้างวินัย.
......................................................................
ป.ล. แปลจากหนังสือต้นฉบับภาษาลาว.