61. สสารวัตถุทั้งหลายคือความรู้ตัวนั่นเอง

61. สสารวัตถุทั้งหลายคือความรู้ตัวนั่นเอง


ถาม  ผมโชคดีที่ได้คุรุที่ดีมาตลอดชีวิต นี้เพียงพอไหมสำหรับการบรรลุธรรม

ตอบ  มันขึ้นอยู่กับว่าธอใช้ประโยชน์จากการได้อยู่กับคุรุของเธออย่างไร

ถาม  มีคนบอกผมว่า การได้อยู่ในกลุ่มผู้ปฏิบัติและได้รับประสบการณ์การตื่นรู้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เหมือนแม่น้ำที่จะพาเราไหลไปสู่มหาสมุทร ดังนั้น พลังแห่งความละเอียดอ่อนและความเงียบจากกลุ่มคนที่ดี สามารถพาผมเข้าถึงความจริงแท้ได้

ตอบ  มันจะพาเธอไปถึงแม่น้ำ แต่เธอต้องข้ามแม่น้ำด้วยตัวเอง

ความเป็นอิสระ ไม่สามารถจะได้มาหรือรักษาไว้ โดยปราศจากความตั้งใจมั่นที่จะเป็นอิสระ

เธอต้องลงแรงบากบั่นเพื่ออิสรภาพ อย่างน้อยที่สุด เธอต้องแจ้งในอุปสรรคและขจัดมันออกไปทีละน้อยด้วยความอุตสาหะ

ถ้าเธอต้องการสันติสุข เธอต้องไขว่คว้าหามัน

เธอไม่สามารถเข้าถึงสันติสุขได้จากการแค่ปิดปากเงียบ

ถาม  เด็กเติบโต เขาไม่ต้องวางแผนว่าจะโตอย่างไร ไม่มีรูปแบบว่าจะโตแบบไหน เขาไม่ได้เติบโตเป็นส่วนๆ แต่เขาเติบโตอย่างเป็นองค์รวม โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป

ตอบ  เพราะเด็กเป็นอิสระจากจินตนาการ

เธอเองก็สามารถเติบโตเช่นนั้นได้ แต่เธอต้องไม่หมกมุ่นกับการหวังผลและการวางแผนอันเป็นผลจากความทรงจำและความคาดหวัง

คุณลักษณะหนึ่งของผู้เข้าถึงธรรมที่แตกต่างจากคนทั่วไป คือ ไม่พะวงในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

การที่เธอพะวงในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงเพราะเธอกลัวความเจ็บปวด และต้องการความเพลิดเพลิน

สำหรับท่านผู้เข้าถึงธรรม ทุกอย่างคือความสุข ท่านมีความสุขเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ถาม  มันต้องมีอะไรสักอย่างสิที่สามารถทำให้แม้แต่ผู้เข้าถึงธรรมก็ยังต้องทุกข์

ตอบ  ผู้เข้าถึงธรรมอาจประสบความลำบาก แต่นั่นไม่ทำให้ท่านทุกข์

การเลี้ยงดูเด็กทารกจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ อาจดูเป็นงานหนัก

แต่สำหรับผู้เป็นแม่ ความทรงจำเกี่ยวกับความยากลำบากนี้คือความสุขใจ

โลกไม่มีอะไรผิด

สิ่งที่ผิดคือมุมมองของเธอที่มีต่อโลก

จินตนาการของเธอนั่นแหละที่นำเธอไปผิดทาง

ถ้าไม่มีจินตนาการ ก็ไม่มีโลก

โลกที่เธอรับรู้ ประกอบขึ้นจากความรู้ตัว

สิ่งที่เธอเรียกว่าวัตถุ คือความรู้ตัวนั่นเอง

เธอคือที่ว่าง หรืออากาศ (akash) ซึ่งวัตถุต่างๆเคลื่อนไหวอยู่ภายในนั้น

เธอคือเวลา ซึ่งวัตถุดำรงอยู่ภายในนั้น

เธอคือความรัก ซึ่งให้ชีวิตแก่วัตถุเหล่านั้น

ถ้าเธอตัดเอาจินตนาการและความยึดติดออกไป อะไรที่เหลืออยู่

ถาม  โลกเหลืออยู่ ผมเหลืออยู่

ตอบ  ใช่ แต่มันจะต่างออกไปเมื่อเธอสามารถเห็นมันอย่างที่มันเป็น

ไม่ใช่การเห็นผ่านม่านหมอกแห่งความกลัวและความต้องการ

ถาม  ความจริงและภาพลวงตา ปัญญาและความโง่เชลา ผู้บรรลุและผู้ผิดบาป ธรรมคู่เหล่านี้มีอยู่เพื่ออะไรกัน

ทุกคนล้วนแสวงหาความสุข ทุกคนคือ โยคี และชีวิตของเขาคือโรงเรียนแห่งปัญญา

แต่ละคนเรียนรู้จากบทเรียนชีวิตที่เขาต้องการ

สังคมต่างก็สร้างกฏระเบียบของตน ไม่มีกฏใดที่จะใช้ได้เหมือนกันในทุกเวลาทุกสถานที่

ตอบ  ในโลกของฉัน ความรักคือกฏหนึ่งเดียว

ฉันไม่ได้ร้องขอความรัก ฉันให้ความรัก

นั่นคือธรรมชาติของฉัน


ถาม  ผมเห็นว่าท่านใช้ชีวิตตามรูปแบบ

ท่านสอนสมาธิตอนเช้า บรรยายและสนทนาธรรม ทำพิธี ปูชา (puja) วันละสองครั้ง และขับร้องเพลง ภชัน (bhajan) ในตอนเย็น

ดูเหมือนว่าท่านยึดติดต่อพิธีการเหล่านี้อย่างพิถีพิถันมาก

ตอบ  พิธีกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ฉันเคยทำมา และฉันไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่จะเลิกทำ

พิธีกรรมประจำวันเป็นสิ่งที่ผู้คนที่ฉันอาศัยอยู่ด้วยหรือผู้คนที่มาสนทนาธรรมกับฉันต้องการทำ

เขาเหล่านี้เป็นคนทำงาน มีหน้าที่รับผิดชอบหลายอย่าง และเวลาที่ทำกิจกรรมก็เป็นเวลาที่สะดวกสำหรับเขา

กิจกรรมที่ทำเป็นประจำบางอย่าง เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

แม้พืชและสัตว์ก็มีตารางเวลาของตัวเอง

ถาม  ใช่ เราเห็นลำดับกิจกรรมที่สม่ำเสมอในทุกชีวิต

แต่ใครเล่า เป็นผู้รักษาระเบียบของกิจกรรมเหล่านี้

มีผู้คุมกฏอยู่ภายในตัวเราที่วางกฏและควบคุมกฏหรือเปล่า

ตอบ  ทุกสิ่งเคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติของเขา

มันจำเป็นต้องมีตำรวจไว้คุมกฏด้วยหรือ

ทุกการกระทำก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนอง ซึ่งทำหน้าที่สร้างสมดุลและปรับให้แต่ละการกระทำกลับเข้าสู่ความเป็นกลาง

ทุกสิ่งเกิดขึ้น แต่มันก็มีสิ่งที่ช่วยหักล้างกัน และในท้ายที่สุด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ถาม  อย่าปลอบใจผมด้วยความกลมกลืนในตอนจบ

เพราะบางสิ่งอาจนำไปสู่การได้ แต่สำหรับผมมันมีแต่การสูญเสีย

ตอบ  รอดูไป เธออาจจบลงด้วยผลกำไรที่คุ้มกับสิ่งที่เสียไปก็เป็นได้

ถาม  ผมผ่านชีวิตมายาวไกล บางครั้งผมสงสัยว่าเหตุการณ์บางอย่าง มันเป็นแค่ความบังเอิญ หรือเกิดขึ้นโดยมีแผนที่วางไว้แล้ว

ก่อนที่ผมจะเกิดมา มันมีการวางชะตาชีวิตไว้หรือเปล่าว่าผมจะมีชีวิตอยู่อย่างไร

ถ้ามี ใครเป็นคนวางแผนนี้ และใครทำให้มันเป็นไปตามแผน

มันมีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือความผิดพลาดขึ้นหรือเปล่า

บางคนบอกว่า ชะตาชีวิตเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ และทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

บางคนบอกว่าความบังเอิญเป็นตัวกำหนดทุกสิ่งในชีวิต

ตอบ  เธอจะคิดว่ายังไงก็ได้ตามใจเธอ

เธออาจเห็นว่าชีวิตเป็นรูปแบบที่ถูกวางไว้ หรือเป็นแค่ห่วงโซ่แห่งความบังเอิญที่เกิดต่อเนื่องกันไป

คำอธิบายทั้งหลายล้วนเป็นไปเพื่อความพอใจของใจ

มันไม่จำเป็นต้องเป็นความจริง

ความจริงแท้ เป็นสิ่งที่ให้คำจำกัดความไม่ได้ อธิบายไม่ได้

ถาม  ท่านอย่าเลี่ยงการตอบคำถามของผมสิ ผมอยากรู้ว่าท่านมองชีวิตเป็นแบบไหน

ทุกแห่งที่มองไป เราจะพบโครงสร้างของปัญญาและความงามอันเหลือเชื่อ

ผมจะเชื่อได้อย่างไรว่าจักรวาลนั้นไร้รูปแบบและไร้ระเบียบ

โลกของท่าน โลกที่ท่านมีชีวิตอยู่ อาจไร้รูปแบบ แต่มันไม่ได้แปลว่าไร้ระเบียบด้วย

ตอบ  โลกแห่งสสารวัตถุมีโครงสร้าง มีระเบียบ และงดงาม

ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องนี้

แต้โครงสร้างและรูปแบบ บ่งบอกว่าต้องมีการจำกัด และการบังคับ

โลกของฉันเป็นอิสระโดยสิ้นเชิง ทุกสิ่งภายในโลกของฉันเกิดขึ้นตามข้อกำหนดของมันเอง

ดังนั้น ฉันจึงพูดเสมอว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยตัวของมันเอง

ในโลกของฉันก็มีระเบียบเช่นกัน แต่มันไม่ได้ถูกกำหนดจากภายนอก

มันเกิดขึ้นเองอย่างทันทีทันใด เนื่องจากความไร้กาลเวลาของมัน

ความสมบูรณ์แบบไม่ได้มีอยู่ในอนาคต มันมีอยู่ที่นี่ เดี๋ยวนี้

61. สสารวัตถุทั้งหลายคือความรู้ตัวนั่นเอง

3/5

ถาม  โลกของท่านจะส่งผลต่อโลกของผมหรือเปล่า

ตอบ  ส่งผลที่จุดหนึ่งที่เรียกว่า ปัจจุบันขณะ เท่านั้น

โลกของฉันทำให้ปัจจุบันขณะมีอยู่ชั่วครู่ รู้สึกเหมือนเป็นจริงอยู่ชั่วขณะ

ถ้าความตระหนักรู้เต็มเปี่ยม จะมีการสร้างการติดต่อขึ้น

มันต้องการความสนใจที่เปี่ยมด้วยความรู้ตัวชนิดไร้อัตตาตัวตน โดยไม่ต้องพยายาม

ถาม  ความสนใจไม่ใช่ทัศนคติของใจหรอกหรือ

ตอบ  ใช่ เมื่อใจกระหายต่อความจริงแท้ มันจะให้ความสนใจต่อสิ่งนั้น

โลกของเธอไม่มีอะไรผิด แต่ความคิดที่ว่าเธอนั้นแยกออกจากโลกต่างหากที่ทำให้เกิดความยุ่งเหยิง 

ความเห็นแก่ตัว คือต้นเหตุของความชั่วร้ายทุกชนิด

ถาม  ขอย้อนกลับมาที่คำถามของผม

ก่อนผมเกิดมา ตัวตนภายในเป็นผู้ตัดสินรายละเอียดของชีวิตผม หรือชีวิตขึ้นอยู่กับความบังเอิญและขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์และสภาพการณ์เท่านั้น

ตอบ  บุคคลที่กล่าวอ้างว่าตนเป็นผู้เลือกพ่อแม่และตัดสินว่าตนจะมีชีวิตในชาติหน้าอย่างไร อาจรู้ของเขา

ฉันก็รู้ของฉัน

ฉันไม่เคยเกิดมา

ถาม  แต่ผมก็เห็นท่านนั่งอยู่ตรงหน้า และตอบคำถามของผม

ตอบ  สิ่งที่เธอเห็นคือร่างกาย ซึ่งเกิดและตาย

ถาม  สิ่งที่ผมสนใจก็คือเรื่องราวชีวิตของกายและใจนี่แหละ

ชีวิตเป็นไปตามการวางแผนของท่านหรือใครอื่น หรือมันเกิดขึ้นโดยบังเอิญ

ตอบ  เธอถามอย่างมีเลศนัย

ฉันไม่แบ่งแยกระหว่างร่างกายและจักรวาล

ในความจริงแท้ ทั้งสองต่างเป็นต้นเหตุของกันและกัน ทั้งสองต่างเป็นกันและกัน

แต่ฉันอยู่นอกเหนือทั้งสองอย่าง

เมื่อฉันบอกเธอว่าฉันไม่เคยเกิดมา ทำไมเธอจึงเฝ้าแต่ถามว่าฉันเตรียมตัวสำหรับชีวิตหน้าอย่างไร

ทันทีที่เธอยอมให้จินตนาการหมุนเหวี่ยงไป มันก็จะหมุนเหวี่ยงเอาจักรวาลออกมา

มันไม่ใช่อย่างที่เธอจินตนาการ และฉันก็ไม่ถูกผูกมัดไว้ด้วยจินตนาการของเธอ

ถาม  การสร้างและรักษาร่างกายให้ดำรงอยู่ ต้องใช้สติปัญญาและพลังงาน

มันมาจากไหน

ตอบ  มันมีแค่จินตนาการเท่านั้น

ปัญญาและพลังงานถูกใช้ไปหมดในการสร้างจินตนาการของเธอ

มันดูดกลืนเธอไว้โดยสิ้นเชิง จนเธอไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเธอได้ระหกระเหินมาไกลจากความจริงแท้ขนาดไหน

แน่นอน จินตนาการเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์

จักรวาลซ้อนภายในจักรวาลถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการ

แต่มันก็อยู่ภายในที่ว่างและเวลา อดีตและอนาคต ซึ่งไม่มีอยู่จริง


ถาม  ไม่นานมานี้ ผมได้อ่านรายงานเกี่ยวกับเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งถูกพ่อแม่กระทำอย่างโหดร้ายมากตั้งแต่เล็ก จนร่างกายพิกลพิการ และต้องโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างเดียวดาย

เธอเป็นเด็กเงียบๆ เชื่อฟัง แต่ไร้อารมณ์ความรู้สึก

แม่ชีผู้ดูแลรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นโรคประสาท แต่เพียงแค่ไม่ยอมพูดคุยกับผู้คน ไม่ตอบสนองต่อสิ่งใด

จิตแพทย์พบเธออาทิตย์ละครั้ง และพยายามทลายกำแพงแห่งความโดดเดี่ยวของเธอ แต่ไม่สำเร็จ

แพทย์ซื้อบ้านของเล่นให้เธอ มีห้องต่างๆ มีเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายได้ มีตุ๊กตาพ่อแม่และลูก

เธอเริ่มให้ความสนใจ และความเจ็บช้ำในใจได้รับการเยียวยาทีละน้อย พร้อมกับการผ่าตัดเพื่อปรับใบหน้าและร่างกายให้เป็นปกติ

เธอเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวสวยที่ตั้งใจทำงาน

แพทย์ต้องใช้เวลาเยียวยาเธอถึงห้าปี นี่แหละคือคุรุที่แท้จริง

เขาไม่ต้องวางกำหนดกฏเกณฑ์ใดๆ ไม่พูดเรื่องความพร้อมและความเหมาะสม

เขาแค่พยายามครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่ต้องอาศัยความศรัทธา ความหวัง หรือความรัก

ตอบ  ถูกต้อง นั่นคือธรรมชาติของคุรุ

คุรุจะไม่ท้อถอย แต่การจะประสบความสำเร็จได้ ศิษย์ต้องไม่ต่อต้านมากจนเกินไป

ความลังเลสงสัยและความไม่เชื่อฟัง ทำให้ล่าช้าในการบรรลุเป้าหมาย

เมื่อศิษย์มีความมั่นใจและว่าง่าย คุรุจะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในเวลาอันสั้น

คุรุที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และศิษย์ที่มีความมุ่งมั่น เป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จ

เรื่องราวของเด็กหญิงที่เธอพูดถึง ต้องทนทุกข์เพราะความไม่มุ่งมั่นของผู้คน

กลุ่มคนที่ฉลาด มีความรู้มาก จะเปลี่ยนยากที่สุด

พวกเขาพูดมาก แต่ไม่เอาจริง

สิ่งที่เธอเรียกว่าการบรรลุธรรม เป็นเรื่องธรรมชาติอย่างยิ่ง

เมื่อเธอพร้อม คุรุของเธอจะรอเธออยู่

การปฏิบัติของเธอ (Sadhana ) จะเป็นไปโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆเลย

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างคุรุกับเธอเป็นไปอย่างถูกต้อง เธอจะพัฒนา

เหนือสิ่งอื่นใด จงเชื่อใจคุรุของเธอ ท่านจะไม่พาเธอไปในทางที่ผิดอย่างแน่นอน

ถาม  แม้ว่าคุรุจะขอให้ผมทำในสิ่งที่ผิดอย่างเห็นได้ชัดเช่นนั้นหรือ

ตอบ  ทำไป ศิษย์คนหนึ่ง (Sanyasi ) ถูกคุรุสั่งให้แต่งงาน

เขาเชื่อฟัง ทำตาม แต้องทนทุกข์อย่างมาก

แต่ลูกสี่คนของเขาล้วนเป็นนักบุญและเป็นผู้รู้เห็น เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในแคว้นมหารัชตระ

จงมีความสุขกับสิ่งใดๆที่มาจากคุรุของเธอ แล้วเธอจะพัฒนาจนบรรลุความสมบูรณ์แบบโยแทบไม่ต้องใช้ความพยายามเลย

ถาม  ท่านมีความต้องการหรือความปรารถนาในสิ่งใดหรือไม่ ผมจะทำอะไรให้ท่านได้บ้าง

ตอบ  เธอจะสามารถให้อะไรแก่ฉันได้ ฉันมีทุกสิ่งทุกอย่าง

ความต้องการทางวัตถุเป็นไปเพื่อตอบสนองความพึงพอใจ

แต่ฉันพอใจตัวเองอย่างที่เป็นอยู่ ฉันจะต้องการอะไรอีกเล่า

ถาม  แต่เวลาท่านหิว ท่านก็ต้องกินอาหาร และเมื่อเจ็บป่วย ท่านต้องกินยา

ตอบ  ความหิวนำอาหารมา และความเจ็บป่วยนำยามา

มันเป็นแค่การทำงานของธรรมชาติ

ถาม  ถ้าผมนำบางสิ่งที่ผมเชื่อว่าท่านจะต้องการมันมามอบให้ ท่านจะรับมันไว้หรือไม่

ตอบ  ความรักที่ทำให้เธอนำของนั้นมาให้ฉัน จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ฉันรับมันไว้


ถาม  ถ้ามีคนเสนอว่าจะสร้างสำนักปฏิบัติสวยๆให้ท่านล่ะ

ตอบ  ก็ปล่อยให้เขาทำไปสิ ปล่อยให้เขาใช้จ่ายเงินให้มากๆ จ้างคนเป็นร้อยๆ ให้อาหารแก่คนเป็นพันๆ

ถาม  นั่นไม่ใช่ความต้องการหรอกหรือ

ตอบ  ไม่เลย ฉันเพียงแค่ขอให้เขาใช้เงินของเขาอย่างเหมาะสม ไม่ใช่อย่างคนขี้เหนียว ไม่ใช่อย่างไม่เต็มใจ

เขาทำเพื่อตอบสนองความต้องการของเขา ไม่ใช่ของฉัน

ให้เขาทำอย่างดีที่สุด และมีชื่อเสียงท่ามกลางผู้คนและพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลาย

ถาม  แต่ท่านต้องการมันหรือเปล่า

ตอบ  ฉันไม่ต้องการมัน

ถาม  ท่านจะรับมันไว้หรือเปล่า

ตอบ  ฉันไม่จำเป็นต้องมีมัน

ถาม  ท่านจะอาศัยอยู่ในนั้นหรือเปล่า

ตอบ  ถ้าฉันถูกบังคับ ฉันก็จะอยู่

ถาม  อะไรที่บีบบังคับท่าน

ตอบ  ความรักของผู้ที่แสวงหาแสงสว่าง

ถาม  ผมเข้าใจที่ท่านพูด ทีนี้ ผมจะเข้าสมาธิได้อย่างไร

ตอบ  ถ้าเธออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม สิ่งใดก็ตามที่เธอเห็น จะทำให้เธอเข้าสมาธิได้

สมาธิไม่ใช่ของแปลกพิสดาร

เมื่อใจมุ่งความสนใจไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้า มันจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งที่มันสนใจ

ผู้มองและสิ่งถูกมองจะกลายเป็นหนึ่งเดียว เหลือแค่การมอง

ผู้เห็นและสิ่งถูกเห็นจะกลายเป็นหนึ่งเดียว เหลือแค่การเห็น

ผู้ได้ยินและเสียงที่กระทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียว เหลือแค่การได้ยิน

ผู้ให้ความรักและสิ่งที่ถูกรักจะกลายเป็นหนึ่งเดียว เหลือแค่การรัก

ทุกประสบการณ์สามารถเป็นพื้นฐานของการเข้าสมาธิได้ทั้งนั้น

ถาม  ท่านอยู่ในสภาวะสมาธิตลอดเวลาหรือเปล่า

ตอบ  ไม่หรอก สมาธิเป็นแค่สภาวะของใจ 

ฉันอยู่เหนือทุกประสบการณ์ ทุกสภาวะ แม้แต่สภาวะสมาธิ

ฉันคือผู้ทำลายและล้างผลาญที่ยิ่งใหญ่

ทุกอย่างที่ฉันสัมผัส จะละลายสลายไปในความว่างเปล่า (akash)

ถาม  ผมจำเป็นต้องมีสมาธิเพื่อเข้าถึงการตื่นรู้

ตอบ  เธอตื่นรู้อยู่แล้ว แต่เธอไม่เชื่อตัวเอง

จงมีความกล้าและเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ว่าจะเดิน พูด ทำสิ่งใดๆ จงให้โอกาสการตื่นรู้ของเธอได้พิสูจน์ตัวมันเอง

สำหรับบางคน การตื่นรู้เกิดขึ้นทีละน้อยจนแทบไม่สามารถสังเกตเห็น แต่พวกเขาก็ยังต้องการความมั่นใจว่าตนตื่นรู้แล้ว

พวกเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่สังเกตตัวเองไม่ออก

การเปลี่ยนแปลงแบบนั้นแหละที่เชื่อถือได้มากที่สุด

ถาม  บางคนอาจเชื่อว่าตัวเองตื่นรู้ แต่ไม่จริง อย่างนั้นหรือ

ตอบ  ใช่แล้ว สิ่งที่เขาพลาดคือความคิดที่ว่า “ฉันตื่นรู้” นั่นแหละ

ในสภาวะแห่งธรรมชาติเดิม จะไม่มีคำว่า “ฉันเป็นนั่น” “ฉันเป็นนี่” เด็ดขาด

ศรี นิสาร์กะทัตตะ มหาราช

“I AM THAT”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน I AM THAT 60



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

660604

เขียน

20 Mar 2019 @ 18:44
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก