๙๐๓. จะชั่วจะดี..อัปรีย์พอกัน..

ผมคิดว่าประเทศชาติจะอยู่รอดได้ด้วยศาสตร์พระราชา ด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเท่านั้น..ใครหาเสียงประมาณนี้..ผมจะรักและเลือกทันที.แต่เท่าที่มีก็เห็น “ลุงตู่”พูดอยู่คนเดียว...

        ผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือธรรมะ เขียนโดยท่านพุทธทาส ท่านกล่าวไว้ว่า ติดชั่วติดดี อัปรีย์พอกัน หมายถึง การทำอะไรก็ตามถ้าคนเรายังติดยึดอยู่กับความชั่วนั้นเป็นอัปรีย์แน่นอน..

    แต่การติดดีนั้นหมายถึง การติดยึดว่าเมื่อเราทำความดีแล้ว คนทั้งหลายจะเห็นว่าเราเป็นคนดี จะได้รับการเทิดทูน ยกย่อง สรรเสริญ ถ้าคิดแบบนั้นก็จะเป็นอัปรีย์ได้เช่นกัน

       พระธรรมคำสอนของท่านพุทธทาส สอดคล้องกับบรรยากาศในยามนี้ ที่มีข่าวการหาเสียงเลือกตั้ง สส. ในทุกภูมิภาค อย่างดุเด็ดเผ็ดมันกันทุกพรรค

        ถ้าติดตามก็จะสัมผัสได้ถึงการสาดโคลนใส่กัน แบบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น..คงลืมไปว่าคนฟังเขาก็รู้ดีรู้ชั่วของคนพูด..มิใช่น้อย

        ถ้าเป็นรถหาเสียงที่ผมฟังจนเริ่มคุ้นเคยจะไม่มีการด่าทอ แต่จะชูนโยบายที่จะทำสิ่งดีๆ เพื่อชาติ..ซึ่งว่าที่ สส.บางคนไม่มีโอกาสแม้แต่จะทำเพื่อชุมชนท้องถิ่นด้วยซ้ำ..แต่วันนี้จะขอขึ้นระดับชาติเสียแล้ว..

        นโยบายแต่ละคนและแต่ละพรรค ดูจะหลากหลายเหลือเกิน ผมสงสัยว่าทำไมก่อนหน้านี้รัฐบาล คสช.ถึงไม่คิดจะทำ..ทั้งที่มีเงินและมีคนเก่งเยอะแยะ..

        คำตอบก็คือรัฐบาลชุดนี้..ทำเรื่องอื่นๆได้ดีและทำได้มากกว่าคำพูดของหลายๆพรรคมารวมกันเสียอีก..แต่ประชาชนคนทั่วไปยังไม่ค่อยจะรู้กัน..

        ส่วนที่ยังไม่ได้ทำ..หลังเลือกตั้งแล้ว รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลค่อยสานต่อนโยบายที่พูดหาเสียงไว้ ก็คงไม่เห็นเป็นไร ถ้าไม่แตกคอกันเสียก่อน...

        ผมยังมองว่าทุกวันนี้ รัฐบาลมีความพยายามที่จะสร้างแนวคิดและตรากฎหมายเพื่อที่จะเห็น”การเมืองใหม่” จึงทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะสานฝัน ในการสร้างบ้านสร้างเมืองบนรากฐานของประชาธิปไตย..

        จะว่าไปแล้วก็น่าลุ้นอยู่เหมือนกัน เพราะเห็นโครงการมากมายยังค้างคา ถ้าได้เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะทำได้สมกับที่จริงจังและจริงใจหรือไม่?...

        อย่างไรก็ตาม..ในทศวรรษนี้ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก “การเมือง” เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ของประเทศรู้เท่ารู้ทัน..คนที่เคยชั่วยังอวดตัวไม่เลิก ส่วนคนดีก็พยายามแก้ไขปรับปรุงตัว..เพื่อจะปีนบันไดไขว่คว้าหาดวงดาว..

        สิ่งที่ไม่น่าแปลกใจ ในฤดูการหาเสียง คือการได้เห็นกำพืดของนักการเมืองบางคน มีการลำเลิกบุญคุณและเนรคุณซึ่งกันและกัน..คนแบบนี้ใครจะเลือกมาพัฒนาประเทศก็ตามใจ..แต่ผมไม่เลือก..

        คำว่า “ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูที่ถาวร” อย่าให้กลับมาเป็นวงจรอุบาทว์เลยจะดีกว่า คนเหล่านี้กำลังเอาประเทศชาติเป็นเดิมพัน พอถึงเวลามันก็ปู้ยี่ปู้ยำเสียยับเยิน

        ผมพยายามไม่ให้ความสำคัญกับคนพวกนี้ และคิดอีกมุมหนึ่งประมาณว่า..ด่ากันมันหยดทุกวัน แล้วท้ายที่สุดก็จับมือกันกอบโกยผลประโยชน์..ต้มคนดูอย่างพวกเรา..ให้ระทมทุกข์กันต่อไป..ซะงั้น

        หลายพรรค..พูดถึงแต่ความร่ำรวยและเอาเงินมาเป็นตัวตั้ง..ทำอย่างกับว่าประชาชนคนไทยเขาเดือดร้อนแสนสาหัส คงลืมไปว่าทุกวันนี้รัฐบาลเขาก็แจกเงินทุกเดือนอยู่แล้ว (ฮา)

        ผมคิดว่าประเทศชาติจะอยู่รอดได้ด้วยศาสตร์พระราชา ด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเท่านั้น..ใครหาเสียงประมาณนี้..ผมจะรักและเลือกทันที.แต่เท่าที่มีก็เห็น “ลุงตู่”พูดอยู่คนเดียว...

        แต่เอาเถอะ..ประชาธิปไตยยุคใหม่สอนลูกหลานไว้ได้เลย เลือกคนที่ชอบและคิดว่าใช่..ถูกใจแล้วก็จบ จากนั้นก็มาคอยลุ้นว่าคนของเราพรรคของเรา จะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่?

        ถ้าไม่ได้เป็น..เราก็สวมหัวใจนักกีฬา ดูเขาเล่นไปสักพัก เชื่อเถอะ “อำนาจ”มันก็มีข้อจำกัด และอยุธยาก็ยังคงไม่สิ้นคนดี ขอแค่คนดูอย่าพาลเท่านั้น..

        ถ้าคนของเราเข้าวินก็อย่าเหลิง อย่าไปเยาะเย้ยถากถางใครเขา แต่เราก็ต้องเฝ้าดูผลของการบริหารบ้านเมืองว่า..ปากกับใจตรงกันหรือไม่?

        ประชาธิปไตยมีอยู่แค่นี้เอง..ทุกวันนี้ที่มันวุ่นวาย ก็เพราะลืมตัวลืมตน.. 

       "ทำดีไม่มีใครว่า คิดไม่ดีก็ไม่มีใครว่า แค่อย่าประทับตราบนหน้าผากใครเขาก็พอ" และก็อย่าลืม..ติดดี ติดชั่ว อัปรีย์พอๆกัน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๒  มีนาคม  ๒๕๖๒



       

       

                                                                         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

อุโมงค์ต้นไม้ (ผักสวนครัว)ของอาจารย์สุดยอดค่ะ ชอบๆๆๆๆ

หมายเลขบันทึก

660410

เขียน

12 Mar 2019 @ 21:47
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 4, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก