วันที่ 6 มีนาคม 2562

จุดที่ 2 ของการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และหาความต้องการของเกษตรกร ในวันนี้ได้ดำเนินการที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรกรอำเภอแม่สอด มีเกษตรกรเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 50 คน เกษตรกรมาจากตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกษตรกรส่วนใหญ่ มีกิจกรรมการเกษตร คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว พริก มะนาว กล้วยน้ำว้า และพืชผสมผสานอื่น ๆ อีกมากมาย ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกษตรกรประสบพบเจอกันเป็นประจำ คือ ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ ต้นทุนในการผลิตค่อนข้างสูง ตลาดรับซื้อกดราคา ไม่สามารถกำหนดราคาผลผลิตสินค้าเกษตรของตนเองได้ นอกจากนี้ยังพบว่า เกษตรกรไม่มีการจดบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของตนเอง ส่งผลทำให้ไม่ทราบต้นทุนและรายรับรายจ่ายที่แน่นอน รวมไปถึงการวางแผนการผลิตที่ไม่คงที่ ทำกิจกรรมการเกษตรตามราคาและกระแสนิยม ไม่ทราบวิธีการบริหารจัดการศัตรูพืชที่ชัดเจนและการจัดการโรคและแมลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเองได้

ทีมงานชุด ก จึงได้รวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นโดยมุมมองและการมีส่วนร่วมของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ โดยร่วมกันกำหนดหลักสูตรเพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร ได้หลักสูตรเรียนรู้จำนวน ๖ หลักสูตร คือ การวางแผนการผลิตพืชรายบุคคล การบริหารจัดการศัตรูพืช การตรวจวิเคราะห์ดินและการใช้ปุ๋ย การบริหารจัดการน้ำ การรวมกลุ่มและการบริหารจัดการกลุ่ม และหลักสูตรสุดท้าย คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเกษตรกรและของกลุ่มเกษตรกร ทั้งนี้ทีมงานที่ร่วมจัดกระบวนการเรียนรู้ได้เรียนรู้เทคนิคการทำงานร่วมกับเกษตรกร การรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกร เพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้สอดรับกับความต้องการของเกษตรกรให้มากที่สุด โดยกำหนดเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนาเกษตรกร คือ เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังได้กำหนดแปลงเรียนรู้ต้นแบบของเกษตรกร คือ แปลงของผู้ใหญ่สมศักดิ์ หมู่ 2 ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านได้ให้ความร่วมมือและเสียสละพื้นที่ของตนเองในการเป็นแปลงเรียนรู้ต้นแบบให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ และในปัจจุบันพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีโอกาสในการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดตาก มีโอกาสในการเป็นแหล่งการค้าชายแดนที่มีศักยภาพรองรับความเจริญเติบโตต่าง ๆ นอกจากนี้สินค้าเกษตรบางชนิดยังมีตลาดต่าง ๆ รองรับสู่ตลาดสินค้าเกษตรต่างประเทศ พืชที่เป็นพืชส่งออก คือ กล้วยหอมทอง ซึ่งมีบริษัทที่รับซื้อและส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นแปลงเรียนรู้ต้นแบบของผู้ใหญ่จึงเป็นแปลงเรียนรู้กล้วยหอมทอง ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้ร่วมกันของผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้แบบคู่ขนานระหว่างพืชที่ตนเองปลูก และกล้วยหอมทองที่มีโอกาสส่งออกไปยังต่างประเทศ

นอกจากโอกาสของกล้วยหอมทองในการเป็นพืชที่ผลิตเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศแล้วยังมีตลาดภายในประเทศอีกด้วย และไม่ใช่ตลาดที่ไหนไกล ตลาดที่เราทุกคนคุ้นเคย คือ ตลาด 7-11 โดยมีเกษตรกรที่สามารถส่งไปรองรับความต้องการของตลาดนี้ได้ในพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก จากข้อมูลเบื้องต้นทราบมาว่า สามารถส่งไปยัง 7-11 ทั่ว 17 จังหวัดของภาคเหนือ นับว่าเป็นแนวทางอีกแนวทางหนึ่งของการทำธุรกิจเกษตรในปัจจุบัน ซึ่งหากเปลี่ยนวิธีคิดของเกษตรกรในการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้ก็จะแก้ปัญหาผลผลิตสินค้าเกษตรล้นตลาด ช่วยให้เกษตรกรเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรที่ตนเองทำอยู่ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพียงเท่านี้เกษตรกรก็จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้ เพราะหากเราไม่เปลี่ยนแปลง โลกก็เปลี่ยนไปอยู่ดี ดังนั้น เราจึงต้องปรับตัวให้ทันโลกและความต้องการของโลก เพื่อความอยู่รอดและสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน