แม่ดีใจ ได้พบพระ ได้พบธรรม

                ถอดบทเรียนหน้างาน spiritual approach แบบมืออาชีพ  ต้องยกให้ท่าน ทุกครั้งที่ได้ฟังท่านฉันได้เรียนรู้ขอบคุณงานการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะท้าย 

                วันนี้ฉันได้มีโอกาสได้ดูแลหนูน้อย palliative care เป็นการติดตามดูแลต่อเนื่องหลังจากหนูได้กลับบ้าน แล้วตามลงเยี่ยมบ้าน 1 ครั้ง รอบนี้กลับมาด้วยปัญหาติดเชื้อในปอด ด้วยตัวโรคที่เป็นลมชักและตอนนี้ใช้ยาควบคุมอาการชักค่อนข้างขนาดสูง ตัวโรคดำเนินมาถึงจวนจวนจะสุดหนทาง และพ่อกับแม่หนูก็เริ่มจะหมดแรงแล้ว นับตั้งแต่ได้เข้ามาร่วมดูแล เป็นเหมือนเพื่อนเดินทางกับครอบครัวทำให้ได้มีโอกาสเห็นภาพการต่อสู้ของแม่คนนี้  มาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่จากหนูอายุ 6 เดือนจนถึงวันนี้ 2 ปีกว่า ครอบครัวได้ทุ่มเททุกอย่างกับการดูแลลูกที่เจ็บป่วยด้วยโรคลมชักชนิดรุนแรง  และเมื่อเดินทางมาไกล หัวใจคนเป็นพ่อ เป็นแม่ก็เริ่มอ่อนล้า “จิตใจเป็นยังไงบ้าง”  ประโยคแรกที่ถูกถามจากหลวงพี่โก๋

         ภาพที่เห็นคือแม่นั่งประนมมือ ปากสั่น ตัวสั่น น้ำตา ไหลพรากพร้อมกับคำพูดต่างๆ ค่อยๆพรั่งพรู ออกมา “แม่ดูแลเขาดีมาตลอด แม่พยายามยื้อ ปฏิเสธการเจาะท้องให้อาหาร ปฏิเสธการเจาะคอ แต่สุดท้ายก็จำเป็นต้องทำในสิ่งที่เราปฏิเสธตลอดมา หรือเป็นกรรมเวร ที่เคยทำมาแต่ชาติก่อน” หลวงพี่โก๋ ใช้เทคนิคของการเงียบและปล่อยให้แม่หนูเปิดอารมณ์อย่างเต็มที่ และเมื่อได้จังหวะท่านจึงค่อยๆ ชวนคุย ชวนคิด 


           “ไม่แปลกนะถ้าแม่จะเสียใจที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเรา เรื่องของชีวิต อยู่นานก็เรื่องหนึ่ง อยู่อย่างมีคุณภาพก็เรื่องหนึ่ง การเจ็บป่วยของน้องในครั้งนี้ เราได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด หมวดของกาย คุณแม่ได้ทำเต็มที่ แต่หลวงพี่มีความลับอย่างหนึ่ง ที่อยากจะบอก หมวดของใจ ก็สำคัญมาก อาการทางใจการที่เราคิดเชิงลบ เป็นอาการทางใจที่ไม่ดี ความคิดเชิงลบ อยู่ที่ใจดวงไหน ใจนั้นก็จะอ่อนแรง แต่ถ้าเราคิดเชิงบวก จิตใจเราก็จะดี แล้วใจที่ดี ก็จะถ่ายทอดถึงลูกเรา ความคิดที่ชวนเรากังวล ต้องรู้จักออกจากความคิด ทำให้ใจเราสะอาด เจ็บป่วย 1 คน แล้วทำให้เราล้มกันหมด เราจะยุ่ง ถ้าเรา สงบจิตสงบใจ ลูกก็จะสงบด้วย สายสัมพันธ์แม่ลูก แม่คิดอะไร อยู่ที่ไหน แม้อยู่คนละห้อง ลูกร้อง ลูกหิว แม่ยังรับรู้ แม่คิดอะไร ลูกนั้นรับรู้ ถึงวาระที่แม่ใจสงบ มือแม่ที่ใจสงบสัมผัสกับลูก ลูกจะรับรู้มั๊ย ลูกย่อมรับรู้ ค่อยๆ นะค่อยๆคลายคิ้วที่ขมวดออก หลวงพี่กำลังจะชวนคุณแม่ตั้งศูนย์ใจ เพราะถ้าใจแม่บาดเจ็บแล้ว ใครจะดูลูก ” 

         ว่าพลางท่านก็หยิบ สร้อยข้อมือที่ร้อยจากลูกปัด มาให้แม่จับ จับเพื่อฝึกว่ามือเราสัมผัสกับลูกปัด เรารู้ตัวมั๊ย ให้เรารู้ถึงสัมผัส ค่อยๆทำ และไม่ว่าจะทำอะไร ทำกับข้าว หั่นผัก เราก็กลับมารู้เนื้อรู้ตัวได้ หลังคุยได้ประมาณ 20 นาที ฉันสังเกตสีหน้าคุณแม่ ดูเปลี่ยนไป คิ้วที่ขมวดเป็นปมค่อยๆ คลาย ลง เราใช้เวลากับเคสนี้เกือบ 2 ชั่วโมง และปิดการสนทนา โดยท่านได้สอนแม่ในการพูดคุย และสื่อสารกับลูก เมื่อใจ เบาๆ แล้ว มาสัมผัสหนู คุยกับหนู เล่าเรื่องดีดี ให้หนูฟัง ขอบคุณลูกที่เกิดมาเป็นลูกแม่ ขอบคุณที่เราได้ใช้เวลาคุณภาพ ร่วมกันเราจากกันวันนี้พร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม เสียงหัวเราะ ของแม่ เหมือนกุญแจใจได้ถูกเปิดล็อคแล้วReflection กับ หลวงพี่โก๋ หลัง จบกระบวนการดูแล


1. หลวงพี่มาในฐานะมนุษย์ ต่อมนุษย์ ที่อยู่กับตัวเองเป็นและรู้ว่า มนุษย์กังวลเราจะออกจากกังวลได้คือ“กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว รู้เนื้อรู้ตัว”

2. ประโยคแรกที่ถาม คุณแม่ จิตใจเป็นอย่างไร ดูแลจิตใจตัวเองได้มั๊ยเป็นประโยคที่ เปิด พื้นที่ ให้แม่คนนี้ ในการ ที่เขาได้มี emotional express และ ประเมินว่าแม่ไม่ค่อยได้มีโอกาสเปิดอารมณ์และความรู้สึกที่ suffering 

3. จบการสนทนา แม่ ค้นพบว่าตัวเองจะดูแลตัวเองเพื่อให้มีพลัง มีใจที่มีกำลังจะมาดูแลลูกต่อไปอย่างไร ขอลูกไปพักผ่อน ไปช่วยทำโรงครัวที่วัดธรรมอุทยาน จากที่จะไม่ยอมไปไหน หนูจะดูแลลูกให้ดีที่สุด4.และเราปิดท้ายด้วยการร่วมบุญไถ่ชีวิตโค ร่วมกับวัดธรรมะอุทยานเป็นวัวแม่ ลูก อนุโมทนาสาธุ กับทุกๆ บุญ ธรรมทานจากหลวงพี่โก๋วันนี้ อยากแบ่งปันให้ได้เรียนรู้ เราสามารถนำไปใช้กับตัวเองและกับงาน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกของผู้หญิงสีขาว



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ

กุ้ง ดูแลเคสแล้วเขียนเล่าเรื่อง ก็เป็นบุญของเรา ที่จะเผยแพร่ให้คนอื่นได้เรียนรู้ ดีมากค่ะ

หมายเลขบันทึก

659765

เขียน

08 Feb 2019 @ 11:29
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก