เทา-งามสัมพันธ์ : รู้จักฉันรู้จักเธอ (ทบทวนตัวเองและเพื่อนผ่านบัตรคำ)

วันนี้ (วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562)  กลุ่มงานกิจกรรมนิสิต จัดปฐมนิเทศนิสิตและบุคลากรที่จะเดินทางไปเข้าร่วมโครงการ “เทา-งามสัมพันธ์ ครั้งที่ 22”  ระหว่างวันที่  7-13  กุมภาพันธ์ 2562 ณ  มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว  โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาสารภี อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว  และปราสาทนครวัด นครธม เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

การปฐมนิเทศวันนี้  เริ่มต้นจากแกนนำนิสิตจัดกระบวนการเชื่อมความสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆ ตามศักยภาพและรสนิยมของเขาเอง  ซึ่งมีทั้งที่เป็นการเล่าเรื่องเก่าใหม่ของเทา-งาม  ผสมผสานไปกับการขยับกายและสื่อสารขำๆ ในมุมที่เขาถนัด

ถัดจากนั้น  ถัดจากนั้นผมก็เข้าไปหนุนกระบวนการเรียนรู้ในแบบ  "รู้จักฉันรู้จักเธอ ด้วยการให้นิสิตได้เลือก “บัตรคำ” เพื่อเป็นการทบทวนชีวิต ปรับความคาดหวังและกำหนดหมุดหมายของการเรียนรู้ –

บัตรคำที่ว่านั้นเป็น “สำนวน-สุภาษิต-คำพังเพย” ล้วนๆ 

สารภาพกันตรงๆ  ว่าผมเจตนาที่จะให้นิสิตได้เรียนรู้ “ความเป็นไทย”  ผ่านกระบวนการนี้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

ผมยืนยันตรงนี้เลยว่า  ผมเจตนาที่จะใช้กระบวนการนี้ถามทักนิสิต  เพื่อให้นิสิตได้ “ทบทวนต้นทุนตัวเอง”  ผ่านบัตร  ทบทวนว่าด้วยการ “มองโลกและชีวิต” หรือกระทั่งการทบทวน “เจตนาของการจะไปเรียนรู้ค่ายเทา-งามสัมพันธ์ฯ”

และนี่คือส่วนหนึ่งของบัตรคำที่นิสิตเลือกมา...

  • น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า
  • ได้อย่างเสียอย่าง
  • ชาวนากับงูเห่า
  • ชักแม่น้ำทั้งห้า
  • ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
  • ลงเรือลำเดียวกัน​
  • ทำคุณบูชาโทษ
  • กันไว้ดีกว่าแก้
  • รักพี่เสียดายน้อง
  • น้ำขึ้นให้รีบตัก
  • ปิดทองหลังพระ
  • หนักเอาเบาสู้
  • หว่านพืชหวังผล

พอนิสิตเลือกบัตรคำเสร็จแล้ว  ผมก็ให้นิสิตเล่าเรื่องเกี่ยวกับบัตรคำของตนเอง  เช่น  ทำไมถึงเลือก  บัตรคำมีความหมายอย่างไร  พร้อมๆ กับการชี้แจงให้นิสิตได้ขับเคลื่อนกระบวนการร่วมกัน เช่น  ปรบมือให้เพื่อน ตั้งใจฟังในสิ่งที่เพื่อนกำลังเล่าฯ


จะสังเกตได้ว่าบัตรคำที่นิสิตเลือกมานั้น  มีทั้ง “มุมบวก-ไม่บวก”  ซึ่งก็เป็นธรรมดาของแต่ละคน  เพราะเขาเลือกบัตรคำบน “ต้นทุน” ของเขาเอง  ซึ่งเป็นต้นทุนที่ฝังอยู่ในชีวิตของเขาเอง  โดยผมสะท้อนว่าบางคนอาจเลือกจากประสบการณ์อันเป็นอดีตชีวิตที่ผ่านมาแต่ยังไม่ลืมเลือน  บางคนอาจเลือกจากเป้าหมาย หรือหมุดหมายที่กำลังจะไปเรียนรู้  -

ผมไม่ได้ลงลึกในเชิงเนื้อหาของแต่ละคน  เพราะไม่อยากก้าวล้ำเข้าไปในโลกและชีวิตของนิสิต  เพียงแต่สะท้อนให้รู้ว่านั่นคือกระบวนการของการทบทวนชีวิตผ่านสื่อสร้างสรรค์ของความเป็นวิถีไทย

เช่นเดียวกับการสื่อสารให้นิสิตได้รับรู้ว่า  นั่นคือกระบวนการของการฝึกทักษะของการทบทวนตัวเองผ่านสื่อ  ฝึกทักษะของการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ผ่านการเล่าเรื่อง  ฝึกทักษะการฟัง  ฝึกทักษะการสังเคราะห์และตีความ ฯลฯ

และยืนยันกับนิสิตว่า  นอกจากชวนให้นิสิตทบทวนตัวเองแล้ว  ยังหมายรวมถึงการละลายพฤติกรรมของแต่ละคนในแบบ บันเทิงเริงปัญญา”  เพื่อให้แต่ละคนได้เรียนรู “ตัวตน” ของเพื่อนไปแบบเนียนๆ

การรู้ตัวตนของตนเองและเพื่อน  คือการซ่อนประเด็นเรื่องของวุฒิภาวะ (Maturity)  ซึ่งตรงกับค่านิยมการเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ MSU FOR ALL  ที่หมายถึง "พึ่งได้)

ครั้นเสร็จสิ้นกระบวนการเรียนรู้ (รู้จักฉันรู้จักเธอ)  ผ่านบัตรคำ  ผมก็ชวนให้สายงานแต่ละสายงานออกมาเล่าเรื่องให้เพื่อนๆ ฟังว่า  "ทำอะไรถึงไหนกันไปบ้างแล้ว"  ซึ่งมีนิสิตจากสายงานด้านกีฬา และวิชาการออกมาสื่อสาร  โดยเกี่ยวกับความคืบหน้าของการจัดเตรียมสื่อการเรียนรู้เรื่องกีฬาแชร์บอล และการเรียนรู้สาระวิชาคณิตศาสตร์

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกระบวนการเรียนรู้เล็กๆ ที่ผมเจตนานำมาใช้ในเวทีนี้  เป็นการประเมินผลว่าการงานขยับถึงไหนบ้างแล้ว  เป็นการสร้างเวทีเล็กๆ ของการ Shows  and Share  ไปในตัว  

กระนั้นผมก็ไม่ลงลึกในเชิงเนื้อหาอีกเหมือนกัน  ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ หรือเวลาจำกัดหรอกนะครับ  เพียงแต่มชัดเจนว่า "เอาพอหอมปากหอมคอ"  เพื่อเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ติดตามเรียนรู้ สืบค้นด้วยตนเองเสียมากกว่า  เพราะผมไม่ชอบสร้างกระบวนการการเรียนรู้ในแบบ "จับยัด"  หรือ "สำเร็จรูป"  

แต่ที่แน่ๆ  ก็พยายามสะกิดเหมือนกันว่า  นิสิตไปสืบค้นข้อมูลมาจากแหล่งใด  ลงมือทำสื่ออย่างไร ฯลฯ คล้ายๆ ชวนให้สะท้อนกระบวนการของการดำเนินงานนั่นแหละ

เอาจริงๆ เลยนะ  ผมไม่รู้หรอกว่านิสิตเข้าใจ-ซึมซับกระบวนการเรียนรู้เล็กๆ ที่ผมขยับเข้าไปหนุนเสริมหรือไม่   หรือแม้แต่เข้าใจแล้วจะนำไปปรับใช้หรือไม่  กรณีนี้ผมไม่ได้คาดหวังแบบเคร่งเครียดให้ตัวเองหนักหน่วง หรือกดดันนิสิตให้มากความ  เพราะนั่นคือสิทธิของพวกเขาที่จะตัดสินใจเองว่าจะเดินต่ออย่างไร  

หน้าที่ของผมคือหนุนเสริมการเรียนรู้ - ส่วนเขาจะรู้ ไม่รู้ หรือรู้แล้วจะทำอย่างไรต่อหรือไม่  ผมย้ำว่าเป็นสิทธิของเขาล้วนๆ  

ผมทำได้แค่เฝ้าดู เฝ้ามอง เฝ้าประเมินพัฒนาการของพวกเขา

เขียน : ศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 (มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว)
  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

659763

เขียน

08 Feb 2019 @ 09:47
()

แก้ไข

08 Feb 2019 @ 09:50
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก