หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ บอกว่า ให้ไปร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติขึ้น (อ่านที่นี่) พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ บอกว่า ให้แต่งตั้งคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น และทำหน้าที่ร่างหลักสูตรแกนกลาง (อ่านที่นี่)  หลักสูตรแกนกลางฯ พ.ศ. ๒๕๕๑ สาระคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระโลก อวกาศ และดาราศาสตร์ ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยรองรับทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ (ดาวน์โหลดไปอ่านเองได้ที่นี่)  


บันทึกนี้สรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ไว้คร่าว ๆ และกระจายคำสำคัญหรือเนื้อหา "องค์ความรู้" ที่ถูกบรรจุไว้ให้เด็กไทยทุกคนต้องเรียนภาคบังคับ  ประเภทว่าทุกคนต้องเรียนเหมือนกันหมด ... ส่วนตัว ผมคิดว่าการกำหนดหลักสูตรแบบนี้ คือต้นเหตุหนึ่งของปัญหาการศึกษา โดยเฉพาะอุปสรรคต่อการส่งเสริมให้นักเรียนค้นหาและพัฒนาในสิ่งที่ตนเองถนัดให้เต็มศักยภาพ 

สาระเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มี ๔ สาระ  ได้แก่ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ กายภาพ โลกและอวกาศ และเทคโนโลยี สาระที่เกี่ยวกับรายวิชาฟิสิกส์ คือสาระที่ ๒  ซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ มาตรฐานการเรียนรู้ 

สังเกตว่า มาตรฐานที่ ๒.๑ เริ่มเรียนตั้งแต่ ป.๑ และกลายมาเน้นในรายวิชาเคมีในระดับที่สูงขึ้น 

สังเกตว่า มาตรฐานที่ ว.๒.๒ นี้ เน้นไปที่การเคลื่อนที่ (กลศาสตร์ จลน์ศาสตร์) เรียนเรื่องแรง รวมทั้งแรงต่าง ๆ ในธรรมชาติ แต่เป็นการเรียนเบื้องต้นยังไม่เน้นการคำนวณทางคณิตศาสตร์มากนัก เน้นกระบวนการเรียนรู้ด้วยการสัมผัส ทดลอง วัด ประจักษ์ สัมผัสปรากฎการณ์ ... สังเกตว่า ม.๒ เริ่มเรียนฟิสิกส์แล้ว ม.๓ ไปเรียนเคมีและวัสดุศาสตร์ ม.๔ ไม่ได้ทั้งฟิสิกส์และเคมี (หากตัวตามตารางนี้นะครับ) แล้วมาเรียนหนักตอน ม.๕ ... สังเกตอีกทีว่า ม.๖ ไม่ได้เรียนฟิสิกส์และเคมี 


สังเกตว่า ป.๖ รู้จักไฟฟ้าและต่อวงจรไฟฟ้าได้แล้ว มาเรียนทฤษฎีเอาตอน ม.๓ และไปเรียนทฤษฎีแม่เหล็ก-ไฟฟ้าตอน ม.๕   

การวิเคราะห์หลักสูตรอย่างแม่นยำไปถึงตัวชี้วัด ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการเรียนรู้ ซึ่งออกข้อสอบ O-Net GAT PAT ก็ต้องยึดตามนั้น จะมีประโยชน์มากในการจัดการเรียนรู้และการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ ... อย่างไรก็ดี ผมยังคิดว่า การส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองในสิ่งที่ชอบและถนัดแบบไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเรียนทุกอย่างที่กำหนดให้แบบนี้ มีประโยชน์และตรงกับแนวทางการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ มากกว่า 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทสังเคราะห์จาก อ.ต๋อย



ความเห็น (0)