2-4 ธ.ค.2549 นายบอนต้องเดินทางจนเหนื่อย ไปหลายแห่ง แน่นอนว่า ย่อมแหวกแนว ต่างจากคนอื่นๆแน่นอน ตามแบบฉบับของวัยมันครับ

2 ธ.ค.2549 ตื่นเช้ามา รู้สึกไม่ค่อยสบาย เพลีย ไม่อยากจะไป แต่รับปากเพื่อนไว้แล้ว ทานข้าวเช้าแบบเพลียๆ ก่อนออกจากบ้านก็ท้องเสีย ถ่ายพักใหญ่ แล้วออกจากบ้าน ผ่านตลาด

ร้านค้าชาวจีนกำลังเตรียมหน้าร้าน เตรียมประทัด รับขบวนแห่ เพราะวันนี้ มีขบวนแห่เปิดงานงิ้วกาฬสินธุ์ (เสียดาย นายบอนไม่ได้ถ่ายรูปมาฝาก) ไปขึ้นรถไปขอนแก่นที่ บขส.เที่ยว 9.40 น.

 ถึง บขส. ขอนแก่น 11.10 น. อ้าว มีงานเทศกาลไหมและประเพณึผูกเสี่ยว จ.ขอนแก่นและงานกาชาดขอนแก่นพอดี งั้นขากลับจะมาแวะเที่ยวละกัน

ถึงโคราช 13.45 น. ลงมาเข้าห้องน้ำ ถ่ายอีกยกใหญ่ อั้นมาตั้งหลายชั่วโมง ก่อนจะทานข้าวแบบเพลียๆ และขึ้นรถเข้า กทม เที่ยว 15.00 น.

ถึง สถานีขนส่งหมอชิตตอน 18.10 น. ลงรถปุ๊บ เพื่อนก็โทรหาปั๊บ บอกให้ไปหาที่ รพ.รามาธิบดี
เพราะแผนของเพื่อน พึ่งจะคลอด เขาต้องอยู่เฝ้าแฟนตลอด

คุ้มครับ นายบอนมา กทม.ได้มาเห็นลูกชายคนแรกของเพื่อนรักทันที จึงต้องนั่งรถสาย 157 หมอชิต-อ้อมใหญ่ ไปลงหน้า รพ.รามาธิบดี ตรงฝั่งอาคาร องค์การเภสัชกรรม

เดินตามสาวสวยคนนึ่ง เพื่อจะข้ามสะพานลอย ทหารที่ยืนตรงสะพานลอยยกมือขวางไว้ ห้ามขึ้นตอนนี้ รอสักครู่

สักครู่มีรถบรรทุกทหารวิ่งผ่านถนนเส้นนี้  คงจะมาจากการสวนสนามที่ของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา 5 ธันวาคม .....ที่แท้ก็เป็นการรักษาความปลอดภัยนี่เอง

สักพักนายบอนก็เดินข้ามสะพานลอยนั้นมาได้ โทรหาเพื่อนรัก ซึ่งบอกให้ตามขึ้นไปที่อาคาร 1 ชั้น 4 ห้อง 10 สูติกรรมพิเศษ พบกับลูกชายคนใหม่ของเขา

เข้าไปปุ๊บ เพื่อนกำลังรับบท คุณพ่อมือใหม่ ผลัดกันให้นมลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม คุยกับลูก

สักพักลูกอึ... พ่อแม่มือใหม่ หาผ้าอ้อมมาเปลี่ยนกันวุ่นวาย เพื่อนก็คุยกับลูก ร้องเพลงให้ลูกฟัง
”เดี๋ยวเราจะได้กลับบ้านแล้วนะ ที่บ้านไม่มีคนรดน้ำต้นไม้เลย”

เขาตั้งชื่อลูกชายว่า “วิศวศิลป์” หรือ น้องพอดี คลอดเมื่อ 29 พ.ย.2549

ท่าทางคืนนี้ นายบอนจะต้องเป็นผู้ช่วยพี่เลี้ยงเด็กอีกคนซะแล้วสิ

หยิบเอากล้องดิจิตอลมาบันทึกภาพไว้ เพื่อนร้องสั่งว่า ห้ามเปิด flash นะ เดี๋ยวแสงเข้าตาเด็ก เสียสายตาหมด
เลยถ่ายได้ภาพมืดๆเท่านั้น

3 ทุ่ม เพื่อนอีกคนโทรมาหา บอก วันนี้ เขาก็นอนเฝ้าพ่อซึ่งผ่าตัดกระดูกที่โรงพยาบาลธนบุรี เป็นห้องพิเศษรวม มีเตียงว่างนอนสบาย

นายบอนเลยขอตัวไปเยี่ยมเพื่อนที่ฝั่งธน เพราะถ้าไม่ไปวันนี้ ก็ไม่รู้จะได้เจออีกวันไหน
นั่งรถสาย 157 จาก รพ.รามา ไปลงที่ข้าง รพ.ศิริราช ฝั่งธน ตรงสี่แยกพรานนก แล้วนายบอนก็เดิมไปอีกนิด ถึง รพ.ธนบุรีตอน สี่ทุ่ม

แม่เจ้าโวย ตึกสูงตั้ง 12 ชั้น อยู่โรงพยาบาลดีเสียด้วย พอโทรไปบอกเพื่อน เพื่อนก็บอกให้รอเดี๋ยว จะลงไปรับ
แต่นายบอนยืนรอร่วม ครึ่งชั่วโมง เพื่อนถึงเดินลงมาจากชั้น 8 เพราะลิฟต์ขัดข้อง

ขนาดเจ้าหน้าที่ พยาบาลเข็นรถเตียงผู้ป่วยมารอหน้าลิฟต์ที่ชั้น 1 รอตั้งนานสองนาน กว่าลิฟต์จะมาถึง เอ้อ ท่าทางวันหยุด ลิฟต์จะขัดข้อง

สี่ทุ่มแล้ว ยังไม่ได้ทานข้าว เพื่อนเลยพานายบอนมาทานที่ร้านริมถนนหน้า รพ. สั่ง “ ข้าวผัดสุกี้”   มาลองทาน อร่อยดีครับ กับข้าวผัดที่ผสมน้ำสุกี้ แซบอีกแบบ

จานละตั้ง 35 บาท

นั่งทานไป ได้ยินเสียงเด็กเสริฟ, คนขายอาหาร คนล้างจาน พูดสำเนียงเขมร เอ๊ะๆๆๆๆ  คนต่างชาติหรือนี่ แต่ฟังดูอีกที น่าจะเป็นคนทางอีสานใต้ที่พูดภาษาเขมรได้ด้วย  เหมือนคนอีสานที่พูดภาษาลาวได้

แต่ดูหน้าบางคน ไม่แน่ใจว่า คนเขมรหรือคนไทยกันแน่

ทานเสร็จ ก็ขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 8 ห้องผู้ป่วยกระดูก พ่อของเพื่อนนายบอนมาผ่าตัดกระดูกสันหลัง พักที่ รพ.นี้มาร่วม 1 สัปดาห์แล้วครับ และคุณหมอให้ออกจาก รพ.ในวันที่ 4 ธ.ค.นี้

มาธุระที่ กทม. นายบอนต้องมานอนในที่ๆไม่ค่อยมีใครมานอน คือมานอนเฝ้าคนป่วยครับ รพ.ธนบุรีเสียด้วยสิ มาค้างคืนใน กทม. นายบอนยังไม่เคยค้างโรงแรมสักทีหนึ่ง เพราะมักจะไปค้างบ้านเพื่อนๆ ถ้าหาที่นอนไม่ได้ ก็ไปนอน รพ.ราชวิถี....

นอนใน รพ. ใช่ว่าจะหลับสนิท เพราะคนป่วยนอนครางทั้งคืน ไม่อยากจะนึกว่า คนที่ผ่าตัดกระดูกจะทรมานถึงขนาดไหน

ในห้องเปิดไฟสลัวๆทั้งคืน รู้สึกตัวขึ้นมาตอนตี 4 นึกว่า สว่างแล้ว เหลียวดูนาฬิกา จึงต้องคลุมโปงนอนต่อ

พยาบาลจะเข้ามาดูคนป่วยทุก 2 ชั่วโมง เพื่อนบอก นอนๆไปนะ ไม่ต้องสนใจถ้าพยาบาลจะมายืนมอง เพราะเค้ายังไม่คุ้น

จนเช้า นายบอนตื่นขึ้นมาแปรงฟังแบบเพลียๆ เจ้าหน้าที่ รพ.เข้ามากวาดพื้น ทำความสะอาดก่อน 7 โมงเช้า เสิร์ฟอาหารให้คนป่วยตามเมนูที่จัดไว้ให้ พร้อมกับอาหารสมอง นั่นคือ หนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ พ่อของเพื่อนสั่ง เดลินิวส์ ผู้ป่วยอีกราย สั่ง ไทยรัฐมาอ่าน แหม บริการคนป่วยดีถึงเพียงนี้เชียว


เห็นเพื่อนมานอนเฝ้าดูแลคุณพ่อของตัวเองแล้ว ประทับใจครับ จะมีลูกอีกกี่คน ที่จะมีโอกาสได้ดูแลคุณพ่อคุณแม่ของตัวเองในยามเจ็บป่วยแบบนี้บ้าง


ยิ่งลูกหลานในยุคนี้ ไปทำงานต่างจังหวัดไกลๆ ไม่ได้มีโอกาสได้สังเกตอาการ ความผิดปกติของบิดามารดา จนมารู้เมื่ออาการหนักมากแล้ว

แต่เพื่อนนายบอนคนนี้ คุณพ่ออยู่ในสายตาของเขาตลอด สังเกตอาการ พาพ่อมาตรวจสุขภาพบ่อยๆ จนนำไปสู่การผ่าตัดกระดูก รักษาอาการป่วยของคุณพ่อ

ถ้าไม่ติดตามดูแล หรืออยู่ห่างไกลบิดามารดา คงไม่มีทางรู้หรอกว่า คุณพ่อมีสิ่งผิดปกติที่กระดูกหรือไม่....


นายบอนดีใจกับเพื่อนด้วย ที่พาพ่อมารักษาได้ทัน และ 4 ธ.ค.นี้ คุณพ่อของเขาก็จะออกจากโรงพยาบาลธนบุรีครับ



เป็นการมอบของขวัญวันพ่อที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ในการดูแลคุณพ่อยามเจ็บป่วย ให้หายก่อนวันพ่อพอดี



การได้มานอนเฝ้าคนป่วย ก็ทำให้ได้ข้อคิดเตือนสติตัวของนายบอนเองได้เช่นกันครับ