GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความงามของคน

ความงามในสมัยหนึ่งเชิดชูว่าคลาสสิคและสูงส่งมาก แต่พอผ่านไปความงามอื่นหรือมีการยอมรับมากกว่าเข้ามาบดบัง ทำให้ความเชื่อด้านความงามแบบคลาสสิคนั้นหมดไป
 ผมชอบพิจารณาดูความงามของคนไว้อยู่หลายมิติ มิติทีมีดูแล้วรันทดใจ ก็มี ดูแล้วรัญจวนจิตก็มี และเกิดขึ้นหลากหลายมิติของอารมณ์ อยากปลีกวิเวก อยากสลัดความเร่าร้อนลงไปสายน้ำที่เย็นยะเยือก บางครั้งและหลายครั้งคนเรามีทั้งความเข้มแข็งและอ่อนแอ มีเบื่อมีอยากมีสุขและทุกข์ ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนสมบูรณ์มีความสุข และเป็นคนดีตลอดเวลาได้ สำคัญแต่ว่าเราจะแสดงอารมณ์ความเป็นสัตว์อันประเสริฐได้มากหรือน้อยที่ถูกกับห้วงเวลามากกว่ากันเท่านั้น

       คน ๆ หนึ่งมีความงามต่างกัน ความงามทางสรีระเมื่อแรกพบ ทำให้คนหลงพร่ำเพ้อโหยหา เมื่ออิ่มหมีพีมันรู้ถึงความสกปรกของกันและกัน ความงามทางสรีระก็หมดคุณค่าลงอย่างสิ้นเชิง แต่จะไปปรากฏความงามให้กับคนอีกคนแล้วคนเล่าที่ไม่สามารถหยั่งรู้ความงามของจิตใจและการกระทำได้

       ความงาม ช่วยให้คนเราทุเลาหายเครียดหายเจ็บปวด แต่ไม่สามารถบรรเทาอย่างยั่งยืนได้ เพราะความงามเหมือนกับชีวิตมนุษย์มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความงามในสมัยหนึ่งเชิดชูว่าคลาสสิคและสูงส่งมาก แต่พอผ่านไปความงามอื่นหรือมีการยอมรับมากกว่าเข้ามาบดบัง ทำให้ความเชื่อด้านความงามแบบคลาสสิคนั้นหมดไป

       คนเรามีฐานความงามแตกต่างกัน จากความรู้ ประสบการณ์ ความโง่ ความฉลาด กล่าวได้ว่าความคิดที่แตกต่างเชิงนามธรรมกับรูปธรรมทำให้การมองความงามผิดเพี้ยน คนหนึ่งหนึ่งคิดดีในบริบทของสังคมที่เจริญทางวัฒนธรรม อีกคนหนึ่งคิดชั่วในบริบทสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในสังคมป่าเถื่อน หรือคนที่อยู่ในสังคมดีอาจคิดชั่วก็ได้ หรือคนคิดชั่วอยู่ในสังคมส่วนใหญ่ที่ดีก็ได้

                                                           การวิเคราะห์ความงาม ต้องอาศัยการคิดเป็นภาพรวมหรือคิดเป็นองค์รวม แล้วแยกแยะให้ได้ การคิดถึงความงามเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งจะทำให้หลงกับความเป็นตัวตนเช่นหลงคำพูด หลงความสวยของสตรี หลงความหล่อของบุรุษ ถ้าคิดอย่างนี้ จะพบกับความสุขที่ไม่ยั่งยืนหรือจีรังได้ สักพักก็จะไปเห็นความงามจุดอื่น ไม่มีที่สิ้นสุดและจะไปเจอขวากหนามทิ่มตำได้ในวิถีชีวิต เว้นแต่จะมีความงามในจิตใจ ความเข้มแข็งของทั้งสองฝ่าย ที่ต้องต่อสู้กับบริบทอื่น ๆ อีกมากมาย

         ผมเห็นคนหลายคนล้มเหลวในการอยู่กับความงาม เมียเป็นนางงามที่มีชื่อเสียงสามีเป็นผู้ดีนักธุรกิจชั้นสูง แต่อยู่ได้ไม่นานต้องพลัดพรากจากกัน ลูกสร้างปัญหาแก่สังคมก็มีมาก เพราะหลงความเป็นตัวตน หลงสรีระที่คิดว่าจะยั่งยืน โดยค้นหาความงามของจิตใจกันไม่เจอ

          ทุกวันนี้ เราหาความงามกันอย่างฉาบฉวย หามาบริโภคประเดี๋ยวประด๋าว คนมีโอกาสทางฐานะเศรษฐกิจหลงว่าทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ได้มาซึ่งตนเองพอใจ (ความพอใจหลายคนเชื่อว่าเป็นความงาม)แม้นจะราคาจะแพงแสนแพง(ทั้ง ๆ ที่ถูกหลอกและโก่งราคา)ก็ยอม

          ความงามของคนที่ยั่งยืนและเป็นอมตะ มาจากความงามทั้งกายและจิตใจ การแสดงออกที่เสมอต้นเสมอปลายต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อย่างเป็นรูปธรรมและนามธรรม ทั้งสองอย่างต้องสมดุลกันและเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันเสมอ

        แต่จะหาลักษณะคนที่ผมกล่าวถึงนี้ได้ในโลกนี้สักกี่คน ช่วยกันค้นในตัวเองก็แล้วกันครับว่า รูปธรรมและนามธรรมเราเป็นอย่างไร และจะสร้างให้เกิดความสมดุลกันได้อย่างไร ช่วยกันนำไปคิดที

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 65016
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)