กำพืดของตนเอง หมายถึง ความเป็นถิ่นที่อยู่ ที่ต้องประกอบด้วยคติ ความเชื่อ ความเป็นไปเป็นมาของตนเอง ชุมชน...
 ผมมีความสุขอยู่กับการสอนวิชาสุนทรียภาพของชีวิต

ที่เป็นเรื่องของความงามทั้งโลกตะวันออก และโลกตะวันตกผมบอกกับนักศึกษาอยู่หลายครั้งว่า ถึงแม้เราจะมีอิสระทางความคิดใด ๆ ก็ดีเราอย่าลืมกำพืดของตนเอง และอยู่เหนือเงื่อนไขของสังคมไทยเราและการเข้าไปสัมผัสความงามต้องสัมผัสแบบเข้าใจและพร้อมที่จะปกป้องรักษากำพืดของตนเองให้ได้ <p>         กำพืดของตนเองหมายถึง ความเป็นถิ่นที่อยู่ ที่ต้องประกอบด้วยคติความเชื่อ ความเป็นไปเป็นมาของตนเอง ชุมชน และหมายความรวมไปถึงความเป็นชาติไทยเราส่วนเงื่อนไขของสังคม เป็นเรื่องของการยอมรับในการปฏิบัติทั้งจารีตประเพณีและตัวบทกฎหมาย</p><p>         ผมให้ความคิดกับนักศึกษาดังกล่าวไปท่ามกลางกระแสสังคมไทยในเรื่องการการรู้จักกำพืดของตนเองลดน้อยลง</p><p>         สังคมไทยในหลายส่วนมีความอ่อนแอ อ่อนด้อยในเรื่องการปกป้องคุ้มครองต่อกำพืดของตนเองความเข้าใจ การเห็นคุณค่า การเห็นเข้าไปถึงจิตวิญญาณความเป็นไปเป็นมาอย่างลึกซึ้งรู้อย่างเท่าทันของคนในหลายระดับไม่ค่อยมีมีเพียงแต่การมองแบบกระพี้และเห็นประโยชน์ในเชิงกอบโกยเป็นสินทรัพย์</p><p>         จึงไม่แปลกที่สังคมไทยโดยเฉพาะถิ่นที่แสดงออกทางสังคมวัฒนธรรมมาอย่างยาวนานไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯเชียงใหม่ กำแพงเพชร อยุธยาฯลฯ ถูกรุกรานย่ำยี เหยียบย่ำทางศิลปะวัฒนธรรมโดยเฉพาะคติความเชื่อด้านศาสนาอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่เข้าใจหรือเข้าใจอย่างผิด ๆต่อสิ่งที่นำไปเสนอออกไป</p><p>         ฐานการรับรู้ของคนไทยเรารับรู้ว่างานประติมากรรมพญานาค รูปสิงห์จะตั้งอยู่ทางเข้าออกของวัดเพื่อปกป้องคุ้มครองและจรรโลงพระพุทธศาสนาเห็นซุ้มประตูโขงหน้าวัด เพื่อจะนำเราไปสู่สวรรค์เราเห็นยอดฉัตรที่ประดับอยู่บนปราสาทราชวังหรือพระธาตุเจดีย์เห็นพระพุทธรูปอยู่ในที่ที่อันเหมาะสม เห็นหอธรรมที่ตั้งอยู่ในวัด เห็นตุงกระด้างเห็นหีบธรรม เสาหงส์ ต้นดอก ธรรมมาสน์ เตียงพระเจ้า สัตภัณฑ์ที่ทำเพื่อความหมายต่อการถวายเป็นพุทธบูชาสิ่งเหล่านี้เป็นฐานการรับรู้หรือเงื่อนไขของสังคมที่เรายอมรับกันได้มาอย่างยาวนาน</p><p>           ด้วยบริบทของสังคมไทยที่เปลี่ยนไป ทำให้เราเห็นการลอกเลียนแบบลักษณะสถาปัตยกรรมจากวัดและประติมากรรมที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญทางศาสนา คติความเชื่อไปใช้เชิงธุรกิจการค้า และปรากฏในสถานที่ที่ไม่ถูกด้วยประการทั้งปวงเช่น โรงแรมร้านอาหาร สปา อยู่อย่างดาษดื่น</p><p>        การมองมิติแบบผสมผสานหรือแบบบูรณาการเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมีข้อยกเว้นถ้าเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับความเป็นชาติ ศาสนาและสถาบันกษัตริย์</p><p>        หลายอย่างที่ไปปรากฏแทบไม่น่าให้อภัย เพราะสะดุดต่อความรู้สึกการรับรู้ของคนส่วนใหญ่ที่เข้าใจมาก เห็นการจำลองเลียนแบบวัดให้เป็นโรงแรมเห็นพญานาค ตัวสิงห์เฝ้าอยู่หน้าโรงแรมเห็นสัตภัณฑ์ใช้เป็นที่เขี่ยบุหรี่ของแขกที่พักเห็นหลองข้าว(ยุ้งข้าว)ทำเป็นส้วมของร้านอาหาร เห็นหำยนต์อยู่ในห้องน้ำเห็นหีบธรรมใช้เป็นเคาเตอร์ เห็นเครื่องดอกสักการะใช้ประดับทางเข้าร้านอาหารเป็นต้น</p><p>        ความเป็นวัฒนธรรมนั้นเป็นกระแสก็จริงอยู่ แต่หากนำเอาวัฒนธรรมที่สั่งสมทั้งความดีความงามที่เกี่ยวข้องกับความเป็นชาติ ศาสนา และสถาบันกษัตริย์ต้องหลีกและไม่กระทำเหยียบย่ำอย่างที่กล่าวมาโดยเด็ดขาด</p><p>       ใครครับที่จะรับผิดชอบ</p><p>       องค์กรภาครัฐที่มีการเฝ้าระวังทางศาสนาและวัฒนธรรมต้องไม่ตีความเข้าข้างเพราะผลประโยชน์ผู้บริหารโดยเฉพาะระดับชาติ ระดับจังหวัดต้องปฏิเสธการรับเชิญให้ไปเปิดป้ายหรือเปิดงานหรือกินข้าวในสถานที่ที่แสดงและเหยียบย่ำความเป็นชาติองค์กรท้องถิ่นต้องไม่อนุญาตอนุมัติแบบแปลนแผนผังที่มีลักษณะลอกแบบสถาปัตยกรรมทางศาสนาต่อผู้ลงทุนนั้น ๆ</p><p>      อย่าเอาแต่หลักการมัวเมาแต่ผลประโยชน์เป็นสินทรัพย์กันเลยครับถ้าไม่ปกป้องคุ้มครองและต่อต้านการแสดงออกดังกล่าวแล้ว การล่มสลายทางศิลปะวัฒนธรรมความเป็นชาติ ความเป็นถิ่นที่อยู่ของเราก็ไม่ต่างจากการเป็นเมืองขึ้นหรือเสียเอกราชเช่นเดียวกับอดีตที่ผ่านมา</p><p>        ถ้าไม่อย่างนั้นในอนาคตเราอาจจะเห็นการจำลองวัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระสิงห์วัดพระแก้ว เป็นโรงแรมห้าดาวใครจะไปรู้ แล้วจะพากันขึดหลวง แล้วจะว่าไม่บอก</p>