ได้เข้าไปฟัง"เมื่อคุณธรรม...นำการศึกษา" โดยท่านอาจารย์ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ในงานมหกรรมการจัดการความรู้ครั้งที่ 3 ในช่วง 11-12 น. (เรา 3 คนจากห้อง GotoKnow -อ.จันทวรรณ อ.ธวัชชัย และตัวเอง ขออนุญาตชวนชาวสมาชิกที่มาเรียนการใช้ blog GotoKnow ไปฟังกับพวกเราด้วย)
ต้องขอบคุณอ.จันทวรรณที่เสนอว่า เราน่าจะไป เพราะเราแทบจะไม่มีโอกาสได้เยี่ยมชมงานส่วนอื่นๆเลย แต่เรื่องนี้ของอ.ดร.อาจอง นี่เราไม่อยากพลาดเลย ได้ชื่นชมความเก่งระดับโลกของท่านที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว พร้อมๆกับซาบซึ้งกับความมีคุณธรรมที่ท่านถ่ายทอดออกมา ทำให้เรามีความสุขที่ได้เห็นคนเก่งที่พยายามชี้ให้เห็นว่า คุณธรรมความดีมีคุณค่ามากกว่าความเก่งแน่นอน
ท่านเล่าให้ฟังถึงการสอนเด็กที่โรงเรียนสัตยาสัย จังหวัดลพบุรีของท่าน ที่ใช้หลักพุทธศาสนา สอนให้เด็กมีศีล สมาธิ ปัญญา ให้คุณค่ากับเด็กทุกคน หนึ่งในหลายๆสิ่งที่ท่านฝากไว้ให้คิดก็คือ ไม่สอนในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ ท่านได้มีคำสั่งให้คุณครูของโรงเรียนนี้ไว้ 2 ข้อคือข้อ 1 จงเป็นแบบอย่างที่ดีของนักเรียน และข้อ 2 ให้กลับไปอ่านข้อ 1
อ่านบันทึก "ทำหรือยัง?" ของอ.Beeman แล้วก็เลยทำให้อยากเขียนเรื่องนี้ย้ำอีกที
เพราะเรามักจะได้พบเห็น หรือบางครั้งเราเองก็จะเป็น ที่เราตั้งคำถามว่า
ทำไม...ไม่มีใครทำ...อย่างนั้น อย่างนี้
ทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น ทำไมไม่ทำอย่างนี้
ทำไมไม่มีใครช่วยเหลือคนนั้น
ทำไมไม่มีคนทำหน้าที่....
แต่เราลืมถามตัวเองไปว่า
แล้วทำไม...เราจึงถาม
ทำไมเราไม่ลงมือทำเสียเลย
ตั้งใจไว้แล้วค่ะว่า ต่อจากนี้ไปคำถามแบบนี้จะไม่ใช้แล้ว ถ้าหากเรามีคำถามเช่นนี้ แล้วสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราทำได้เอง ก็จะไม่ถาม จะเริ่มถามตัวเองก่อนว่า สิ่งนั้นเราทำได้ไหม ถ้าไม่ได้...จะได้ไม่ต้องถามว่า ทำไม...ใครไม่ทำ
อีกอย่างหนึ่งที่อยากฝากไว้ในบันทึกอันเนื่องมาจากการบรรยายครั้งนี้ก็คือ คำสอนที่ว่าให้ถามว่า สิ่งนั้นดีกับตัวเรามั๊ย ถ้าดี ถามต่อว่า ดีสำหรับทุกคนไหม ถ้าไม่ดีสำหรับทุกคน...อย่าทำ
ขอบพระคุณมากครับ
ถ้าใช้เกณฑ์นี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยตกงานกันเพียบเลยครับ เพราะไม่มีอะไรจะสอน ที่สอนอยู่ก็ทำไม่ค่อยได้ แค่จำขี้ปากคนอื่นมาเล่าได้ก็เป็นศาสตราจารย์แล้วครับ
ผมอยากเห็นเกณฑ์นี้ใน KPI แล้วเราจะได้พัฒนาระบบการศึกษาเสียที มีโอกาสที่จะล้างเซลล์มะเร็งในระบบการศึกษาได้เต็มที่เลย
ช่วยกันเชียร์หน่อยซิครับ
อ่านแล้วทำให้นึกถึงโฆษณาในทีวีชิ้นหนึ่งที่ลูกเห็นพ่อไม่สบายแล้วก็เพียรถามแต่ว่า “ทำไมพ่อไม่ไปหาหมอ “ แล้วก็มีคำถามต่อมาว่า “แล้วทำไมคุณไม่พาคุณพ่อไป” ซึ่งเป็นการสอนใจที่คล้าย ๆ กันนะ
ขอบคุณคุณขจิตค่ะ ต้องให้รางวัล "ตาเหยี่ยว" สัก 1 อะไรดีล่ะคะ
ไม่เข้าใจ เรื่องน้องชายขอบค่ะ เฉลยหน่อย มุขคุณขจิตนี่พี่ตามไม่ค่อยทันเลย
เสียงคุณขจิตยังตามมาติดหูพี่อยู่เลยนะคะ เหมือนนกเล็กๆยังไงไม่ทราบ
พี่โอ๋สรุปเรื่องได้ดีมากเลยครับ อยากฟังอีก
พี่เล็ก โฆษณาที่ว่า สงสารคุณพ่อลูกคู่นี้มาก จนพ่ออาการหนักแล้วคุณลูกก็ยังไม่ได้คำตอบ รู้สึกอารมณ์ย้อนกลับเหมือนไปดูหนัง Patch Adams อีกรอบเลยครับ
ขอบคุณคุณอาจันทร์ที่มาช่วยเฉลยครับ ผมจะโดนน้องชายขอบไล่ทุบไหมครับ เสียงผมเหมือนนกหรือครับ นกพี่เล็กใช่ไหมครับ ยิ้ม ยิ้ม
แหม ขอบคุณคุณจันทร์เมามาย มากค่ะ อ่านคำอธิบายแล้วก็ยังต้องดูซ้ำ แล้วคิดอีกรอบเลยค่ะ เรื่องแบบนี้หัวพี่ช้ามาก "มุข" (ไม่ใช่"มุก"นะคะ) ของคุณขจิตนี่....พี่ก็ว่าเรา 2 คนก็ไม่ได้ขาวมากกว่าคุณชายขอบแกสักเท่าไหร่เลยนะคะ คุณขจิต ทำเป็นไปว่าเธอ
ล้อเล่นครับพี่โอ๋ ฝากรูปพี่โอ๋ไว้กับคุณNidnoi ได้รับหรือยังครับ ส่งไปเมื่อคืน ครับผม
ใช่แล้วค่ะ ถ้าคิดที่จะทำ ก็ให้ทำตั้งแต่วันนี้(หมายถึงสิ่งที่ดี)เพราะ ระวัง...........หมดอายุ..............เหมือนโฆษณาเลยเนอะ
บันทึกนี้ของอ.Panda ก็เป็นสิ่งที่ได้มาจากการบรรยายของอ.อาจอง เช่นกัน ใครยังไม่ได้อ่าน ลองแวะไปดูนะคะ เป็นข้อคิดดีๆที่น่าบอกต่อเช่นกันค่ะ
คุณวิชิตแห่งมมส. ได้อุตสาหะถอดเทปคำบรรยายทั้งหมด ขึ้นมาไว้บนบล็อก อย่างต่อเนื่อง ที่นี่ และที่นี่ค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ เป็นการบรรยายที่อยากให้ทุกคนได้รับฟังด้วยจริงๆค่ะ
ดีมากมากเลยนะพี่โอ๋ ที่เราได้แว้บไปฟัง ดร.อาจอง เพราะ tacit knowledge ที่ได้รับจากท่านในเวลาหนึ่งชั่วโมงนั้นคุ้มค่าที่สุดเลยค่ะ ว่าแล้ว ก็จะรีบไปหาหนังสือ อาปาณสติ มาอ่านดีกว่านะ :)
มาระบายความปลื้มครับ
ปลื้มมากๆ .. ตอนนี้ก็ยังไม่หายปลื้ม และคงปลื้มตลอดไปครับ
อ.โอ๋ ได้ข้อคิดมากค่ะ ขอ link ไว้หน่อยนะคะ ที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/kmanamai-nonta/66774
ผมเป็นนักเรียรุ่นแรกๆๆเลยคลับ