ผมยิ่งศึกษาสามก๊กยิ่งมองเห็นอะไรบางอย่างยิ่งล่าสุดผมได้อ่านงานวิจัยทางจิตวิทยาเขาบอกว่าคนที่แตกฉานในเรื่องอะไรจะพูดออกมาเป็นปรัชญาหรือไม่ก็คำคมครับ ... ว๊าวผมเห็นเลย ... ผู้นำทุกคนในสามก๊กที่ตั้งก๊กได้กุนซือเก่งๆล้วนแล้วแต่มีคำคมมีปรัชญานั่นหมายถึงทุกคนแตกฉานในสิ่งที่ตนทำอยู่นั่นคือกลยุทธ์ ...ถ้าเชี่ยวชาญจนพูดออกมาเป็นคำคมก็จะชัดเลยว่ามีส่วนสำคัญต่อการสร้างอาณาจักรเป็นดัชนีชี้วัดเลย.. ใครไม่ผลิตคำคมดีๆก็ไม่ได้เป็นใหญ่ดูรุ่นลูกรุ่นหลานครับไปหมดเลย 

การที่คนเราแตกฉานในสิ่งที่ทำทำให้ไปได้ไกล 

...แต่เอ๊ะแต่ใครไปได้ไกลสุดนะก็ต้องเป็นสุมาอี้เพราะเป็นผู้พิชิตสามก๊กตัวจริง...ทุกคนแตกฉาน มีคำคมทุกคน. ...ใช่ครับ แต่ทำไมสุมาอี้ไปไกลสุด..หรือ...มันมีความแตกต่างของคำว่าแตกฉานไปอีก...

มาวิเคราะห์กันครับเริ่มที่สุมาอี้ผมเห็นประโยคนี้ก็รู้สึกว่าเริ่มต่างแล้ว... 


มันคล้ายๆกับที่เหมาเจ๋อตุงผู้ก่อตั้งประเทศจีนยุคใหม่พูดไว้ ...(มีผู้พูดว่าดัดแปลงมาจากกลยุทธ์ของซุนวู)  

เอ็งมาข้ามุดเอ็งหยุดข้าแหย่เอ็งแย่ข้าตีเอ็งหนีข้าตาม

เคยเห็นบทวิเคราะห์กันครับคำพูดง่ายๆของเหมาเจ๋อตุงเปลี่ยนชาวนาให้เป็นนายพลได้ ... เพราะอะไรครับยุคนั้นประเทศจีนไม่ได้ปกครองโดยคอมมิวนิสต์คอมมิวนิสต์ยังไม่เก่งกล้ากองทัพประชาธิปไตยมีทรัพยากรและบุคลากรเหนือกัว่าในขณะที่รัฐบาลมีรร.นายร้อยที่ผลิตบุคลากรทางการทหารเก่งๆออกมา ..แต่เหมาเจอตุงไม่มีใครครับรอบๆตัวมีแต่ชาวนา... จะสร้างรร.นายร้อยไม่ทันเพราะต้องหนีรัฐบาลหัวซุกหัวซุน ..  เหมาเจ๋อตุงเลยให้หลักคิดการรบกับชาวนาแบบง่ายๆว่า  เอ็งมาข้ามุดเอ็งหยุดข้าแหย่เอ็งแย่ข้าตีเอ็งหนีข้าตาม

นี่สุดยอดครับ ..ด้วยคำพูดที่สื่อถึงตรรกะทำให้คนไม่มีความรู้ประเมินสถานการณ์แบบง่ายๆและดึงกลยุทธ์มาใช้ได้อย่างตรงจุดยืดหยุ่นง่ายต่อการตัดสินใจไม่ต้องรวมศูนย์  ด้วยคำพูดง่ายๆนี้ใครก็เป็นนายพลได้  ชาวนาไปไหน เห็นสถานการณ์ของศัตรู จะตัดสินใจได้เลยว่าทำอย่างไร .. ซึ่งต่างจากกองทัพของรัฐบาลก๊กมินตั๋งที่ทำอะไรซับซ้อนยากกว่า ภาษาก็สูงกว่า.. เชื่อว่านี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กองทัพชาวนาเอาชนะกองทัพนายร้อยได้

Creditภาพ: https://twitter.com/hashtag/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%87

มาดูคำพูดของสุมาอี้ครับ ..นี่ลูกน้องที่ไม่รู้ไม่เก่งเท่าสุมาอี้..ก็จะพอประเมินสถานการณ์และสร้างสรรค์วิธีการรบขึ้นมาได้ แบบที่กองทัพแดงของเหมาเจ๋อตุงทำได้ไม่ยากนัก 

เรื่องนี้ถ้าจะหนักแน่นขึ้น ...ผมนึกถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่นาซีเยอรมันบุกรัสเซียรัสเซียก็งงครับเตรียมตัวไม่ทันในขณะที่เยอรมันมีรถถังแพนเซอร์ที่ดีที่สุดในโลกสร้างด้วยวิศวกรรมชั้นยอดขนาดวิศวกรปัจจุบันไปดูห้องเครื่องยนต์ของรถถีงแพนเซอร์ที่สร้างขึ้นเมื่อ 70-80 ปีก่อนก็ต้องทึ่งเพราะมันกระทัดรัดแต่ทรงพลังมาก ..เรียกว่าล้ำยุคสุดแถมมีกำลังพลคุณภาพระดับโลก  มีนายร้อยเต็มเมือง ...  ในขณะที่รัสเซียยากจนมากไม่ได้เตรียมตัวรบ.. มีแต่ชาวนาและโรงงานผลิตรถบรรทุกเท่านั้น ... ทำไงครับสตาร์ลินผู้นำรัสเซียสั่งสู้... แต่ไม่มีอาวุธหนักสู้แถมไม่มีทหารขับมีแต่ชาวนา...สตาร์ลินเลยสั่งง่ายๆครับ ...ให้กองทัพสร้างรถถังที่ชาวนาต่อให้ไม่เคยขับรถจักรยานเลย เมื่อเจอรถถังนี้ครั้งแรกก็ขับได้เลย... ไม่พอ ถ้าเสียให้ชาวบ้านที่มี Skill ระดับซ่อมจักรยานได้สามารถซ่อมรถถังนี้ได้ ...

แล้วโลกก็เห็นรถถีง Spec รถถ้งของสตาร์ลินออกมารุ่น T-34 ที่โลกยังยกย่องจนถึงทุกวันนี้ว่าเป็นสุดยอดรถถัง ว่ากันว่า ถ้าคุณเป็นชาวนาและซ่อมจักยานเป็น คุณก็ขับและบำรุงรักษารถถังรุ่นนี้ได้ ..มันหยาบมากแต่ก็ซ่อมง่ายสุด ... มีครั้งหนึ่งมีผู้ทำสารคดีของ Natioanal Geographic เธอเป็นช่างกล้อง เธออยากลองว่ารถถัง T-34 นี่ขับง่ายสมคำร่ำลือไหม...เลยขอเจ้าของลงไปขับ เธอขัับได้เลยจริงๆ ..เพราะอะไรครับมันไม่มีพวงมาลัยการขับเคลื่อนใช้จอยสติกค์ครับเหมือนกับที่เราเล่นเกมส์วิดีโอนั้นเอง ...ใครๆก็ขับได้ สนุกด้วย ...ต่างจากรถถังแพนเซอร์ของเยอรมันที่คนขับต้องเรียนมาประมาณนายร้อย .ต้องมีช่างผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล ... 

พอมารบกับรัสเซียก็เริ่มแพ้ครับ.เพราะแพนเซอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้ในอากาศหนาวจัดเลยพังง่ายบำรุงรักษายากหาช่างซ่อมก็ยาก ..พอสู้ไม่ได้ก็เริ่มเสียหายพลขับตายก็ฝึกมาแทนยาก..ในขณะที่ T-34 ถ้าคนขับตายก็คว้าชาวนาใกล้ๆมาขับแทนได้เลย  ว่ากันว่าความง่ายของรถถัง T-34 เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เยอรมันสู้รัสเซียไม่ได้  นี่ไงครับฉลาดแล้วคนอื่นทำตามได้ 

สุดยอดไหมครับคำพูดง่ายๆ เปลี่ยนทิศทางสงครามได้เลย...

มาดูความต่างอีกมุมของสุมาอี้

นี่เป็นคำสอนที่สุมาอี้มอบให้ลูกครับ ...  มองเห็น Scenerio ชัดเจนว่าเขาจะเจอกับใครบ้างและจะทำอะไรบ้างที่ดีที่สุด ...  สุมาสูสุมาเจียวจะเจอทั้งฮ่องเต้ขุนนางอำมาตย์..ประชาชน...  เขาต้องชนะใจใครและต้อง Focus ที่ใครจะไปไกลที่สุด... ผมเชื่อว่าสุมาสู สุมาเจียว สุมาเอี๋ยนฟังคำพูดนี้แล้ว Aha และทำตามได้ ..มันฝังหัว ทำตามได้ไม่ยาก .. และเริ่มเห็นผลชัดขึ้นเรื่อยๆ  ..จนครองแผ่นดินได้ในที่สุด..

การตกผลึกของสุมาอี้ดูเหมือนจะทำให้คนอื่นฉลาดตามได้ง่ายกว่า  

คำพูดของสุมาอี้ทำให้สุมาอี้ชนะมาแต่ต้น...เหมือนกับเหมาเจ๋อตุงและสตาร์ลิน

เอาหล่ะมาดูความต่างๆ มาลองเทียบคำคมของผู้นำคนอื่นๆในยุคสามก๊กสิครับ ...

เริ่มที่โจโฉ.. เช่นคนเดินตามตำรามีแต่โง่เท่านั้น ..งงครับลูกโจโฉอาจงง .. เพราะจะต้องเดินตามระดับไหนหรือจะแซงยังไง ไปไม่ถูกเลย...

อย่าถืออารมณ์เป็นใหญ่...ก็สงบแล้วไงปู่ ...รอบคอบแล้ว ว่าต้องรอบคอบแบบไปถึงไหน ขนาดรอบคอบแล้วยังตายเกลี้ยงตระกูล ทีโจโฉประสาทๆ ยังเป็นใหญ่ได้ ...มันย้อนแย้งหรือเปล่า ..

มาเล่าปี่อยากเป็นใหญ่ต้องกุมใจคน... เล่าเสี้ยนเป็นใหญ่แล้วไงต่อ...ก็กุมหัวใจขันทีคนสนิทแล้วนี่..อาณาจักรยังหายวับไปกับตาไหนครับ ... 

คุณธรรมและความถูกต้อง เป็นสิ่งที่ยึดถือมาทั้งชีวิต และไม่มีวันบิดพลิ้ว... เตียวหุยทำไมพลาด ไปเฆี่ยนตีคนจนเสียเมือง ตอนหลังเสียหัวเลย.. นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ พระเจ้า..เล่าปี่ประสาทกลับจนรบแพ้ในที่สุด.. ทั้งที่เตียวหุยอยู่ติดตัวเล่าปี่..ทำไมถึงไม่เข้าใจ..สอนยากไปไหม..

นี่เหวอกว่าต้องขงเบ้ง...ธรรมชาติมิอาจกำหนดมนุษย์มิอาจคาดการณ์... เอาไงพี่อย่างนี้ผมจะติดสินใจยังไงมองไม่ออกไม่กล้าตัดสินใจด้วยมีปัญหาชัวร์สุดถามพี่ขงเบ้งดีกว่า ... พี่ตัดสินใจแทนเฮอะ 

มาซุนกวน นี่ก็เหวอได้อีก.. "สงครามมีหลายรูปแบบมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวขั้นตอนไม่สำคัญเท่ากับผลสุดท้ายที่ออกมา"... เอาไงดีรบยังไงมองยังไงอะไรก็ได้แล้วเอาไง..  

คุณเห็นลักษณะการตลกผลึกไหมครับต่างจากสุมาอี้และเหมาเจ๋อตุงมาก..  ดูเป็นการตกผลึกที่เหมือนรำพึงออกมาจากคนฉลาดสุดของสังคม .. ดูฉลาดมาก แต่คนฉลาดมากๆขั้นอัจฉริยะเท่านั้นจะตามทัน . ส่วนใหญ่ 99.99999 % ก็ตามไม่ทัน .. ถ้าตามทันกวนอูและเตียวหุยก็คงไม่ตายก่อนวันอันควร... ราชวงค์ฮั่นคงอยู่ต่อมาอีกเป็น 1,000 ปี

ผมเชื่อว่าลักษณะการสื่อสารแบบสุมาอี้นี่เองที่ทำให้คนทั้งฉลาดไม่ฉลาดปฏิบัติตามได้ไม่ต้องตีความไม่ต้องรวมศูนย์ทุกอย่างอยู่ที่ตัว..พิสูจน์ได้ตอนท้ายๆขงเบ้งทำงานหนักมากน่าจะมาจากการที่ไม่สามารถสร้างคนให้ฉลาดตามได้มากพอทำให้ตายก่อนสุมาอี้ฉลาดแล้วยังทำให้ลูกหลานลูกน้องฉลาดตามมาเป็นกลุ่มใหญ่ได้อีก

เอาเป็นว่าถ้าคุณจะเป็นผู้นำ คุณจะประสบความสำเร็จแน่ถ้าคุณมีความรู้มีความเชี่ยวชาญ ระดับที่สามารถตกผลึกความรู้ออกมาเป็นคำคม เป็นปรัชญาสั้นๆ แต่ถ้าจะไปไกลสุดทางเลยก็ต้องทำให้คนอื่นเข้าใจและปฏิบัติตามง่ายๆ 

จะว่าไปสุมาอี้ เหมาเจ๋อตุง สตาร์ลิน สามารถสร้าง "โคลน (Clone)"  ตัวเอง...คนที่สามารถตัดสินใจใช้กลยุทธ์อันชาญฉลาด สามารถทำสงครามแทนได้ คล้ายๆ ... คิดดูสิครับแทนที่จะมีคนสองสามคนเข้าใจคำพูดของผู้นำ นี่อาจมีคนนับร้อยนับพัน ที่เข้าใจชุดความคิดนี้และสามารถสร้างผลงานอันชาญฉลาดได้   มีคนเข้าใจคุณสองสามค นก็ทำงานแทนได้สองสามคน ... มีคนเข้าใจคุณมากๆ ก็ทำงานแทนได้มากกว่า กินพื้นที่ได้กว้างขวางกว่า .. ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คล้ายๆ Starbucks ที่คุณไปที่ไหนในโลก ก็ทำกาแฟได้เหมือนๆกัน พนักงานก็น่ารักคล้ายกัน...  นี่คือการโคลนความคิดของเจ้าของ เมื่อโคลนถูกทาง ตัดสินใจอะไรก็เหมือนเจ้าของตัดสินใจเอง ทรงพลังกว่าไหมครับ  ถ้า โฮเวิร์ด ชูต เจ้าของ Starbucks ทำให้พนักงานทำเหมือนที่เขาคิดไม่ได้ ก็ขายได้แค่รัฐ Seattle ได้เท่านั้น... แต่ด้วยการ Clone ทำให้เขาขายได้ทั่วโลก ...ผมว่า สุมาอี้ก็เหมือน โฮเวิร์ด ชู๊ตในยุคปัจจุบันนั่นเอง 

และนี่คือสิ่งที่แยกสุมาอี้ออกจากผู้นำอื่นๆ ในสามก๊ก ...

คำถามคือทำอย่างไรจะพูดให้ได้ชัยชนะอย่างสุมาอี้

  1. มีเป้าหมายชีวิตที่สูงส่งและลุยเพื่อเป้าหมายนั้นจะตกผลึกเอง  
  2. ค้นหาประวัติศาสตร์และคำคมในประวัติศาสต์ทั้งในอดีตและร่วมสมัย โดยเฉพาะที่คนยกย่องและมีการเอามาใช้หลายแวดวงและได้ผลคนคิดมีผลงานชัดเจน 
  3. ค่อยๆตกผลึกค้นหาคำพูดทดลองพูดแล้วคนอื่นทำตามได้ง่ายได้สำเร็จเหมือนกัน
  4. สังเกตคนเก่งๆที่เรานับถือพูดลองเอามาใช้ดูว่าง่ายและให้ผลดีสูงไหม
  5. ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ในสงครามจริง คนตายเป็นล้าน จะเอาเป็น Idol ไปหมดไม่ได้ ในสนามชีวิตจริงปัจจุบันคนที่เป็นแบบอย่างสุดยอดได้แก่ Dalai Lama และคนอื่นๆ น่าศึกษามากครับ วันหลังจะล่าให้ฟัง

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟังลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

Note

1. บทความวันนี้อุทิศให้ท่านโคฟี่ อันนั้น อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลกที่พยายามสร้างสันติภาพโลกขึ้นมา คำคมของท่านสะท้อนการตกผลึกได้ชัดเจนมากๆ ดูคำแปลครับ

"ความรู้คืออำนาจ ข้อมูลคือการปลดพันธนาการ การศึกษาเป็นรากฐานของความก้าวหน้าของทุกสังคม ของทุกครอบครัว"  

คำคมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ ถ้าใครมาเห็นก็ต้องเอาไปคิดสร้างพัฒนาสังคมได้ชัด และมีทิศทางกว่าเดิม..

2. บทความนี้ผมมองทางมิติสงครามเฉพาะบางเหตุการณ์เท่านั้น ผมไม่ได้เชิดชูสตาร์ลิน เหมาเจ๋อตุง เป็น Idol แต่อย่างใด ..          เพราะบ้ั้นปลาย ฆ่าคนมากมาย ดูเฉพาะกลยุทธ์ตอนที่สองคนยังดี ปกป้องประชาชนอยู่นะครับ  จริงๆ คนที่เป็นต้นแบบผมคือ พระพุทธเจ้า Dalai Lama พระเจ้าอยู่หัวร.9 



RIP ท่านโคฟี่ อันนันครับ

บทความโดยดร.ภิญโญรัตนาพันธุ์


อ้างอิง

คำพูดของเหมาเจ๋อตุง

https://naretrak.webs.com/sun-...