๖๐. ตลาดน้ำ..คลองลัดมะยม..ชื่นชมวิถีไทยแบบในเมือง

ก่อนลงเรือกลับตลาดน้ำ..แวะไปเยี่ยมเยือน “บ้านเครื่องหอม" จึงทำให้รู้ว่า..ความรู้และทักษะที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อแม่และบรรพบุรุษ ..ถ้ารักที่จะเรียนรู้และอนุรักษ์ไว้ ก็ย่อมใช้เป็นเครื่องมือเลี้ยงชีพและสร้างชื่อเสียงได้”

             ผมตั้งใจไปสัมผัสตลาดน้ำสักครั้งสองครั้ง ในครั้งแรก..ไปที่ตลาดน้ำอัมพวา ค่ำมาลงเรือชมหิ่งห้อย ได้ชมบรรยากาศทั้งกลางวันกลางคืน..

            ตลาดน้ำ..จะมีพ่อค้าแม่ขาย พายเรือเร่ขายอาหารในลำน้ำ มองดูมีชีวิตชีวาแบบชนบทบ้านทุ่ง แต่เดี๋ยวนี้ที่อัมพวา ร้านค้าส่วนใหญ่อยู่บนบก แต่ที่เรียกว่าตลาดน้ำ..ก็เพราะรูปทรงตลาดยังรักษาเอกลักษณ์ “ย้อนยุค” และตั้งอยู่ทั้งสองฟากคลองอัมพวา..

            กลับจากอัมพวา สมุทรสงคราม..ผมแวะที่กรุงเทพฯ เพื่อเยี่ยมเยือนตลาดน้ำอีกแห่งหนึ่ง ที่กำลังขึ้นชื่อลือชาเป็นหนักหนา..นั่นก็คือ..คลองลัดมะยม..

            ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตั้งอยู่เขตตลิ่งชัน..บริเวณที่เป็นตัวตลาดตั้งอยู่ฝั่งเดียว ฝั่งตรงข้ามจะเป็น “บ้านสวน” ลำคลองจะแคบๆ และเรือก็น้อยกว่าที่อัมพวา..

            สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้คนจะเยอะมากๆ เดินกันหลามไหล..ไหล่เบียดชิดติดกัน ต้องเดินหลบไปหลบมาเหมือนคนเมาคลื่น

            ด้วยความที่เป็นตลาดน้ำหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่รู้สึกว่าเดินได้นาน ไม่ต้องอดทน แม้คนจะเยอะ อากาศก็ถ่ายเทดี ไม่ร้อนเหมือนเดินในตลาดสดบางแห่ง..

            ผมเดินทางไปถึง..ก็ยังไม่สายมาก ก็แค่เก้าโมงครึ่ง..ที่จอดรถเกือบเต็มแล้ว มีรถอีกหลายคันขับตามมาติดๆ พอจอดรถเข้าที่เข้าทางได้ หันไปมองอีกที..รถเต็มลานจอดไปในชั่วพริบตา..ก็ต้องถือว่า..เป็นตลาดน้ำของคนเมืองกรุง..ที่ฮอตจริงๆ

            ตัวตลาด..จัดระเบียบได้ดีมากๆ แบ่งเป็นโซนๆ ในแต่ละโซนจะมีทุกอย่างทั้งของกินของใช้ ขนม ผลไม้ และร้านอาหาร ที่ดูจะโดดเด่นเป็นพิเศษ

            ร้านอาหารคาวหวาน..นับร้อยร้าน ที่มีคนยืนมุงเพื่อดูและสั่งซื้อ มีทั้งซื้อกลับบ้านและนั่งทานเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ทานไปมองคนเดินไปมา ก็คงเพลินไปอีกแบบ

            ผมไม่ค่อยคุ้น..กับร้านอาหารในท่ามกลางผู้คนแบบนี้..เคยเห็นแต่งานวัดที่มีคนเยอะๆ และมีบรรยากาศของเครื่องขยายเสียง แต่ที่นี่..เสียงลูกค้าและคนขายเจื้อยแจ้วจับใจจริงๆ

            ขอสัมผัสประสบการณ์..สักครั้ง จึงสั่งก๊วยเตี๋ยวเรือขึ้นมานั่งทาน ที่โต๊ะเตี้ยๆ นั่งบนเก้าอี้ตัวเล็ก หัวเข่าอยู่สูงกว่าพื้นโต๊ะ..เมื่อยแต่ก็อร่อยดี ที่สุดแล้วก็เพลิดเพลินกับผู้คนที่เดินไปมา นั่งนานก็ไม่ได้ สงสารคนที่มายืนรอคิวให้โต๊ะว่าง...

            ถ้าจะไปให้ถึงตลาดน้ำคลองลัดมะยมจริงๆ..ต้องนั่งเรือชมคลอง มีทั้งบ้านสวนและบ้านทรงสมัยใหม่..อยากได้บรรยากาศช้าๆชิวๆ ก็ต้องเรือพาย..ข้อดีของเรือพาย ก็คือสามารถพายเข้าไปในคลองซอยเพื่อชมสวนผลไม้ได้

            ผมเลือกเรือหางยาว ค่าเรือคนละ ๖๐ บาท ด้วยเหตุผล ๒ อย่าง คือ เรือหางยาวกับคลองแคบๆแบบนี้ ถึงอย่างไรก็ขับเร็วไม่ได้ และเหตุผลที่สอง..ที่ปลายคลองมีบ้านทรงไทยโบราณ ที่รักษามาตรฐานของตัวบ้านและกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี..

            ใกล้ๆบ้านเรือนไทย..ก็ยังมีเป้าหมายอีกแห่งหนึ่งนั่นคือ "บ้านเครื่องหอม" เป็นบ้านที่ทำน้ำอบน้ำปรุง ตำรับชาววัง..ที่ได้รับการยอมรับมาตลอดช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ปัจจุบันนี้มีคนอนุรักษ์เรื่องนี้ไม่มากนัก

            เรือหางยาวพาผมลัดเลาะเข้าไปในคลองราว ๒๐ นาที ก็ถึงบ้านเรือนไทย..น่าเสียดายที่เดินชมไม่ทั่วถึง เพราะมีผู้คนกลุ่มใหญ่มาศึกษาดูงานพอดี แต่ผมก็ได้เก็บภาพได้หลายมุม ในแต่ละมุมบ่งบอกว่า เจ้าของบ้านผู้ได้รับมรดกมา..มีใจรักงานศิลปะไทย ทั้งงานประดิษฐ์และนาฎศิลป์

            ภายในบ้าน..มีเอกลักษ์ของบ้านเรือนไทยแท้ๆ ในแต่ละมุมมีข้าวของเครื่องใช้สมัยเก่าก่อนตั้งอยู่ เก้าอี้ไม้ที่ไม่หรูแต่ดูขลัง เวลาผมไปนั่งรู้สึกเลยว่า..ถูกชะตากัน อยากนั่งอ่านและเขียนหนังสือทั้งวัน

            ก่อนลงเรือกลับตลาดน้ำ..แวะไปเยี่ยมเยือน “บ้านเครื่องหอม" จึงทำให้รู้ว่า..ความรู้และทักษะที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อแม่และบรรพบุรุษ ..ถ้ารักที่จะเรียนรู้และอนุรักษ์ไว้ ก็ย่อมใช้เป็นเครื่องมือเลี้ยงชีพและสร้างชื่อเสียงได้”

            เที่ยงกว่าแล้ว..ผู้คนเนืองแน่นตลาดน้ำ มากกว่าในช่วงก่อนลงเรือ ผมรู้สึกหิว เดินไปร้านไหน โต๊ะก็เต็มหมด ยืนรอครู่หนึ่งโต๊ะก็ว่าง ชายหนุ่มและหญิงสาวลุกให้นั่ง เข้าใจว่าคงสงสารที่เห็นผมหน้าซีดๆ

            ขณะที่รออาหาร..ผมนั่งโยนขนมปังให้ปลาไปพลางๆ..ตอนแรกก็กระดากๆ เหมือนตัวเองโยนอะไรไม่รู้ลงไปในคลอง ท่ามกลางสายตาของคนที่อยู่ในเรือที่พายอยู่ไปมา

            ขนมปัง..ลอยอยู่ไม่นาน ปลาสวายก็ว่ายมาฮุบเอาไปเป็นอาหารกลางวัน มันก็คงหิวเหมือนผมนี่แหละ..ที่ลิ้มรสก๊วยเตี๋ยวเส้นหมี่น้ำตกชามเดียวและ หมดฤทธิ์ไปตั้งนานแล้ว...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๗  สิงหาคม  ๒๕๖๑

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไดอารี่สีแดง

คำสำคัญ (Tags)#ท่องเที่ยวไทย#ตลาดน้ำ#ตลิ่งชัน

หมายเลขบันทึก: 649409, เขียน: 07 Aug 2018 @ 21:37 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 3, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

บรรยากาศดีมากเลยครับ ตลาดแบบนี้ผมชอบมากครับ เจอที่ไหนเดินได้นานเลยครับ