วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ผมเข้าร่วมประชุม“คณะกรรมการกำกับทิศทางโครงการวิเคราะห์สังเคราะห์แนวทางการทำงานสร้างเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนป้องกันโรคNCD” ที่ สคส. ได้รับทุนจาก สสส. โดยมีคุณอ้อ(วรรณา เลิศวิจิตรจรัส) เป็นหัวหน้าโครงการ
เป้าหมายของโครงการ (เล็กๆ) นี้ คือ เสนอแนะแนวทางการทำงานโดยโรงเรียนเพื่อวางพื้นฐานที่ตัวนักเรียนให้มีพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคในกลุ่ม NCD (Non-CommunicableDiseases – โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) หรือวางพื้นฐานสุขภาพที่ช่วยเป็นภูมิคุ้มกันโรค NCDในระยะยาว
ผอ. ณัฐยา บุญภักดี ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว (สำนัก ๔) ของ สสส.ให้ความเห็นว่าเป้าหมายต่อเด็กคือ Healthy lifestyle,health literacy
มีคนบอกที่ประชุมว่า ในหลายเรื่องบางโรงเรียนทำได้ดี แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่โรงเรียนทำนั้นมีคุณค่าอย่างไรต่อชีวิตเด็กในระยะยาว
ชักนำให้ผมมองไปที่ “คุณค่า” ของ โรงเรียน ว่าหากโรงเรียนทำหน้าที่ได้ครบถ้วนตามหลักการ 21stCentury Learning นักเรียนก็จะได้รับการวางพื้นฐาน“ให้มีพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคในกลุ่มNCD (Non-Communicable Diseases – โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) หรือวางพื้นฐานสุขภาพที่ช่วยเป็นภูมิคุ้มกันโรค NCD ในระยะยาว”อยู่แล้วในตัว ซึ่งหากมองตามแนวคิดของผอ. ณัฐยา “คุณค่า” ที่นักเรียนได้รับ มองจากมุมNCD คือ ได้รับการวางรากฐาน Healthy lifestyleและ health literacy
จึงเกิดความคิดขึ้นว่า สามารถสกัด “แนวทางการทำงานสร้างเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนป้องกันโรคNCD” ได้จากวิถีปฏิบัติของโรงเรียนกลุ่มก้าวหน้าในการจัด 21stCentury Learning เช่นโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาและโรงเรียนเครือข่าย โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนเพลินพัฒนา โรงเรียนสัตยาศัย ฯลฯ แล้วนำมาตีความว่าวิถีของโรงเรียนเหล่านั้นได้เอื้ออำนวยให้นักเรียนมี Healthy lifestyle และhealth literacy อย่างไรบ้าง
เป็นการดำเนินการตีความคุณค่า (What) จากวิธีการ(How) ที่โรงเรียนคุณภาพสูงทำอยู่แล้ว อธิบายกลไกการเกิดคุณค่านั้นๆ (Why) ในส่วนที่เป็นคุณค่าเชิงสุขภาวะ เน้นที่ผลกระทบระยะยาว ช่วงสูงอายุว่าจะช่วยลดผลลบต่อสุขภาพอันเกิดจากปัญหา NCD อย่างไรบ้าง
การตีความในระดับคุณค่าคือเครื่องมือการเรียนรู้จากการปฏิบัติ เรียนรู้ในมิติที่ลึกและเชื่อมโยง คือเกิดปัญญา ที่ส่วนสำคัญได้จากปัญญาปฏิบัติ(phronesis)
วิจารณ์ พานิช
๗ มิ.ย. ๖๑