ปลิดปลิว เคว้งคว้าง ชีวิตฉันดั่งใบไม้ที่หลุดลอย.....
     วันนี้ขึ้นต้นด้วยเพลงฮิตเมื่อก่อนของคุณแซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี เพลงนี้ผมจำชื่อเพลงไม่ได้ จำได้แต่เสียงร้อง เคยได้ยินตามห้องอาหารบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับบ่อยมาก
     อากาศที่นี่ไม่เรียกว่าเย็นแล้วครับ เพราะเข้าขั้นหนาวเลยทีเดียว ต้นไม้เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลือง เหลืองแกมน้ำตาล แล้วเหี่ยวแห้งคาต้น ทุกครั้งที่สายลมหนาวพัดผ่าน ใบไม้จะปลิดปลิวลอยตามลมลงมา ผมเข้าใจแล้วว่า ฤดูใบไม้ร่วงเป็นอย่างนี้นี่เอง เพราะใบไม้พร้อมใจกันร่วงหล่นลงมาจากต้นคราวละมากๆ นั่นเอง
     ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเรา เวลาเห็นใบไม้ร่วงจากต้น เราจะเห็นเพียงไม่กี่ใบ ค่อยๆร่วงตามแรงลม แต่ที่นี่ ทุกครั้งที่สายลมหนาวพัดผ่าน จะมีใบไม้ร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย เหมือนในภาพครับ ร่วงลงมา จนบางต้นแทบไม่เหลือใบไว้อีกแล้ว เหมือนต้นไม้กำลังจะตาย
     ธรรมชาติสอนให้ไม้ยืนต้นเหล่านี้ปรับตัวเองเพื่อรอรับกับฤดูหนาวอันหนาวเหน็บที่กำลังจะมาเยือน ไม้ใหญ่เหล่านี้ต้องยอมเจ็บปวด สลัดใบอันสวยงาม เพื่อรักษาชีวิตไว้ แม้ภายนอกจะดูเหมือนไร้ชีวิตก็ตาม รอวัน รอเวลา เมื่อฤดูหนาวผ่านไป เสียงนกร้องเตือนกังวาน เริ่มต้นสู่ฤดูใบไม้ผลิ ไม้ยืนต้นเหล่านี้ จึงแตกกิ่งก้านใบออกมาแสดงพลัง และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรปกป้องสรรพสัตว์น้อยใหญ่ในอาณาบริเวณของตน
     แล้วคนเราล่ะ ธรรมชาติสอนอะไร ไว้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตบ้าง.....