ผมขอสื่อสารต่อคนไทย ให้ช่วยกันตรวจสอบ ว่าระบบการบริหารประเทศของเรา ยังมีส่วนใดอีกบ้าง ที่มีอำนาจ โดยไม่ต้องรับผิดรับชอบ โดยต้องเน้นความรับผิดรับชอบต่อประชาชน ไม่ใช่แค่สนองผู้มีอำนาจทางการเมือง
ผมสงสัยมานาน ว่าทำไมระบบการศึกษา ที่มี พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ (๑) ที่อ่านแล้วผมมีความเห็นว่าเขียนไว้ดีมาก แต่ทำไมเมื่อใช้ พรบ. นี้ คุณภาพการศึกษาไทยกลับแย่ลง
ผมมาเข้าใจชัดเจนในวันนี้ ว่าเป็นเพราะกระทรวงศึกษาธิการเอา พรบ. นี้ไปตีความ แล้วบริหารอำนาจ ผ่านกฎระเบียบ ละเลยเรื่องผลลัพธ์ ไม่มีกลไกความรับผิดรับชอบ (accountability) ต่อผลลัพธ์
ในเชิงหลักการ การมีอำนาจโดยไม่ต้องรับผิดรับชอบ เป็นระบบที่ฉ้อฉล (corrupt)
ผมขอสื่อสารต่อคนไทย ให้ช่วยกันตรวจสอบ ว่าระบบการบริหารประเทศของเรา ยังมีส่วนใดอีกบ้าง ที่มีอำนาจ โดยไม่ต้องรับผิดรับชอบ โดยต้องเน้นความรับผิดรับชอบต่อประชาชน ไม่ใช่แค่สนองผู้มีอำนาจทางการเมือง
วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.ค. ๖๑
ตรวจสอบ ถึงแม้รู้ ยังทำอะไรไม่ค่อยได้ค่ะอาจารย์ปัจจุบันยิ่งเป็นมากขึ้น
Prof. Vicharn Panich: “…ขอสื่อสารต่อคนไทย ให้ช่วยกันตรวจสอบ ว่าระบบการบริหารประเทศของเรา ยังมีส่วนใดอีกบ้าง ที่มีอำนาจ โดยไม่ต้องรับผิดรับชอบ โดยต้องเน้นความรับผิดรับชอบต่อประชาชน ไม่ใช่แค่สนองผู้มีอำนาจทางการเมือง…”
แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช: “…ตรวจสอบ ถึงแม้รู้ ยังทำอะไรไม่ค่อยได้…ปัจจุบันยิ่งเป็นมากขึ้น”
1) Enquiries into “…เงินสงเคราะห์คนยากไร้/คนชรา … นักศึกษาฝึกงานที่กล้าออกมาแฉกลโกง…” are slow and opaque; no details of investigation processes (scope, power, cost, time limits,…). We need more responsive and public/transparent/accountable enquiry with power to obtain evidence and power to protect witnesses.
2) Freedom of Information laws are sadly lacking in Thailand. Private/Citizen investigations are almost impossible and “official protection” (including compensation) for “whistle blowers” is also not working.
3) There are more evidence of (financial) reward for corruption than (spiritual) reward for virtue.
While I agree with the prefessor’s urge, I can validate แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช’s response. I wonder if we should go deeper to the ‘root of evil’ and try to solve the problems from there rather than from mid-stream?
ผมว่าอาจจะต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงตัวให้ชัดเจนว่าไม่ชอบระบบอำนาจแบบนี้ครับ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคนเคยเป็นแกนนำในการเรียกร้องรูปแบบอำนาจเช่นนี้มาก่อน หลายคนได้ออกมาขอโทษต่อสังคมแล้ว แต่บางคนยังกล้าๆ กลัวๆ จะเสียหน้าในสิ่งที่เคยทำไว้ครับ
ถ้าเราจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ ระบบที่สนองต่อความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ถูกต่อต้านโดยคนรุ่นเก่ามาก โดยให้เหตุผลว่าประชาชนส่วนใหญ่โง่เขลาไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร ประชาชนที่เขาคิดว่าขาดปัญญาเหล่านั้นควรเชื่อฟังกลุ่ม “ปัญญาชน” ของประเทศและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดมากกว่า
ตอนนี้ประเทศไทยก็ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว ที่จริงแล้วกลุ่มคนที่เคยเรียกร้องให้อำนาจอยู่ในมือชนกลุ่มน้อยหลายคนก็ดีใจ แต่ก็มีหลายคนก็เริ่มเสียใจ เพราะสังคมในจินตนาการของเขาที่มีชนชั้นนำกลุ่มน้อยชี้นำชนชั้นล่างกลุ่มใหญ่ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคาดหวังไว้
ประเทศไทยเป็นระบบเชื่อฟังผู้ใหญ่เพื่อให้ปลอดภัยไว้ก่อน แม้หลายคนจะไม่เห็นด้วยแต่ถ้าเห็นผู้ใหญ่ในวงการที่ตัวเองทำงานอยู่ชื่นชอบระบบเก่าก็จะไม่แสดงตัวขัดต่อผู้ใหญ่ครับ หวังว่าเราคงได้เห็นผู้ใหญ่ที่รู้ตัวว่าผิดพลาดไปในอดีตแสดงตัวออกมามากขึ้นครับ
ส่อเสียค่าโง่กว่าแสนล.บาท https://www.thaipost.net/main/detail/13463 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561… จ่อเสียค่าโง่กว่าแสนล้านบาท! เหตุ “อคส.-อ.ต.ก.” ส่อแววฟ้องแพ่งคดีจำนำข้าว 882 คดีไม่ทัน ยังไม่นับสารพัดโครงการสินค้าเกษตร “สนธิรัตน์-อินทิรา” ประสานเสียงไม่เกินเส้นตายสิ้นปี 2561 แน่ สุดทะแม่ง อคส.ฟ้องผิดจนอัยการตีกลับ เชื่อมีหมดอายุความแล้วหลายกรณี…การตรวจสอบคดีที่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2557 ที่ อคส.ต้องเร่งส่งฟ้องทางแพ่งรวม 244 สัญญา หรือ 882 คดี เพราะคู่สัญญากับ อคส. มีทั้งเจ้าของคลังสินค้าที่รัฐเช่าเพื่อฝากเก็บข้าวในโครงการรับจำนำ โรงสี หรือผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) ทำผิดสัญญา…คดีจะหมดอายุความทางแพ่งตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561-ก.ค.2562 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นมากกว่า 100,000 ล้านบาท…
Another example of issues relating to sufficiency of investigation processes (by government departments). Again no details of the processes nor progress reports nor reports on resources or costs incurred. Accountibility must include both ‘audited’ and ‘auditors’.