๗๒๖. ยินดีต้อนรับสู่..บ้านเล็กในป่าใหญ่

ในฐานะที่เป็นข้าราชการ..ต้องมีหน้าที่ทำงานให้เขาเห็นผลงาน ทำหน้าที่ให้ดีเสียก่อน..หน้าที่ในที่นี้ก็คือจัดการเรียนการสอน..ให้ลูกหลานของผู้ปกครองอ่านออกเขียนได้..

            หนึ่งในคณะผู้มาศึกษาดูงานในวันนี้ มีท่านหนึ่งเป็นสุภาพสตรี มีตำแหน่งเป็นแพทย์หญิงอยู่โคราช..ท่านบริจาคเงินทันที ๓,๐๐๐ บาท เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือโครงการเกษตรพอเพียง..ของโรงเรียน

            ผมเองก็แปลกใจ เพราะผมใช้เวลาบรรยายน้อยมาก และก็ไม่ได้พูดในหลักการอะไรมากมายนัก ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง บอกเล่าเรื่องราวการทำงานจริงๆ ไม่ทิ้งโรงเรียนและชุมชน..สามารถสร้างแรงจูงได้มากขนาดนี้เชียวหรือ?

            ก่อนรับเงินบริจาค..ผู้ให้บอกผมภายหลังจาก..เดินชมโรงเรือนเกษตร ที่ประกอบด้วยเล้าไก่ เล้าเป็ด บ่อปลาดุก และปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยบอกว่า...

            ชื่นชม..ที่โรงเรียนมีกิจกรรมแบบนี้ อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ที่โรงเรียนใกล้บ้าน และสมัยเด็กๆ ก็เคยมีประสบการณ์ในการเรียนรู้ในโรงเรียนประถมฯ แต่สมัยนี้..ไม่ค่อยพบเห็นแล้ว..

            ผมเลยต้องอธิบายเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจและเห็นความสำคัญตลอดแนว..ประมาณว่า ถ้าเราให้โรงเรียนพัฒนาคู่ขนานไปกับชุมชน ก็ควรจัดกิจกรรมในแหล่งเรียนรู้ ที่ใกล้เคียงชุมชน ทำโรงเรียนให้เหมือนบ้าน จำลองบ้านไว้ที่โรงเรียน..ทุกอย่างมันจะง่าย

            ง่ายต่อการบริหารจัดการ วิทยากร ภูมิปัญญาท้องถิ่น และงบประมาณ ตลอดจนการบำรุงรักษาและต่อยอด รวมทั้งจะทำให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

            นี่คือ..การทำให้ง่าย..ด้วยการใช้ศาสตร์พระราชาอย่างแท้จริง อย่าทำเรื่องใหญ่ และอย่าทำเรื่องยาก เรื่องง่ายๆ ที่ทำอย่างพอประมาณ มีเหตุผลในการทำ ก็สามารถสร้างคุณภาพการศึกษาและบังเกิดผลที่งดงามได้...

            ผู้ประสานการศึกษาดูงานจากส่วนกลาง ทราบแล้วว่า..โรงเรียนบ้านหนองผือ บริหารและจัดการเรียนการสอน โดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง..โดยชุมชนท้องถิ่นให้การช่วยเหลือสนับสนุน

            คณะที่มาส่วนใหญ่เป็นนายแพทย์และพยาบาล..จากโรงพยาบาลประจำอำเภอ และกำลังทำงานที่เกี่ยวข้องกับอนามัยครอบครัว ที่ใกล้ชิดชุมชนมากขึ้น...

            จึงมีคำถาม..ที่ตัวแทนของคณะที่มา ถามผมว่า..มีปัญหาอะไรบ้างไหม? ที่ผมทำงานในพื้นที่ที่มีปัญหา มีอุปสรรคและความขาดแคลน...

            คำตอบคือมี และมีมากด้วย เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่ยากจน ปัญหา ณ วันนั้น ลดลงทันที เพราะผมไม่คิดคาดหวังว่าจะได้อะไรจากผู้ปกครอง..เราต้องพึงพาตนเองก่อน

            ในฐานะที่เป็นข้าราชการ..ต้องมีหน้าที่ทำงานให้เขาเห็นผลงาน ทำหน้าที่ให้ดีเสียก่อน..หน้าที่ในที่นี้ก็คือจัดการเรียนการสอน..ให้ลูกหลานของผู้ปกครองอ่านออกเขียนได้..

            ผมเชื่อว่า..ถ้าทำได้ ศรัทธาจะตามมา นำพาไปสู่การช่วยเหลือสนับสนุนในทุกโอกาส เกิดภูมิคุ้มกันที่ดี มีการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม ที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน..มาด้วยใจ..ที่ไม่ต้องบังคับ..

            แล้วก็..ทำได้จริงๆ..เพราะทำเรื่องที่ผมถนัดคือ สอนหนังสือ และผู้ปกครองสนใจ คือ อยากเห็นลูกอ่านออก..พอระเบิดจากข้างใน(ห้องเรียน) และไม่ยิดติดตำรา..คือออกนอกกรอบบ้าง มีกิจกรรมที่หลากหลาย..เป้าหมาย..จึงอยู่ไม่ไกล

            มีคำถามเล็กๆ ถามว่า..ตอนนี้มีปัญหาอะไรบ้างไหม?..ตอบว่า..ผ่านปัญหาใหญ่มาเยอะ..ตอนนี้มีปัญหาหรือพบปัญหา ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา ถือเป็นเรื่องปกติ ทุกอย่างดีหมดและเดี๋ยวมันก็ผ่านไป..เพียงแค่เราทำงานให้มีความสุขก็พอ..

            คำถามสุดท้ายที่น่าสนใจ..เป็นคำถามที่ผมตอบบ่อยมาก ก็คือ..ในอนาคต..โรงเรียนนี้จะเป็นอย่างไร..เมื่ออาจารย์..ต้องจากไป..

            ประเด็นแรกก่อน..คืออย่าไปยึดติด และผมเองก็จะไม่คิดเยอะ ขอทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็สอนครู สอนน้องๆ ให้รักงานและทำงานเป็น..

            ต่อมา..ก็สร้างเครือข่ายชุมชนให้รักโรงเรียน หวงแหนในทรัพยากรของโรงเรียน..ต่อไปหากใครมาอยู่บริหารต่อ..เครือข่ายเหล่านั้น ก็จะเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนเหมือนเดิม..

            ประเด็นสำคัญ..ยังมีคนรุ่นใหม่ อีกมากมายที่เขาพร้อม ทั้งความรู้และความสามารถ เป็นคนดีมีวิสัยทัศน์..ที่สามารถสานต่องานในโรงเรียนขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี..และสามารถสร้าง”คุณภาพ”ให้เกิดขึ้นได้ไม่ยากเลย..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๘  พฤษภาคม  ๒๕๖๑

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)