หมอพ่อบ้าน

“สวัสดีครับ หมอชื่อธนพันธ์ สัปดาห์นี้ผมจะเป็นผู้ดูแลคุณป้านะครับ หมอไม่ได้เป็นหมอมะเร็ง แต่หมอเป็นพ่อบ้านที่จะช่วยดูแลสารทุกข์สุกดิบให้ป้านะ” ผมมักจะออกตัวเช่นนี้ในเช้าวันจันทร์ที่ตัวเองต้องมารับช่วงการดูแลคนไข้ในสายของผม

สัปดาห์นี้ก็เช่นเดียวกัน หลังจากที่จัดการวางแผนการดูแลในห้องคลอดเรียบร้อยก็ถึงเวลาของผู้ป่วยบนตึก และในช่วงนี้ สายของผมมีคนไข้ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายนอนอยู่หลายคนเชียว มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การราวนด์ในเช้าวันนี้มันล่วงเลยมาจน ๑๑ โมงเศษ และผมก็ได้เจอกับ “ป้า”

คนไข้คนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงในห้องพิเศษ มีสายระโยงระยางให้น้ำเกลือสีแปลกๆ และขวดยาชนิดต่างๆ มากมาย เจ้าของร่างบนเตียงนอนตะแคง หลับตา ร่างของเธอนั้นผอมจนแทบจะหาเนื้อไม่ได้ ใบหน้าที่ตอบซูบจนแทบจะเหลือเพียงกะโหลกยังมีสายระบายเส้นหนึ่งออกมาทางจมูก

“ป้าเป็นมะเร็งรังไข่ที่เป็นซ้ำ เราให้ยาเคมีบำบัดมาทั้งหมด ๓ สูตรแล้ว โรคยังลุกลาม และตอนนี้มีปัญหาลำไส้ไม่ทำงาน” ลูกศิษย์เป็นผู้รายงานให้ผมทราบ

“แล้วสายที่ห้อยๆทั้งหมดนี้มีอะไรบ้าง” ผมเน้นไปที่ขวดสีแปลกๆที่แขวนอยู่

“TPN ค่ะ” เธอตอบ

(ทีพีเอ็น มันคือสารอาหารที่จำเป็นสำหรับชีวิตคนทั้งหมดที่ถูกทำขึ้นมาให้อยู่ในรูปน้ำเกลือ อันที่จริงจะว่าจำเป็นทั้งหมดก็ไม่ถูกต้องนัก แต่มันคือสารที่จำเป็นที่จะทำให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้ เราจะใช้ในคนที่กินอาหารไม่ได้เป็นเวลานานๆ)

“เธอทราบใช่ไหม ว่าแม่เธอเป็นอะไร” ผมมองไปยังหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเตียงของแม่ของเธอ

“ค่ะ ทราบหมดทุกอย่าง แม่เป็นมะเร็งรังไข่ระยะลุกลาม ดิฉันดูแลแม่อยู่ตลอด” ผมพยายามสังเกตว่า รูปหน้าที่สะสวยอย่างพอดีนั้นมีความละม้ายคล้ายคลึงกับใคร แต่ก็เดายากเหลือเกิน เพราะในตอนนี้ ผู้เป็นแม่นั้นไม่มีเค้าโครงใดๆที่จะบอกถึงความสวยงามในอดีตหลงเหลืออยู่เลย

“แล้วรู้ใช่ไหม ว่าความรุนแรงของโรคที่แม่เป็นอยู่ มันมากขนาดไหน” ผมยังคงประเมินความเข้าใจของเธอ และเมื่อถึงตรงนี้ “ป้า” ก็เผยอเปลือกตามมองผมเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงอีก

“ค่ะ ก็รู้ว่ามันรุนแรงมากทีเดียว แต่แม่ก็ยังอดทนได้อยู่” คนสวยตอบมา

“แล้วเธอรู้ไหมว่า สิ่งที่เรากำลังทำให้คนไข้อยู่ทุกวันนี้ มันเป็นเพียงการช่วยยืดชีวิตของป้าออกไปเท่านั้น เนื้อร้ายในร่างกายมันยังมีความสุขสนุกสนานอยู่ตลอดเวลา เราเติมสารอาหารไปให้เท่าไหร่ ป้าก็ยังคงซูบลง”

“แม่เริ่มรับอาหารได้บ้างแล้วนะคะหมอ” เธอกำลังหมายถึงอาหารเหลวที่ใส่ให้ทางสายยางที่คาจมูกอยู่

“เราพยายามจะเอาสายยางออก แต่คนไข้จะแน่นท้องและอาเจียนมากขึ้นอีกค่ะอาจารย์” ลูกศิษย์ของผมรายงานต่อ ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้เป็นอย่างดี 

ผมเอามือลูบไปบนเนื้อหุ้มกระดูกของคุณป้าและบีบเบาๆ

“เมื่อก่อนแกคงสวยนะ” ผมตั้งใจพูดแบบนั้นจริงๆ

รอยยิ้มปรากฎที่ริมฝีปากของป้าเล็กน้อย

“ค่ะ แม่เป็นคนสวย” เธอบอกพร้อมกับชายคนหนึ่งผู้ที่เธอเรียกว่า “พ่อ” เดินเข้ามาพอดี

“ป้าครับ มีอะไรจะบ่นกับหมอบ้างไหม”

“ป้าอยากเอาสายยางนี้ออก มันรำคาญ ป้าอยากกินเองบ้าง” เสียงที่เปล่งออกมานั้น เบาจนผมต้องเงี่ยหูเข้าไปใกล้อีกหน่อย

“เอาสายยางออกได้ แต่อาจจะต้องถูกใส่ใหม่ถ้าป้าแน่นท้องมากนะครับ” 

ป้าพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ

“งั้นก็เอาออกไป อยากกินก็กินเลยป้า” ผมสังเกตเห็นแววตาระเรื่อคู่นั้นที่ส่งกลับมา แต่ฝั่งลูกสาวคนสวยแสดงหน้าฉงน

“หมอหมายความว่า ถ้าการได้กินทางปาก ได้เคี้ยว ได้รับรู้รสชาติอาหารคือความสุข ก็ทำไป เพียงแต่หมอมิได้หมายความว่าให้กินให้กลืนได้ตามความตั้งใจตั้งแต่คำแรกหรอกนะ”

“ยังไงคะ” คนสวยเอ่ยถาม

“เธอลองนึกดูสิ มันจะสุขแค่ไหนถ้าได้ตักอาหารเข้าปากน่ะ ให้แม่เคี้ยวช้าๆ รับรู้รสอาหารจากทุกครั้งที่เคี้ยว รสหวาน เค็ม เปรี้ยว มัน ซึมเข้าปาก จากนั้นก็อมไว้สักหน่อย ดูดน้ำจากอาหารในปากลงคอบ้าง แล้วคราวนี้จะคายออกแล้วตักคำใหม่เข้าปาก นั่นมันคือสวรรค์ชัดๆ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ก็อยู่ตรงนี้เหมือนกันนะ ได้กินน่ะ”

ป้ายิ้ม พยักหน้า และมองไปยังลูกสาวของเธอ

“ป้าครับ ป้าทราบเรื่องราวตัวเองดีใช่ไหมครับ” ผมถามคำถามเด็ดออกไปโดยคาดว่าคำตอบที่ได้รับคงไม่ผิดคาด

ป้าพยักหน้าและแปรตัวกลับมานอนหงาย เปิดให้เห็นซี่โครงที่นับร่องได้ รวมถึงเต้านมคู่นั้นที่มันแบนราบและเรียบสนิท มะเร็งนี่มันกินเก่งจริงๆ

“งั้นหมอขอตัวคุยกับลูกสาวที่ด้านนอกสักนิดได้ไหมครับ เห็นหน้าตาสวยอย่างนี้ ขอจีบหน่อย” คราวนี้ผู้เป็นแม่ฉีกยิ้มกว้าง ไร้เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมา เธอโบกมือแสดงสัญญาณว่า “ไปเถิด”

“คืออย่างนี้นะครับ เป็นว่า ทั้งเธอ ทั้งพ่อ และคนไข้เอง ทุกคนต่างก็ทราบดี ว่าโรคมันรุนแรง ไม่หาย” ผมสรุป

“สิ่งที่เราทำให้คนไข้ทุกอย่างในตอนนี้ คือการยืดเวลาออกไปเท่านั้น” ผมยังคงเดินเรื่องต่อไป

“ผมขอถามสักคำนะครับ เรากำลังทำเพื่อใคร”

ความเงียบเริ่มเข้ามาครอบงำ และเพียงอึดใจ ผมจึงทำหน้าที่ตัวเองต่อ

“ลองค่อยๆคิดตามผมดูนะครับ ถ้าหากการรักษาทุกอย่างในตอนนี้ เราตอบว่าทำเพื่อคนไข้ ผมอยากถามต่อสักนิด ว่าป้าได้อะไรจากการรักษาของเราบ้างนอกเสียจาก การใส่สายทางจมูก การแทงน้ำเกลือ การให้สารอาหารทางหลอดเลือดซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก และเราสามารถยืดเวลาการเสียชีวิตของแกลงได้ อย่าลืมนะครับ ป้ายังคงมีความทรมานจากโรค มีความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาด้วย” ผมหยุดพักหายใจ และประเมินคนข้างหน้า ซึ่งเขาทั้งคู่คือ สามีและลูกสาว

“แต่ถ้าคำตอบคือ ทำเพื่อเราเอง เราอยากเห็นป้ามีชีวิตอยู่ต่อ อยู่เพื่อเป็นกำลังใจให้เราเอง และนั่นก็ต้องแลกกันกับความเป็นคนไข้ที่อยู่บนเตียงแบบนี้”

“แม่ก็บ่นว่าอยากกลับบ้าน” เสียงของลูกแผ่วเบา

“ครับ เป็นใคร ใครก็คงอยากกลับบ้าน เธอลองนึกดูสิ ได้กลับไปดมลมดมอากาศที่บ้าน สัมผัสกลิ่นที่คุ้นเคย นอนมองฝ้าเพดานและผนังห้องที่คุ้นเคย ไม่มีสายระโยงระยาง ได้ใส่เสื้อแขนยาวสวยๆตัวโปรดที่ปิดหนังหุ้มกระดูกเอาไว้แล้วหลับตานึกไปถึงสภาพตัวเองตอนที่สมบูรณ์ อวบอิ่ม เหมือนเมื่อครั้งสบายดี มันคงจะมีความสุขได้ตามอัตภาพเสียจริงๆ” ความอึดอัดจากเมื่อครู่ดูคลายลงบ้าง

“พาแม่กลับบ้านตอนที่มีสติ กับพากลับไปตอนเพ้อ มันคงไม่เหมือนกันนะครับ”

พูดถึงตรงนี้ ผมสังเกตเห็นชายสูงอายุที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มออกมาน้อยๆ 

“วันพรุ่งนี้ ทีมเราคงจะยุ่งมาก ผมคงไม่ได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมพูดคุยได้นานๆแบบนี้อีกนะครับ แต่ถึงอย่างไร หากจะถามปัญหาอะไรเพิ่มเติมก็บอกผ่านคุณหมอทีมเราได้เลย  แล้วผมจะรีบมา” ผมทิ้งท้ายออกไป

ผมรับรู้ถึงความสุขของตัวเองที่ได้ทำหน้าที่แบบนี้จริงๆ

และวันนี้ ผมก็รู้สึกได้ว่า “ป้า” มีความสุขจากการเข้าไปเยี่ยมไข้ของผมในวันนั้น

ทั้ง ๓ คนได้กลับบ้านหลังจากต้องนอนในโรงพยาบาลนานเกือบเดือน ถูกเจาะเลือด ถูกแยงสายต่างๆ เสียหลายหน ป้าไม่มีสายคารูจมูก น้ำเกลือทุกเส้นถูกปลดออก เธอคงได้สวมเสื้อแขนยาวออกจากโรงพยาบาลไปยังสถานที่ที่เธอรักและคุ้นเคย

ผมแอบคิดไปว่า หากผมต้องเป็นเช่นนี้ ผมก็คงเลือกที่จะกลับบ้านตอนที่ยังรู้ตัวดี อยากหลับตานึกถึงเสียงเปียโนที่ลูกๆเล่น ผมมองเห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๒ คนที่วิ่งเล่นอยู่ในบ้าน ผมคงห่มผ้านวมที่มีกลิ่นของบ้านอย่างมีความสุขจริงๆ

จะตายทั้งที ก็ตายให้มันฟินสักหน่อยสินะ

ธนพันธ์ ชูบุญรีบๆดมกลิ่นที่คุ้นเคยแล้วจำไว้ สูดดดดด

๓ พค ๖๑

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง

คำสำคัญ (Tags)#มะเร็งระยะสุดท้าย#palliative care

หมายเลขบันทึก: 646985, เขียน: 06 May 2018 @ 20:27 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 5, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

ขอชื่นชม คำพูดที่จริงใจและมีเมตตากับคนที่กำลังเคว้งคว้าง คิดไม่ออก

ทำให้ผู้ป่วยและญาติ ได้ทำในสิ่งที่่ถูกต้อง

และนึกถึงตัวเองหากเจอกับสถานการณ์นั้นค่ะ

ขอบคุณที่ยังเขียนเรื่องราวดีดีให้คนได้อ่านและศึกษาค่ะ

พี่แก้ว..

-สวัสดีครับพี่หมอ

-อบอุ่นใจในทุก ๆเรื่องจริงๆครับ

-ขอบคุณสำหรับบันทึกชีวิตดี ดี นี้ครับ

-ขอเป็นกำลังใจให้กับป้าและญาติๆด้วยนะครับ