ครูพิสูจน์ เผอิญได้ฟัง ได้ชมคลิปของ นายมาร์ค พิตบูล ตัดต่อ หรือไม่ตัดต่อ ก็ตาม เขาพูดว่า เขานับถือพระพุทธเจ้า แต่เขาไม่ชอบ ไม่นับถือ คนแต่งเรื่องพระเวสสันดร แล้วเขาก็ประณามการปฏิบัติ ของพระเวสสันดร ที่ให้ลูกให้เมียเป็นทาน ว่าเป็นพฤติกรรมที่แย่มาก ไม่รักลูก รักเมีย ไม่รับผิดชอบต่อครอบครัว
ครูพิสูจน์ ครูภาษาไทยผู้ด้อยสติปัญญา ในฐานะที่สอนวรรณคดีร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกมาหลายปี ก็จะขอแสดงความเห็นอันด้อยด้วยปัญญาและตั้งคำถาม ต่อความเห็นและการแสดงออกของ นายมาร์ค พิตบูล ดังนี้
๑. นายมาร์ค พิตบูล ทราบไหมว่า เรื่องเวสสันดรชาดก มีที่มาอย่างไร เนื้อเรื่อง นะ ครับ ไม่ใช่ร่ายยาว หรือ มหาชาติคำหลวง
๒.นายมาร์ค พิตบูล เคยอ่านเรื่องพระเวสสันดร อย่างละเอียดไหมครับ หรือแค่ฟังไม่ได้ศัพท์ จับมากระเดียด
๓. นายมาร์ค พิตบูล เชื่อเรื่อง วิชา ๖ หรืออภิญญา ที่พระพุทธเจ้าทรงบรรลุ หรือไม่(อภิญญา ๖ คือ ๑.อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้ ๒.ทิพพโสต หูทิพย์ ๓.เจโตปริยญาณ รู้ใจคนอื่นได้ ๔.ปุพเพนิวาสานุสสติ ระลึกชาติได้ ๕.ทิพพจักขุ ตาทิพย์ ๖.อาสวักขยญาณ ทำกิเลสให้หมดไป)
ผมขอถามแค่นี้ก่อน แล้วผมก็จะสอนวรรณคดีไทยสักเล็กน้อย
๑. เรื่องชาดกนั้น เราเชื่อกันว่าเป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงเล่า ประกอบเป็นสื่อการสอน สอนแก่พุทธบริษัท เมื่อมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น หรือภิกษุ หรือ ผู้สงสัยทูลถาม พระพุทธองค์ก็จะทรงเล่าถึงอดีตชาติของพระองค์ เป็นเรื่องสอนใจ สุดท้ายก็จะมีการประชุมชาดก คือบอกว่า ใครมาเกิดเป็นใคร ในชาติปัจจุบัน
จริงอยู่ ภายหลังอาจมีผู้แต่งนิทานชาดกเพิ่มเติมขึ้น แต่ชาดกที่แท้ คือเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงเล่า
(ขอถามนายมาร์ค พิตบูล ก่อน คุณเชื่อเรื่องอดีตชาติ ไหม คุณเชื่อเรื่องการระลึกชาติได้ไหม....คุณเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมไหม)
ผมขอยกตัวอย่าง ชาดกเรื่องเวสสันดร มูลเหตุที่พระพุทธองค์ทรงเล่าชาดกเรื่องนี้ เพราะเมื่อพระพุทธองค์เสด็จไปทรงเยี่ยมพระประยูรญาติ ในกรุงกบิลพัสดุ์ มีพระประยูรญาติส่วนหนึ่งแสดงกิริยา ไม่เคารพด้วยทิฐิมานะที่เห็นว่าพระองค์ทรงพระเยาว์กว่า พระองค์ทรงเกรงว่าจะเป็นมลทินแก่เขาเหล่านั้น จึงทรงแสดงปาฏิหาริย์ และเกิดฝนโบกขรพรรษตกลงมา ฝนโบกขรพรรษ นี้ เป็นหยาดน้ำสีแดงใครอยากให้เปียกก็เปียก ไม่อยากให้เปียกก็ไม่เปียก เป็นที่อัศจรรย์แก่พระประยูรญาติ ภิกษุที่ตามเสด็จไม่เคยเห็นจึงทูลถาม พระพุทธองค์จึงทรงเล่าว่าฝนโบกขรพรรษนี้เคยตก มาแล้ว เมื่อครั้งตถาคตเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร(ตกในกัณฑ์ ฉกษัตริย์ กัณฑ์ที่ ๑๒ จาก ๑๓ กัณฑ์) แล้วจึงทรงเล่าเรื่องพระเวสสันดร
(นายมาร์ค พิตบูล ครับ คุณว่าคุณเชื่อพระพุทธเจ้า เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงเล่า นะครับ แล้วคุณไม่เชื่อหรือ)
(ผมเสียดายที่ พระธรรมสิงหบุราจารย์(หลวงพ่อจรัญ) ท่านละสังขารไปแล้ว ถ้าท่านยังอยู่ผมจะชวนนายมาร์ค พิตบูล ไปสนทนาธรรมกับท่าน ท่านเคยเป็นแบบ นายมาร์ค พิตบูล มาก่อน เมื่อตอนเป็นเด็ก ท่านยังโง่ และเกเรมาก ท่านเคยไม่รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ ท่านเคยไม่เชื่อเรื่องพระเวสสันดร แต่พฤติกรรมท่าน สุภาพกว่า นายมาร์ค พิตบูล มาก)
๒.เรื่องการบริจาค ลูก เมีย นั้นถือเป็นมหาทาน ทานที่ยากยิ่งที่ใครจะทำได้ ผมมองในมุมกลับ กับ นายมาร์ค พิตบูล เขามองในแง่คนเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นธรรมชาติของปุถุชน ลูกใครใครก็รัก เมียใครใครก็รัก ให้ครูพิสูจน์ บริจาคให้ใครคงไม่มีทาง ใครทำได้ถือว่าต้องเสียสละเพื่อส่วนรวมอันยิ่งใหญ่ พวกคนอย่างเราเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น ไม่มีใครทำได้ แต่พระโพธิสัตว์ทำได้ ถามว่าพระเวสสันดร รักลูก รักเมียไหม รักมาก เกือบจะฆ่าชูชกหลายครั้ง ที่มาตีลูกต่อหน้า เงื้อธนู จะปล่อยลูกศรอยู่แล้ว ผมถาม นายมาร์ค พิตบูล ว่า คนที่ยอมสละของรักของหวงเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมได้ เป็นคนเลวหรือ ผมว่าเป็นคนพิเศษเหนือคน(พระโพธิสัตว์)มากกว่า โลกปัจจุบันมีแต่เศรษฐีขี้เหนียว ผมอยากให้มีคนอย่างพระเวสสันดรเยอะๆครับ ส่วนคนอย่างนายมาร์ค พิตบูล ถ้ามีน้อยลง จะเป็นอย่างไรครับ
๓. ผมสงสาร คนที่เรียกพระเวสสันดร โดยเปลี่ยน จาก สันดร เป็น สันดาน ว่าจะตกนรก (ชาวพุทธที่มีสัมมาทิฐิ มักเชื่อว่า นรก สวรรค์ มีจริง) ถ้าเขามีเจตนา ใช้เป็นคำหยาบ สันดาน แปลว่าอุปนิสัยที่มีมาแต่กำเนิด มักใช้ไปในทางไม่สู้จะดี พระเวสสันดร ถือเป็นพระโพธิสัตว์และเป็นพระโพธิสัตว์ชาติที่ยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า มหาชาติเสียด้วย ถ้าจะเปรียบเทียบกับ ของจีน ก็เช่นเดียวกับ เจ้าแม่กวนอิม พระอวโลกิเตศวร เชียวนะครับ น่ากลัว เหลือเกินครับ คนที่กล่าวาวาจาเช่นนี้ ท่านว่า จะ ไปตกนรก ในขุมที่ว่า " สุนขะนรก "