๗๗๑. นี่คือ...การพัฒนาประเทศและการพัฒนาวัตถุ...

บุษยมาศ
การพัฒนาประเทศและการพัฒนาวัตถุ

การพัฒนาของสื่อต่าง ๆ มีเกิดขึ้นและก็มีดับเช่นกัน...หากพิจารณาดูจะเห็นว่า...เป็นไปตามวงจรไม่ว่าชีวิตมนุษย์หรือสิ่งของต่าง ๆ...เพราะนี่คือ การคิดค้น การพัฒนาให้ทุกสิ่งดีขึ้น พัฒนาขึ้น...สมัยก่อนเมื่อประมาณ ๔๐ กว่าปีที่แล้ว...สื่อโทรทัศน์ขาว - ดำ ออกมาใหม่ ๆ จอก็ใหญ่ ๆ เทอะทะ ไม่ใช่จอแบนแบบสมัยปัจจุบันนี้...ฉันยังเคยไปนั่งดูของป้าข้างบ้าน สมัยนั้นโทรทัศน์ขาว - ดำ ก็มีไม่กี่บ้าน...เพราะคนสมัยก่อนอะไรที่เข้ามาใหม่ ๆ ก็ยังไม่ค่อยจะยอมรับกัน...จนพิสูจน์ให้เห็นว่ามีประโยชน์ ก็จึงได้ซื้อมากัน...ฉันอาศัยไปดูของบ้านเพื่อนบ้าน สมัยนั้นคนมีน้ำใจกันมาก ไม่ว่า ชอบเสียอีกที่มีคนมาดูกันเยอะๆ...คนเรามีน้ำใจกันมากในสมัยนั้น ผิดกับสมัยนี้มาก...มีแต่คอยอิจฉา ริษยา ไม่ค่อยมีน้ำใจเช่นสมัยก่อน...มันทำให้ฉันเห็นถึงความแตกต่างของสังคมไทยในปัจจุบันมาก

ตอนนั้นที่บ้านพ่อกับแม่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะไฟฟ้ายังไม่เข้ามาในหมู่บ้าน...ฉันย้อนนึกไปว่า นี่ขนาดหมู่บ้านของฉันอยู่ใกล้ๆ กับอำเภอนะ ไฟฟ้ายังไม่เข้ามาเลย...ต้องใช้ตะเกียงใส่น้ำมันก๊าด...ควันเป็นเขม่าเลย...เพื่อเป็นแสงสว่าง...หรือบางครั้งก็ใช้เทียนไขต่างแทนตะเกียง...ขนาดจะรีดผ้าก็ใช้เตารีดเหล็กในสมัยก่อนที่ใช้ถ่านไฟร้อน ๆ มาใส่ในเตารีด...เอาไว้ใช้รีดผ้า...บางครั้งไฟในเตาก็แตก เรียกว่า "ถ่านแตก" กระเด็นใส่เสื้อ กระโปรงเป็นรูๆๆ...หากไฟเตารีดแรงมาก เขาจะใช้ใบตองมารองรับ คือ ถูซ้ำไปมา เพื่อลดความร้อน แล้วนำมารีดผ้าได้...บางครั้งฉันอ่านหนังสือสอบ แม่บอกว่า ให้เอาเทียนไขจุดวางบนกระป๋องเข็ม (ซึ่งเป็นกระป๋องเหล็ก) ใช้วางเทียนไขเพื่อไม่ให้เทียนละลายไปไหม้ได้...นี่คือ ความคิดของคนสมัยก่อน เพราะหากวางกับสิ่งที่ละลายได้จะทำให้ไฟไหม้ได้...ยิ่งสมัยก่อนการนอนต้องนอนในมุ้ง เพื่อกันยุงกัด เพราะในสมัยก่อนยุงชุมมาก มีคนเป็นไข้เลือดออกเยอะมาก...ฉันจึงต้องใช้เวลาในการอ่านหนังสือในมุ้ง บางครั้งแม่กับพ่อจะได้กลิ่นผมไหม้ไฟ เพราะฉันเอาหัวไปใกล้ไฟ จึงทำให้ผมไหม้งอ มีกลิ่นเกิดขึ้น...

ความเจริญค่อย ๆ เจริญขึ้นมาเรื่อย ๆ สุดท้ายไฟฟ้าก็เข้ามาในหมู่บ้าน...พ่อจึงต่อไฟฟ้าเข้าบ้าน...มาถึงตอนนี้ ฉันก็เกือบเรียนจบระดับอนุปริญญา...ตอนที่พ่อกับแม่ต่อไฟฟ้าเข้าบ้าน...เรียกว่า มาราทอนเลยกับการใช้ชีวิต ลำบากกันมาก ๆ แต่ก็ทำให้ฉันมีความแกร่ง อดทนต่อความลำบาก...เพราะในสมัยนั้น ชีวิตของพวกเราก็จะคล้าย ๆ กัน เพราะความเจริญของประเทศไทย เพิ่งเริ่มต้นจะพัฒนา...ในสมัยนั้นเรียกประเทศไทยว่าเป็น "ประเทศกำลังพัฒนา"...

เมื่อได้งานทำในเดือนแรก...ฉันได้บรรจุเป็นลูกจ้างประจำของสหกรณ์การเกษตรพรหมพิรามจำกัด ในตำแหน่งพนักงานการเงิน...ฉันทำได้อยู่ถึง ๖ ปี แล้วปู่เรของฟ้าครามได้ให้ฉันมาสอบบรรจุเป็นข้าราชการแล้วฉันก็สอบได้สมใจของปู่เร...ฉันทำงานเต็มความสามารถ วันหนึ่ง ๆ เก็บเงินได้เป็นล้าน ๆ แต่ฉันก็มิเคยคิดว่าเป็นเงินของฉันสักบาทเดียว...ฉันทำด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต...จนลาออกมาบรรจุเข้ารับราชการ เป็นที่เสียดายของคณะกรรมการสหกรณ์...เดือนแรกที่ได้รับเงินเดือน ฉันนำเงินไปซื้อโทรทัศน์สี ซึ่งเป็นเครื่องแรกของบ้าน...ซื้อมาก็ไม่ได้ดูครอบครัวเดียว...พวกเด็ก ๆ ข้าง ๆ บ้าน ผู้ใหญ่ อยากดูบ้านของฉันก็ไม่เคยหวง...เราจะแบ่งกันดู ทำให้เห็นถึงความเอื้ออาทร มีน้ำใจต่อกัน

นี่คือ การพัฒนาประเทศ พัฒนาทางด้านวัตถุที่เจริญเติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ และมันก็จะพัฒนาเกิดขึ้นเรื่อย ๆ...ทำให้เห็นจากที่ฉันเคยใช้ iPhone ๔...พัฒนามาเป็น ๕...มาเป็น ๖ S Plus...จนมา ณ ปัจจุบัน คือ iPhone X...

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๗ เมษายน ๒๕๖๑

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"

คำสำคัญ (Tags)#ชีวิต#การพัฒนา#การใช้ชีวิต#ทักษะชีวิต#เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"#การถอดบทเรียนชีวิต#บุษยมาศ แสงเงิน

หมายเลขบันทึก: 646495, เขียน: 17 Apr 2018 @ 10:49 (), แก้ไข: 17 Apr 2018 @ 16:56 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

-สวัสดีครับ

-ตามมาอ่านความทรงจำและเรื่องเล่าดี ๆ นี้ครับ

-อบอุ่นเสมอกับบันทึกของอาจารย์ครับ

-จดหมายเหตุชีวิตที่ส่งต่อมายังคนรุ่นหลัง

-ถือเป็นแบบอย่างของชีวิตที่ต้องนำมาเป็นตัวอย่างครับ

-สวัสดีปีใหม่ไทยด้วยนะครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ คุณเพชร...สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จงดลบันดาลให้คุณและครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ