ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำจันทบูร

ด้วยเหตุต้องเผื่อเวลากลับ จ.ขอนแก่น เราไม่อยากขับรถยาวๆ จากตราดเลยต้องขอพักค้างที่จันทบุรี 1 คืน โดยเลือกที่พักใกล้กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม   โรงแรมท่ามาจัน ที่โฆษณาตัวเองว่าเป็น Hip Hotel เป็นทางเลือกของเรา

ที่พักสวยค่ะ มี 2 ฟาก ฟากที่ติดแม่น้ำมีระเบียงรวมให้นั่งเล่นชมแม่น้ำจันทบุรีหรือเดิมเรียกกันว่า แม่น้ำจันทบูร  ดีตอนเราไปคนน้อย ถ้าคนเยอะระเบียงคงไม่มีความเป็นส่วนตัว

ห้องแต่ละห้องตกแต่งไม่ซ้ำกัน ฝั่งที่ติดริมน้ำไม่มีหน้าต่างค่ะ ที่พักรวมอาหารเช้า ด้านล่างเป็นร้านอาหารขายกาแฟด้วย  

ตอนเย็นห้องอาหารใต้โรงแรมมีดนตรีเล่น  หากใครไม่ชอบเสียงดังให้เลือกโรงแรมอื่น เดินมากินข้าวฟังเพลง แล้วค่อยกลับไปนอน คนที่นอนด้านบนฟังเพลงไปนอน Hip ไป เสียงเพลงอาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับคนหลับยาก...ฉันเองก็ชักจะเป็น

เราเชคอินที่โรงแรมตอนบ่าย 4 ใช้บริการจักรยานของโรงแรมท่ามาจันปั่นไปเที่ยว (ฟรีค่ะ)

อาสนวิหารพระแม่ปฏิสนธินิรมล เป็นโบสถ์ที่มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี ได้รับการขนานนามว่าเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดในประเทศไทย ฉันกับแอ้เคยมาหลายครั้ง แต่พี่ปูเพิ่งเคยไม่มาหรืออาจมานานแล้วตอนเป็นเด็ก  

โบสถ์แห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมของชุมชน และดึงดูดนักท่องเที่ยว  

ด้านในโบสถ์ไม่อนุญาตให้เข้าชมตอนทำพิธีในช่วงเช้าวันอาทิตย์ หรือระหว่างการทำพิธี ปิดเวลา 16.30 น. เราไปถึง 5 โมงเย็นแล้ว เลยไม่ได้ดูศิลปะการประดับกระจกภายในที่เป็นฝีมือของหมอสอนศาสนาชาวเวียดนาม

ชาวชุมชนได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่านภาพวาดบนถนน ผนังบ้าน ป้ายให้ความรู้  ศูนย์การเรียนรู้ และสถานที่ที่เป็นจริง

บนสะพานข้ามไปวัดพระแม่...ศิลปินวาดรูปเรือที่สมัยก่อนผู้คนนิยมให้เป็นพาหนะในการสัญจร ชุมชนแห่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัย ร. 5 ค่ะ เดิมเรียกบริเวณชุมชนนี้ว่า ย่านท่าหลวง เป็นแหล่งเศรษฐกิจของเมืองจันทบุรีในอดีต

ภาพติดผนังนำเสนอลักษณะบ้านริมน้ำที่เป็นเรือนปั้นหยา ติดด้วยลูกไม้ พร้อมเรื่องราวความเสียหายเมื่อน้ำท่วมใหญ่

แผนที่ และป้ายบอกทาง ทำให้สะดวกสบายในการเดินเที่ยว แม้จะไปคนเดียวก็ไม่หลง

ที่นี่นิยมเดินชมอาคารเก่าแบบตะวันตก บ้างว่าชิโนโปรตุเกส บ้างว่าเป็นแบบโคโลเนียล เป็นว่าฉันต้องมาหาความรู้เพิ่ม บ้านแบบตะวันตกมักจะติดถนน ส่วนบ้านริมน้ำมักเป็นบ้านทรงปั้นหยา 


เราฮิตถ่ายภาพกับบ้านหน้าถังไม้  มันมีเสน่ห์พอๆกับไปเชียงคาน(จ.เลย) มีทั้งแบบปรับปรุงแล้ว และดั้งเดิม

ขนม ของกินที่หายาก หากินได้ที่นี่ อาชีพ วัฒนธรรมยังได้ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส

เด็กๆ รุ่นใหม่ รู้จักไหมคะว่า ผลไม้นี้เรียกว่าชมพู่มะเหมี่ยว เอาเกสรมาทำยำได้...555+ อย่าว่าแต่เด็กเลยเกือบเป็น 10 ปีแล้วมั้งที่ฉันไม่ได้เห็น


ระหว่างทางจากโรงแรมมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านของของกิน ของพื้นเมืองที่ชาวบ้านเอามาขาย ตอนเราไปเป็นฤดูสละ ขึ้นชื่อคือพันธุ์สุมาลี และอยากแนะนำให้ชิมพันธุ์เนินวง พันธุ์เนินวงนี้เป็น GI-Geographical Indications ของเมืองจันท์ ที่เด่นเหมือนพลอยเมืองจันท์เลย 

สละมีหลายพันธุ์ เนินวงรสหวาน กลิ่นหอม มีทั้งแกะขายพร้อมทาน ส่วนสละลอยแก้ว หวาน เย็น หอมชื่นใจ คนเดียวนี่ไม่น้อยกว่า 2 กระปุก 

แวะถ่ายรูปร้านทำโคม เจ้าของร้านใจดีมาก เสียเวลามาสอยโคมเพื่อให้ฉันได้ใช้ถ่ายรูป...ไม่ประทับใจชุมชนแห่งนี้ได้อย่างไร...ขอบคุณค่ะ

ร้านรวงส่วนใหญ่จะเก็บร้านประมาณ 6 โมงเย็น  1 ทุ่มร้านเล็กๆ เก็บหมดแล้ว จะมีแต่ร้านอาหารเท่านั้นที่เปิด ฉันชอบอ่านชื่อร้าน มักจะมีคำว่า จัน-จันทบุรีอยู่ด้วย เช่น ร้านของฝากเสน่ห์จันท์ โรงแรมท่ามาจัน @ริมน้ำจันโฮเทล มามะริมน้ำจัน เป็นต้น และเมื่อถึง 2 ทุ่มนี่เริ่มเงียบ

ของกินขึ้นชื่อมีเยอะ เช่น ไอติมจรวด ที่เริ่มทำในปี 2502  ก็ลองกินดูอร่อยนะคะ  มีหลายรส โดยเฉพาะรสแบบโบราณ ถั่วดำ เผือก สอดช่อง สละ  ขากลับเราเอาจักรยานไปคืน และเดินไปเกือบถึงถนนใหญ่ คนละฝั่งของโบสถ์พระแม่  หาที่นั่งเล่นเย็นใจ  เจอ 1 ร้าน แต่จำชื่อไมไ่ด้  วิวสวยติดน้ำ เป็นร้านแบบขายเครื่องดื่มกลางคืน

ส่วนร้านอาหารใต้ถุนโรงแรมท่ามาจันที่เราว่าคงสวย เพราะตกแต่งสไตล์ Hip ยังงัยพรุ่งนี้เช้าก็ได้กิน  

เราเรียกเครื่องดื่มมากินพร้อมนั่งปล่อยอารมณ์  ดูรูปและอัพขึ้นโซเซี่ยล เปลี่ยนเวียนกันไปเดินเที่ยว ทดลองเล่นพูล เกมละ 20 บาท เสียงลูกกระโดดเด้งกระทบโต๊ะเสียงดังเล่นเอาหัวเราะงอหาย  มีการเดินกลับไปโรงแรมเพื่อเอาอาหารที่ห่อจากร้านทิวธารามื้อกลางวันมากินที่ร้านนี้ด้วย น้องๆ ที่ร้านก็น่ารักบริการจานชาม...เอาทิปไปเลย ...ข้าวเย็นก็เป็นอันเสร็จเลย

ยังไม่ดึกเท่าไหร่ แต่ร้านรวงเริ่มเงียบ บ้านช่องเริ่มปิด 

เราก็มั่นใจในความปลอดภัย ผู้คนมีไมตรีดี เราเริ่มมีสัมพันธภาพกับน้องๆโต๊ะข้างๆ สัมภาษณ์ถึงวิถีการใช้ชีวิตของคนแถบนี้

ณ ร้านแห่งนี้เราได้ลอง ต้มยำไก่บ้านหน่อกระวาน....มาถึงจันทบุรีต้องลอง...ไม่ใช่มีแต่พริกไทยเท่านั้นนะ

แล้วเราก็ได้รู้ว่า ลูกกลมๆ พร้อมกฏกติกา ไม้แทง กับการทำมือเป็นสามง่าม และข้อควรระวังในการทำผ้าสักหลาดขาดเป็นเรื่องที่ยากมากกกก

พี่ปูกลับจากเดินเที่ยวมาพร้อมของฝาก บอกเดินย้อนไปเกือบถึงโบสถ์พระแม่อีกครั้ง 

เกือบ 4 ทุ่มเราแวะไปร้านโรตีล้างปาก แล้วกลับมาโรงแรม

เมนูโรตีและนมสดเยอะเหลือเกิน เป็นที่น่าลำบากใจ และลำบากท้อง

ก่อนจะไปเฝ้าพระอินทร์ เราสรุปจบโปรแกรมว่า พรุ่งนี้เราจะเคลื่อนขบวนตอน 09.00 น.โอเครนะคะ เสียงเพลงใต้ถุนยังส่งเสียงเป็นเพื่อน จนหลับใหลไปพร้อมเสียงเพลง 

วันใหม่ 07.00 น. ฉันเด้งตัวจากที่นอน มองไปดูเพื่อนร่วมทริปเป็นนิ่งๆ ฉันเลยย่องออกจากห้อง แต่พอจะลงกลอนไว้ให้เท่านั้น เสียงกลอนหล่นดังแกล๊ก เท่ากับปลุกเพื่อนเลย แดดเช้าริมระเบียงที่ ท่ามาจัน เหมาะกับการมานั่งทำสมาธิ รับวิตะวินดีจากแสงแดดอ่อนๆในตินเช้า ที่วิถีชีวิตแห่งความเป็นจริงไม่ค่อยได้สัมผัส

เดินชมวิถีชุมชนตอนเช้าคนเดียว เดินไปจนถึงโบสถ์พระแม่อีกครั้ง วันนี้ไม่เอาจักรยาน ฉันไม่เก่งเรื่องการประคองตัวเอาซะเลย ปั่นแล้วเมื่อยเอว แบบออกมาในทาง "เอวหวาน-ทิศทางไม่ได้"

แดดเช้า แสงอุ่น ทำให้มีเสน่ห์ในการเดิน วิถีผู้คนในชุมชนก็ดำรงไป บ้างไปตลาด บ้างรดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน ขายของ ตักบาตรไปตามปกติ 

ปล่อยให้นักท่องเที่ยวทำหน้าที่ในวิถีของตน ฉันอาจจะรู้สึกเองไปว่าคนจันท์ไม่ค่อยยิ้ม แต่เรื่องไมตรีจิตนี่สุดยอด คุณป้าหลายคนออกปากทักฉันว่า ตื่นเช้าจัง พร้อมให้คำแนะนำในการเดินท่องเที่ยวหลายประการ


บริเวณนี้มีวัดหรือศาลเจ้าจีนตั้ง 3 แห่ง  (รูปด้านบนเป็นร้านค้า ส่วนด้านล่างเป็นศาลเจ้า/วัดจีน)

ร้านก๋วยจั๊บโบราณเจ้ไหม หลายๆที่ทำรีวิวไว้  อยู่ใกล้กับวัดจีน กลิ่นเครื่องเทศน้ำก๋วยจั๊บลอยมาเล่นเอาน้ำลายไหล แต่ยังเช้าอยู่เพิ่งเตรียมน้ำซุบ  ผนังร้านเจ้ไหม(รูปด้านล่าง) ฉันว่าเหมาะเก็บภาพในธีมเที่ยวบ้านย่านเก่าซักหลายๆ ภาพ เราเองก็ได้มาหลายภาพจากผนังบ้านเจ้ไหม

ฉันเลยลากต้องสังขารมากินอาหารเช้าฟรีที่โรงแรมที่รวมอยู่กับค่าห้อง เป็นข้าวต้ม ชากาแฟ และข้าว พร้อมกับ

จากโรงแรมเดินไม่กี่บล็อกก็จะถึงตลาดพลอย แต่ถามผู้คนในชุมชน เค้าพวกยังเช้าอยู่ตลาดยังไม่เปิด สายหน่อยบริเวณตลาดพลอยจะพลุกพล่านด้วยผู้คนและรถรา

หลังอาหารเช้า เชคเอ้าท์ ไปตระเวนหาของฝาก  เราแวะไปตลาดสด ตลาดเริ่มวาย เห็นร่องรอยการขายอาหารทะเลที่ดูน่าจะอลังการมาก  พี่ปูแวะไปวัดใกล้ๆ ตลาด ได้ล๊อตเตอรี่มา 1 ใบ ถูกรางวัลซะด้วย ตกลงเราไม่ได้อะไรจากตลาด ส่วนทุเรียนทอดก็ได้ตั้งแต่เมื่อวาน

ก่อนออกจากเมืองจันทบุรี เราแวะที่พิพิธภัณฑ์เมือง เดิมเคยเป็นจวนผู้ว่า อยู่ตรงข้ามศาลหลักเมือง 

เนื่องจากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ พิพิธภัณฑ์ปิดตามระเบียบ เราก็ขอแวะถ่ายรูปกับอาคารสวยๆหน่อย...พอขึ้นไปบนอาคาร พื้นไม้ขัดมันและอากาศเย็น หนังท้องตึงจากมื้อเช้าเล่นเอาอยากนอนกลางวัน

จันทบุรีมีที่เที่ยวมากมาย ทั้งธรรมชาติและวิถีชุมชน แต่เรามีเวลาน้อย ต้องเผื่อเวลากลับ เลยได้เที่ยวน้อยที่ เดี๋ยวขับรถไม่ไหว ขากลับ ยังอยากเข้าห้องน้ำที่วังน้ำเย็น คาดว่าจะกินมื้อเที่ยงที่นั้น แต่เสียงเรียกร้องถึงก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงก็ลอยมา ถ้าอยู่ที่จันทบุรีก็น่าจะเยอะ แต่นี่เราออกจากเมืองมาแล้ว 

ค่อยๆสอดส่ายสายตาหา ก็ได้กินแก้อยากที่ร้านริมทาง พอได้ซดน้ำสมุนไพรร้อนๆ ส่วนร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้เล็กหมูเลียงต้นมะขามร้านชื่อดังของอำเภอมะขามก็ปิด  นี่พลาดเมนูหมูชะมวงไปด้วย เอาไว้คราวหน้านะ

-------------------

แวะบริหารเวลา บริหารน้ำมัน ที่.ชุมชนทุ่งเพล อ.มะขาม ตามหาน้ำตก 555+ พลาดซะงั้น

Footnote

เพราะเป็นทริปหลวมๆ เราจึงไม่มีพิกัดชัดเจน

  1. ทุ่งเพล ชุมชนที่ยังคงมีธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ ตั้งอยู่ในอำเภอมะขาม เราขับรถเข้าไปดูน้ำตก แต่หาน้ำตกไม่เจอ 555+ คราวหน้าฉันอยากมาพักที่นี่ ในรีวิวมีที่พักติดน้ำตกเยอะเลย เสียเวลาไปกลับ 40 กม.
  2. อำเภอมะขามเห็นมีที่เที่ยวเยอะ กะแวะหากาแฟกิน ขับทะลุเมืองเฉยเลย แถวอ.มะขามนี้จะเป็นสวนผลไม้ โฮมเสตย์   ระหว่างทางมีชาวบ้านเอาผลไม้มาขายริมทาง
  3. เขื่อนคีรีธาร เห็นป้ายกะจะเลี้ยวแล้ว แต่ด้วยอยากกินก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง ก็เลยผ่าน เพราะเราเข้าใจว่าอาหารที่เขื่อนมักจะขึ้นชื่อเรื่องปลาน้ำจืด
  4. อะไรคือก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง ของขึ้นชื่อเมืองจันทบุรี  https://goo.gl/qFQ8ux
  5. โรงแรมท่ามาจัน คิดค่าเสริมเตียง 400 บาท(รวมอาหารเช้า) รับบัตรเครดิต
  6. ที่พักริมน้ำจันทบูร http://travel.trueid.net/detai...
  7. ริวิวร้านของคนในชุมชนริมน้ำจันทบูรน่าแวะ https://travel.sanook.com/1406...
  8. ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ นักท่องเที่ยวเยอะ การปั่นจักรยานอาจไม่คล่องตัวเท่ากับการเดิน...เดินไม่ไกล แวะได้หลายที่  เราปั่นจักยานไปพอถึงจุดจอแจก็ไปฝากจักยานไว้ร้านค้า เชื่อไหมคะ เค้ารับฝาก...
  9. จันทบูรโมเดล เป็นการจัดการชุมชมโดยชุมชน ออกอากาศในรายการ เดินหน้าประเทศไทย วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เมื่อเราดูทำให้เราเพิ่งรู้ว่า ที่นี่มีดว่าที่เราคิด....ต้องห้ามพลาด

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โลกละไม-ใจมีสุข

คำสำคัญ (Tags)#ถนนคนเดิน#การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม#ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำจันทบูร#จันทบุรี--ที่ท่องเที่ยว#การท่องเที่ยวแบบเดินช้า#จันทบูรโมเดล#การจัดการชุมชนโดยชุมชน

หมายเลขบันทึก: 644094, เขียน: 21 Jan 2018 @ 21:39 (), แก้ไข: 04 Feb 2018 @ 21:11 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

แอะแอ้มาแว้ว..ววว
IP: xxx.121.196.200
เขียนเมื่อ 

เขียนอีกชอบๆ ดูรูปปั่นจักรยานแล้วอยากหัว

ธิ
เขียนเมื่อ 

สนุกจัง  ชอบ ๆๆๆ ค่ะ  ภาพถ่ายสวยมาก ๆ ด้วยค่ะ

ชอบก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงเหมือนกัน