เรื่องสั้น #ละเลงความคิดในตัวอักษร "ระหว่างเพื่อนกับคนรัก ใครสำคัญกว่ากัน" #ต่อจากเรื่้องที่แล้ว

  

เมื่อเร็วๆนี้ กันต์มีอาการปวดหัวตลอดเวลา ตอนแรกที่อานาวินเห็นอาการก็นึกว่า กันต์เครียดเพราะเรื่องเธอ พอทานยาก็หาย แต่อาการยิ่งนับวันก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

          วันหนึ่งอานาวินต้องออกสำรวจพื้นที่ในเขตทุรกันดาร อาศิรา ที่เรียนคณะการพัฒนาชุมชนที่มหาวิทยาลัยก็ต้องออกสำรวจด้วย อานาวินเริ่มลำบากใจเมื่อทราบว่า อาศิราร่วมเดินทางสำรวจพร้อมเธอ แต่ก็เฉยๆเพราะอีกครึ่งของความรู้สึกคือดีใจที่ได้ร่วมการสำรวจกับดวงใจของเธอ เมื่อเรื่องถึงหูกันต์ กันต์เลยตามการสำรวจนั้นไปด้วย ทั้งๆที่เธอเกลียดความลำบากมาก ตอนที่ไปถึง อานาวินเอาแต่ทำหน้าที่ของเธอ อาศิราเริ่มแปลกใจที่เห็นปฏิกิริยาของอานาวินต่อเธอ เจอหน้า...ก็ทำท่าเหมือนไม่เห็น อาศิราแซ่ว... ก็ทำท่าเหมือนไม่ได้ยิน ทั้งๆที่ปกติ ไม่ต้องถึงเจอหน้ากัน แต่เห็นเหงาก็ด่าว่ากันใหญ่แล้ว

         ในขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการสำรวจ อาศิราเห็นอานาวิน ซึ่งไปในฐานะอาจารย์ เดินออกจากกลุ่มสำรวจแล้วเดินเข้าป่าคนเดียว อาการแปลกๆที่อานาวินมีต่อเธอ ทำให้เธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อานาวินจะไปไหน แล้วไปทำไม่  อาศิราเลยตัดสินใจตามไป แล้วคลาดกับอานาวิน ทำให้อาศิราหลงทาง...

         ตอนอานาวินกลับมาที่แคม  กันต์เดินเข้ามากระชากเสื้ออานาวินแล้วถามว่า “แก่พาอาศิราไปไหน?” อานาวินงง ทุกคนที่แคมพากันมองไปที่อานาวิน

“ฉันไม่รู้เรื่อง แก่พูดเรื่องอะไรของแก่!” อานาวินตอบด้วยความไม่รู้

“ไม่ต้องมาแอ๊บทำเป็นไม่รู้ มีคนเห็นแก่เข้าป่า แล้วไม่นานอาศิราก็ตามไป” กันต์ส่วนกลับ

 อานาวินยังงง เพราะตอนที่เธอเข้าป่าไม่เจอใคร

“อาศิราเข้ามาหรา? แต่ฉันไม่เจอใครเลยนะ” อานาวินนิ่ง ค่อยๆคิด ก็จำได้ว่าในป่ามีอยู่ทางหนึ่งที่แบ่งออกเป็นสองทาง อาศิราน่าจะเข้าไปทางตันแน่ “ยัยบ้าเอ่ย” อานาวินรำพึงออกมาด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของอาศิรา เธอเลยวิ่งเข้าป่าอีกครั้ง เธอวิ่งด้วยความเร็วที่เร็วมากๆ ถ้าเป็นฟิสิกส์เขาเรียกว่า ความเร่ง

           พอถึงทางแยกที่เป็นสองทาง อานาวินหยุด แล้วพยายามหารอยเท้า เพื่อการ สันนิฐานของเธอไม่เป็นจริงขึ้นมา เธอคงหาดวงใจของเธอไม่พบแน่  อานาวินเห็นรอยเท้าเข้าไปทางตัน “ยัยบ้าเอ๋ย จะเข้าไปทิ้งชีวิตหรือไง”  อานาวินรีบเข้าไปตามรอยเท้าของอาศิรา

          กันต์ที่อยู่ด้านนอก ก็จะเข้าไปหาอาศิราอีกคน แต่กันต์รู้ตัวดี ว่าเธอไม่มีความรู้ด้านป่าเลย ถึงจะเข้าไปหา แต่ก็คงยากที่จะพบอาศิราก่อนอานาวินแน่ ความกลัวที่จะต้องเสียผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอแอบรักให้กับเพื่อนรักก็กลายเป็นความเครียดที่ค่อยๆสะสมในหัวสมองทำให้เกิดอาการปวดหัวขึ้นขั้นรุ่นแรงอีกครั้ง... ทุกคนที่แคมพากันตกใจวุ่นวายขึ้นอีก ทางแคมรีบออกเมืองเพื่อส่งกันต์เข้าโรงพยาบาล

ในป่าอานาวินพยายามตามหาอาศิรา อาศิราที่หาทางออกไม่เจอ ก็นั่งร้องไหใต้ต้นไม้ใหญ่ อานาวินพยายามหา พยายามเรียกอาศิรา แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จนถึงอานาวินเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง อานาวินได้ยินเสียงร้องไห  “เอาแล้วไงเรา โดนจนได้ เย็นๆแบบนี้ เวลาดีของพวกแก่เลยเนอะ ผ.สระอี เอ๋ย”

อานาวินค่อยๆหันๆหันไปมอง ก็พบว่ามีคนนั่งร้องไหอยู่คนเดียว อานาวินรีบเข้าไปดู ปรากฏว่าเป็นคนที่เธอตามหาอยู่ “คุณ!” อานาวินเรียกอย่างดีใจ อาศิราเห็นอานาวินที่มาอยู่ตรงหน้าเธอ เธอดีใจมาก รีบเข้าไปจับมืออานาวินทันที่...  “คุณ...ฉันตามคุณมา แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันอยู่ไหน มันคลาดกับคุณแค่นิดเดียวเอง คุณ...ฉันหาทางออกไม่เจอ คุณอย่าทิ้งฉันที่นี้นะ พาฉันออกไปด้วย” อาศิราพูดด้วยน้ำเสียงที่สะอึกหลังร้องไหหนัก

อานาวินที่เป็นหวงอาศิราอย่างมากก็เริ่มเปลี่ยนอาการทำเป็นเย็นชา เพราะเขารู้ดีว่า ถึงยังไง อาศิราต้องพึ่งเขา “แล้วคุณตามผมมาทำไม?” อานาวินถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“ก็ฉันเห็นคุณเข้ามา... แล้ววันนี้ทั้งวัน...คุณก็มีอาการแปลกๆ เจอฉันก็ทำเป็นไม่เห็น...” อาศิราก้มหน้าก้มตาพูด

“สรุปที่ตามมา เพราะคิดถึงผมว่างัน” อานาวินยังคงหน้าเย็นชาถาม

“ไม่รู้... แต่อาจจะใช้ก็ได้นะ แต่ฉันไม่รู้อ่า” อาศิราตอบอย่างเบลอๆ ก็แม้...ครั้งแรกที่คุยกันดีๆ ปกติเจอกันที่ไร ตีกันทุกที่

อานาวินยิ้มน้อยๆ “คุณไม่รู้ใจตัวเอง แต่ผมรู้... ผมชอบคุณ ทุกครั้งที่ผมตื่นมา คนแรกที่ผมคิดถึงคือคุณ เรื่องแรกที่ผมนึกถึงคือเรื่องคุณ สิ่งแรกที่ผมอยากทำคือเจอคุณ...” อานาวินพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“คุณเป็นแบบนี้ด้วยหรา... ฉันนึกว่า ฉันคนเดียวเสียอีก” อาศิราพูดแล้วน้ำตาก็ไหลรินออกมา อานาวินยิ้มดีใจเข้าไปกอดอาศิราทันที


          กันต์ที่นอนหมดสติอยู่ที่โรงพยาบาลในเมือง... ทางโรงพยาบาลก็ติดต่อหาญาติของกันต์ คุณไพริน(แม่ของกันต์) พอทราบเรื่องก็รีบขึ้นรถไปหากันต์ที่โรงพยาบาลต่างจังหวัดที่กันต์พักพื้นตัวอยู่ คุณหมอประจำไข้กันต์ให้คำแนะนำ ให้พาตัวกันต์กลับไปรักษาตัวที่กรุงเทพ เพราะหมอสันนิฐานว่ากันต์อาจเป็นเนื้องอกในสมอง คุณไพรินรีบทำตามคำแนะนำของคุณหมอทันที่ที่ทราบเรื่อง

อานาวินจับมืออาศิรา  ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองเดินหน้าไปหาทางออกจากป่ามาเรื่อยๆ “คุณใกล้จะมืดแล้วนะ เราต้องพักตั้งแคมอยู่ที่นี้ก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ” อานาวินพูด ตามองอาศิราอย่างห่วงใย อาศิรายิ้มน้อยๆก่อนจะตอบ “เราสองคนหรา?” อานาวินฟังคำถามแล้วมองซ้ายมองขวา “แล้วคุณเห็นใครอีกไม่นอกจากเราสองคน ถ้ามี...ก็รวมพวกเขาด้วย” อาศิราปรี๊ดแตก “นี้คุณ! ไอ้ที่พูดนี้คือปากใช่ไม่” อานาวินเอามือจับปากตัวเองก่อนจะพูดต่อไปว่า “แล้วคุณใช้ก้นพูดหรา?” อาศิราปรี๊ด อานาวินยิ้มสะใจ...

กองไฟที่ให้ความอบอุ่นให้กับทั้งสองก็ถูกก่อขึ้น อานาวินมองอาศิราแล้วขยับเข้าไปใกล้ๆ อานาวินยิ้มอย่างกังวล “ผมมีเรื่องบ้างอย่างที่จะให้คุณทราบ ก่อนที่เราจะออกไปจากที่นี้” อาศิรามองอานาวินอย่างสงสัย ก่อนที่อานาวินจะพูดต่อ “คือ ผมคบหากับน้ำรินอยู่ น้องสาวของกันต์” อาศิราตกใจแล้วจะขยับออกห่างจากอานาวิน อานาวินจับเอวอาศิราไว้ “คุณอย่าหนีผมไป ผมกับรักคุณ” อาศิราปัดมืออานาวิน มองหน้าอานาวินด้วยน้ำตาก่อนจะพูดขึ้น “คุณจะรักฉันได้ไง ในเมื่อคุณมีคุณน้ำรินอยู่แล้ว” อานาวินจับมืออาศิรา “เพราะผมไม่ได้รักน้ำริน ผมเห็นน้ำรินเป็นแค่น้องสาวของเพื่อน ไม่มากไปกว่านั้น และที่ผมต้องคบกับเขา เพราะว่า ครอบครัวเราสนิทกัน ทำธุรกิจรวมกัน แต่ผมพยายามที่จะรักเขาแล้วนะ แต่ทำยังไง ก็ไม่ได้ผล ปกติผมจะไม่พูดแบบนี้กับใครนะ แต่กับคุณผมขอพูดตรงๆ แค่ผมเห็นน้ำริน ผมก็รำคาญยังบอกไม่ถูกแล้ว ผมไม่ได้รังเกียติเขานะ แต่คนที่มันไม่ใช่ คือไม่ใช่ แต่ทางกลับกันกับคุณ ผมไม่ต้องพยายามที่จะรัก แต่ผมก็รักคุณได้โดยไม่มีข้อแม้ ผมไม่จำเป็นที่จะต้องจดว่าวันคุณไปไหน กี่โมง และผมจะต้องเจอคุณที่ไหนได้บ้าง ผมจำได้ทั้งหมด รวมถึง รสชาติกาแฟกับขนมปังที่คุณกินเป็นประจำ แต่ละวันรสจะไม่เหมือนกัน ผมรักคุณจริงๆนะ” อาศิรามองแล้วก็ยิ้มน้อยๆ “โอเคๆ ฉันเชื่อ แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไปคะ” อานาวินขยับนั่งขางๆ อาศิรา “ผมจะบอกความจริงกับครอบครัวผม แล้วจะพาคุณไปพบพ่อแม่ผมด้วย” อาศิรามองอย่างงงๆ “ขนาดนั้นเลยหราที่คุณคิด” อานาวินยิ้มน้อยๆ แต่ก็ไม่ตอบอะไร

          กันต์ที่นอนหมดสติ ก็ฝืนขึ้น คุณไพรินที่นั่งเฝ้า รีบลุกเข้าหากันต์ เมื่อเห็นกันต์ได้สติ กันต์เห็นตัวเองอยู่ในชุดผู้ป่วย ก็รีบถามคุณไพรินทันที “ แม่ครับ เกิดอะไรขึ้นครับ ผมอยู่ไหนหราครับ แล้ว แม่มาหาผมได้ไงครับ ผมปวดหัวจังเลยครับแม่” คุณไพรินเห็นความเจ็บปวดของลูกไม่ไหว้ รีบเข้ากอดลูกทันที่แล้วพูดปลอดลูก “ไม่เป็นไรแล้วจ้าลูก ลูกแค่พักผ่อนน้อย เลยเป็นแบบนี้” กันต์เริ่มเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้น “คนที่ผมแอบชอบครับแม่ น้องอาศิรา เขาหายไปในป่า ผมเป็นห่วงเขาครับแม่” กันต์รีบลงจากเตียง คุณไพรินจับกันต์ไว้ “แต่ลูกยังไม่หายเลยนะ พักผ่อนก่อน หายแล้วแม่จะไปสู้ขอเขาให้ลูกนะ” คุณไพรินปลอดลูกชาย

“ไม่ครับแม่ ตอนนี้ไอ้อานาวิน เขาก็ชอบน้องอาศิราเหมือนกัน เขาเข้าป่าตามหาแล้ว ผมแพ้เขาไม่ได้ ผมชอบผู้หญิงคนนี้มากครับ” กันต์พยายามลงจากเตียง คุณไพรินรับไม่ไว้ รีบตะโกนเรียกหมอทันที่ หมอเข้ามาฉีดยาคลายเครียด ทำให้กันต์หลับไป คุณไพรินน้ำตาไหลรินออกมา คุณหมอขอคุยเรื่องอาการป่วยของกันต์กับคุณไพริน คุณไพรินตกลงไป

คุณหมอมองหน้าคุณไพริน แล้วถามว่า “หมออยากให้คุณแม่เข้มแข็งไว้นะครับ” คุณไพรินพยับหน้าเบาๆ “จากผล Ex-ray ปรากฏออกมาตามที่เดาครับ คุณกันต์เป็นเนื้องอกในสมองครับ” คุณไพรินอึง น้ำตาไหลรินออกมา ก่อนจะตั้งคำถามต่อคุณหมอ “แล้วมีวิธีรักษาบ้างไม่คะคุณหมอ” คุณหมอหนักใจ แต่ก็ต้องแจ้งตามความจริง “มีครับ การผ่าตัดเอาเนื้องอกออกครับ แต่ หลังจากการผ่าตัดแล้ว จะเกิดสองกรณีต่อผู้ป่วย หนึ่ง คือ ตาจะมองไม่เห็นไปตลอดชีวิต และสอง กรณีที่ตาไม่บอด สามารถอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งปี แต่ถ้าไม่ผ่า คุณกันต์จะต้องทนความเจ็บแบบนี้ต่อไป และมีชีวิตไม่เกินหกเดือนครับ” คุณไพรินนั่งนิ่ง “งัน ฉันขอเวลาบอกกันต์ได้ไม่คะหมอ ตอนนี้กันต์มีอารมณ์ไม่ค้นที่” คุณหมอหนักใจกว่าเดิม “ได้ แต่อย่านานนะครับ เราไม่มีเวลามาก เพราะยิ่งนานเนื้องอกจะยิ่งเติบโตไปนะครับ แล้วอาจจะสายเกินแก้ก็ได้นะครับ” คุณไพรินพยับหน้าเบาๆ “แม่เข้าใจคะหมอ”

          เช้าวันต่อมา... อานาวินกับอาศิราออกเดินทางออกจากป่า อานาวินยิ้ม เดินจับมืออาศิราออกจากป่า เดินต่อเรื่อยๆ อาศิราเยียบไม้แหล่ม ทำเอาเลือดออก อานาวินตกใจมาก “คุณเป็นอะไรมากไม่ คุณเดินยังไงนิ” อาศิราเจ็บแผลอย่างหนึ่งแล้ว ยังเจ็บใจกับคำพูดของอานาวินอีก “นี้คุณ ฉันเจ็บนะ” อานาวินมองหน้าอาศิราก่อนจะย้อนอาศิรา “ก็คุณเยียบ คุณก็เจ็บดิ ลองผมเยียบผมก็เจ็บ” อาศิรางุดหงิก “ไอ้ที่พูดนี้ ปากคุณหรา” อานาวินย้อนอีกครั้ง “แล้วคุณพูดใช้อะไร ผมก็เหมือนกันแหละ” อาศิราอยากกรี๊ด แต่อานาวินห้ามไว้ “หยุด ผมจะทำแผลให้” อานาวิน เอาคว้าน้ำที่ผสมเกลือที่พบอยู่ในกระเป๋าออกมา แล้วถอดรองเท้าอาศิราออก เอาเท่าที่เป็นแผลว่างไว้บนตักตัวเอง แล้วเอาน้ำที่ผสมเกลือล้างแผล “ทนหน่อยนะคุณ”  อาศิราจะกรี๊ดแต่อานาวินเอาแขนอีกข้างของตัวเองยักปากอาศิรา ทำเอาอาศิรากัดแขนอานาวินใหญ่เลย อานาวินเอาผ้าเช็ดหน้าที่ตนเตรียมเพื่อย่ามฉุกเฉินออกมา แล้วพันแผลไว้ พอทำแผลเสร็จ อาศิราพูดอะไรไม่ออก อานาวินได้แต่มองอาศิรา แล้วให้อาศิราขี้หลังออกจากป่า

ทั้งสองออกมาถึงแคม ทุกคนที่แคมพากันดีใจที่ทั้งสองกลับมาอย่างปลอดภัย อานาวินมองหากันต์ แล้วคุณปีมงคล เพื่อนร่วมงานอานาวินเข้ามาหาอานาวิน “ไอ้อานาวิน แก่หายไปในป่าทั้งคืนเลยนะ มีอะไรดีๆป่าว” อานาวินยิ้มน้อยๆก่อนจะปฏิเสธออกไป “ดีๆอะไร ใครๆรู้ว่าฉันกับเด็กบ้านั้น ใกล้กันที่ไร เป็นเรื่องทุกที่ ว่าแต่ไอ้กันต์อยู่ไหน?” ปีมงคลยิ้มเศร้าๆก่อนจะตอบคำถามอานาวิน “กันต์ช็อกในวันที่แก่ตามอาศิราเข้าไปในป่า เข้าโรงบาล คุณไพริน แม่ของกันต์ พากลับกรุงเทพแล้ว” อานาวินเบลอๆ “ช็อกเลยหรา” ปีมงคลงงๆกับคำถามของอานาวิน “อะไรของแกว๊ะไอ้วิน” อานาวินได้สติรีบปฏิเสธ “ป่าว... แล้วแคมรอบนี้ จบแล้วใช่ป่าว”

ปีมงคลรีบตอบ “ใช่ จบแล้ว”

              น้ำรินนั่งเฝ้าพี่ชายตนเองห้องผู้ป่วย ทำเอาคิดหนักกับสิ่งที่พี่ชายตัวเองเป็น กันต์ตื่นเห็นน้ำรินเฝ้าตนอยู่ ก็รีบถาม “ไอ้วินกลับมายัง”  น้ำรินรีบถามอาการของกันต์ “พี่เป็นไงบ้าง” กันต์โกรธที่น้ำรินไม่ตอบคำถามตน “พี่สบายดี ไอ้วินกลับมายัง” น้ำรินรีบตอบ “กลับวันนี้คะพี่กันต์” กันต์ไม่พอใจทำให้เธอปวดหัว “โอ๊ย เจ็บ ปวด หัวพี่” น้ำรินตกใจ รีบเรียกหมอเข้าดูอาการกันต์ทันที

อานาวินถึงกรุงเทพก็รีบไปหากันต์ที่โรงพยาบาลพร้อมกับปีมงคล น้ำรินที่นั่งรอหน้าห้อง... ร้องไห้ออกมาเบาๆ ปีมงคลรู้สึกปวดฉี่ เลยให้อานาวินเข้าไปหากันต์ก่อนและเธอจะตามไป เมื่ออานาวินไปถึงหน้าห้องกันต์ เห็นน้ำรินนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้อง อานาวินรีบเข้าไปทัก “น้ำ กันต์เป็นไงบ้าง?” น้ำรินรีบปัดน้ำตาออกแล้วลุกขึ้น พยายามยิ้มแล้วตอบคำถามอานาวิน “พี่กันต์เป็นเนื้องอกในสมองคะพี่วิน” อานาวินตกใจมาก “อะไรนะ เป็นไปไม่ได้” น้ำรินเบลอ “พยายามพูดต่อ พี่กันต์มีเวลาอีกหกเดือนถ้าไม่ผ่าตัด และถ้าผ่าก็อาจไม่ปกติ” อานาวินหายใจไม่ออก พูดอะไรไม่ออก ทุกอย่างขัดไปหมด น้ำตาอานาวินไหลรินออกมา อานาวินนั่งลงกับพื้น เพื่อนรัก เพื่อนสนิท เพื่อนตายของเธอกำลังจะตาย เขายอมรับไม่ได้ อานาวินได้สติก็รีบเข้าไปหากันต์ กันต์ที่นอนพักอยู่บนเตียงเห็นอานาวินเข้ามา ก็รีบลุกขึ้นที่จะต้อยอานาวิน อานาวินไม่หลบ แต่กลับกอดกันต์ กันต์ผลัดอานาวินออก แล้วต้อยอานาวินครั้งแล้ว ครั้งเหล่า อานาวินยังยืนนิ่ง กันต์เริ่มหมดแรงแล้วร้องปวดหัว อานาวินรีบเข้าหากันต์ กันต์ผลัดออก อานาวินตะโกนออกมา “ฉันจะแต่งกับน้องสาวแก แกอย่าทำแบบนี้กับฉันเลยนะ ฉันแค่หลงผิดกับความใกล้ชิด ยกโทษให้ฉันนะกันต์ ตอนที่เข้าป่า ฉันรู้แล้วว่า ฉันกับอาศิราไปกันไม่ได้ อาศิราไม่ได้รักฉัน เขาเกลียดฉันมากกว่า” อานาวินพูดด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวดที่จะต้องพูดไม่ตรงกับใจแถมยังต้องปิดความรู้สึกตัวเองด้วย กันต์ได้ยินคำพูดของอานาวินก็หมดหยุดโวยวายทันที อานาวินเข้าไปจับตัวกันต์แล้วพากันต์ขึ้นไปนอนบนเตียง

         ปีมงคลเดินมาทางห้องกันต์ เห็นน้ำรินเดินมาอีกทางหนึ่ง ปีมงคลเดินไปทัก “น้ำ...กันต์เป็นไงบ้าง” น้ำรินที่ถือกาแฟในมือ รีบว่างกาแฟบนเก้าอี้ใกล้ๆเธอ แล้วรีบเข้าไปกอดปีมงคลทันที ปีมงคลรีบปัดน้ำรินออก แล้วถามน้ำรินอีกครั้ง “ไอ้กันต์เป็นอะไร?” น้ำรินได้สติ “พี่กันต์เป็นเนื้องอกในสมอง ต้องรีบผ่าตัด แต่พี่กันต์ยังไม่รู้เรื่อง พวกเราไม่รู้จะพูดยังไงกับพี่กันต์ เพราะอารมณ์ของเขาไม่ค้นที่” น้ำรินพูดจบแล้วเข้ากอดปีมงคล ปีมงคลกอดตอบ อานาวินออกจากห้องกันต์ เห็นน้ำรินกับปีมงคลกอดกัน ปีมงคลเห็นอานาวินก็รีบผลักน้ำรินออกจากตัวเธอ “ไอ้วิน อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันแค่ปลอดใจน้องน้ำเฉยๆนะ” อานาวินพยับหน้าเบาๆ แสดงถึงความเข้าใจ “ไอ้กันต์นอนแล้วละ” อานาวินบอกปีมงคล แล้วหันไปทางน้ำริน “น้ำ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย ตามพี่มา” น้ำรินตามอานาวินออกไป ปีมงคลเข้าไปเยี่ยมกันต์ในห้อง

“น้ำ พี่ตัดสินใจแล้ว เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุดนะ” น้ำรินตกใจ “ทำไม่คะ ทำไม่ต้องแต่ง?” อานาวินงงกับคำถามของน้ำริน “ในเมื่อเราสองคนไม่ได้รักกันสะหน่อย ทำไม่ต้องแต่งคะพี่วิน?” อานาวินพยายามรักษาน้ำใจน้ำริน “ตอนนี้ยังไม่ได้รักกัน แต่อยู่ๆไปเราก็รักกันเองแหละนะน้ำ ตอนนี้กันต์เหลือเวลาน้อยแล้ว พี่อยากให้เขาอยู่ในงานแต่งของเรา เพราะยังไงเราต้องแต่งอยู่ดี” น้ำรินสายหน้า “ไม่คะ น้ำไม่มีวันรักพี่วินได้มากกว่าพี่ชาย เพราะน้ำมีคนที่น้ำรักแล้ว ทั้งหัวใจและความรู้สึกของน้ำ มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้น น้ำอยู่กับพี่ น้ำต้องฝืนใจทำอะไรหลายๆอย่าง และน้ำก็รู้ว่าพี่วินก็เช่นกัน” อานาวินเริ่มเบลอ แต่พยายามคุ่มสติ “ผู้ชายคนนั้น คนที่สามารถเอาชนะใจน้ำเป็นใครหรา” น้ำรินพูดตรงๆออกไป “พี่ปีมงคลคะ น้ำรักพี่ปี รักตลอด รักนานแล้ว” ปีมงคลที่เดินเข้ามาพอดี ก็รีบเดินเข้าหาน้ำริน “แต่น้ำกำลังคบกับอานาวินอยู่ น้ำไม่ควรพูดแบบนี้” น้ำรินน้ำตาไหลออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ปีมงคลพูดแบบนั้นออกมา “งันหราคะ ทั้งๆที่พี่ปีก็รักน้ำอย่างนั้นหราคะ?” อานาวินปวดหัว ตามสถานการณ์ไม่ทัน “โอย พอได้แล้ว ผมเริ่มงงกันใหญ่แล้ว” ปีมงคลรีบที่จะออกจากที่นั้น “พี่ปีอย่าหลบไปนะ พี่วิน... น้ำรักพี่ปี น้ำไม่มีวันแต่งกับคนที่น้ำไม่ได้รักโดยเด็ดขาด คนเดียวที่น้ำจะแต่งคือพี่ปีมงคล ชัดเจนนะคะพี่วิน” อานาวินมึน ไม่รู้ว่า ควรยินดีที่น้ำรินไม่รักตนหรือเสียใจดี...

 อานาวินมึน จับต้นชนปลายไม่ถูก เลยออกจากที่นั้นไปตั้งหลักก่อน

              วันต่อมา คุณไพรินขออนุญาตหมอ พากันต์ออกจากโรงบาล หมออนุญาตแต่ขอให้ทางครอบครัวหรือคนใกล้ตัวอย่าทำให้กันต์กดดันอีก อานาวินไปหาอาศิราที่บ้านเธอ แล้วบอกเรื่องที่เธอจะไปเมืองนอก “ผมตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่ฟินแลน คุณ... ผมรักคุณมาก แต่ ผมอาจจะไม่กลับมาอีก หวังว่า คุณจะจำเรื่องราวของเราได้อย่างไม่ลืมนะ เพราะคุณจะอยู่ในใจผมตลอดไป” อานาวินพูดจบก็ออกไป ทิ้งอาศิราไว้กับใบหน้าอาบน้ำตากับคำถามอีกมากมาย คุณไพรินพาขบวนขั้นหมาก เข้ามาสู้ขออาศิราที่บ้านเธอหลังจากที่อานาวินออกไป ไม่ถึงสิบนาที อาศิราที่เสียใจกับอานาวินและทราบว่า วาทีคู่หมั้นตนมีปัญหาและกำลังจะตาย และทางครอบครัวของกันต์ต้องการแรงบันดาลใจให้กันต์ เพื่อต่อสู้กับโรคนั้น ก็ตอบตกลงกับครอบครัวของกันต์ ทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก

อานาวินได้ยินข่าวว่า อาศิราตอบตกลงกับครอบครัวกันต์ เธอเลยไปสนามบินทันที ปีมงคลตามอานาวินไปที่สนามบิน เพราะคิดว่าอานาวินไปต่างประเทศ เสียใจเรื่องที่ถูกน้ำรินปฏิเสธเรื่องการแต่งงาน ปีมงคลไปถึงสนามบินตามหาที่เดิมที่ที่อานาวินมักจะนั่งรอ... ปีมงคลเห็นอานาวินนั่งรออยู่ ปีมงคลรีบเข้าไปหาอานาวินทันที่ “ไอ้วิน แกทำบ้าอะไรของแกว๊ะ” อานาวินตกใจเมื่อเห็นหน้าปีมงคล “ไอ้ปี แกมาทำอะไรที่นี้” ปีมงคลต้อยหน้าอานาวินหนึ่งที่ “มาขายของมั่ง ไอ้วินแกเป็นบ้าอะไรของแก” อานาวินต้อยกลับ “แกแหละ เป็นบ้าอะไรมาต้อยฉัน” ปีมงคลจะต้อยอานาวินอีกครั้ง แต่อานาวินรับหมัดของปีมงคลไว้ “แกจะหนีไปต่างประเทศ เหตุ...ถูกปฏิเสธการแต่งงานนี้นะ” อานาวินอยากต้อยหน้าคนที่ไม่รู้อะไรสักหน่อย แต่ก็ปล่อยเขาไป “ฉันไม่ได้ไปเพราะถูกปฏิเสธหรอก เพราะฉันกับน้ำรินไม่ได้รักกัน คบเพราะจำใจต้องคบ แต่ฉันไปเพราะเรื่องอื่นต่างหาก” ปีมงคลมองหน้าอานาวินที่เต็มไปด้วยความเศร้า “เรื่องอะไรอีกหรา” อานาวินลุกแล้วเข้าไปกอดปีมงคล “ฉันอยากให้แกดูแลน้ำรินไว้ดีๆ รักเขาให้มาก ส่วนเรื่องที่ทำให้ฉันต้องไปจากที่นี้ ฉันขอจบเขาที่นี้ละกันนะ ฉันต้องไปแล้ว”

 อานาวินพูดจบก็เดินจากเพื่อนเธอไป...

              กันต์รับรู้ว่าตนเป็นเนื้องอกในสมอง และต้องผ่าตัดด่วน กันต์ใจหายเมื่อทราบข่าว ตนไม่ยอมผ่าตัด แต่อาศิราพยายามพูดแล้วให้คำขาด หากกันต์รักเขาจริงก็ต้องยอมผ่าเพื่ออนาคตร่วมของพวกเธอทั้งสอง เมื่อกันต์ได้ยินคำว่า อนาคตร่วมกัน เธอก็ยอมผ่าตัดทันที่

อานาวินเริ่มไปสมัครเรียนการทำหนังที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศฟินแลน ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ยกเว้นความรู้สึกของอานาวินที่จะต้องทนความคิดถึงต่อผู้หญิงที่เขารักมากคนหนึ่งที่เขาต้องจากเธอไป ส่วนอาศิราก็ดูแลกันต์อย่างดี อยู่กับกันต์ตลอดเวลา เพื่อให้กันต์มีกำลังใจ

สามวันต่อมา... เป็นวันที่กันต์ต้องเข้าห้องผ่าตัด อาศิราจับมือกันต์ส่งกันต์ไปถึงห้องผ่าตัด ตามด้วยคุณไพรินและน้ำริน  กันต์จับมืออาศิราแล้วพูดออกมาว่า “ผมรักคุณนะ รอผมนะ” อาศิรายิ้มให้กำลังใจ แล้วบุรุษพยาบาลก็พากันต์เข้าห้องผ่าตัด อานาวินที่อยู่ต่างประเทศก็ได้แต่ภาวนาให้กันต์ปลอดภัย ปีมงคลที่ตอนนี้คบหากับน้ำรินอย่างเปิดเผยก็มานั่งรอกันต์หน้าห้องผ่าตัดเช่นกัน

สี่ชั่วโมงผ่านไป... คุณหมอออกจากห้องผ่าตัด ทุกคนที่นั่งรอพากันลุกไปหาหมอ “หายห่วงครับ การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ตอนนี้แค่รอคุณกันต์ได้สติเท่านั้นครับ แล้วต้องรอดูอาการต่อไป” ทุกคนพากันโลงอกกันใหญ่ ยกเว้น ปีมงคลที่คาใจเรื่องการจากไปของ...เพื่อนรักอีกคนในขนาดเพื่อนอีกคนกำลังนอนเจ็บ

อานาวินโทร.หา ปีมงคลถามถึงเรื่องการผ่าตัดของกันต์ ปีมงคลตอบกลับ “ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เหลือแต่ดูอาการต่อไป แต่ฉันว่า ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้วละ เพราะน้องอาศิราดูแลกันต์อย่างดี” อานาวินฟังแล้วจี๊ดในใจ และก็ว่างสายไปเลย ทำให้ปีมงคลยิ่งสงสัยว่า ต้องมีอะไรที่ไม่เคลียร์กับหัวใจของอานาวิน

 

         หกเดือนผ่านไป... หมอบอกว่า  เนื้องอกในสมองของกันต์จะไม่กลับมาอีก หมายความว่า กันต์หายดีแล้ว ทั้งครอบครัวพากันดีใจเช่นเดียวกับอาศิรา เมื่อกันต์ฟังผลจากหมอเสร็จ เธอจับมืออาศิราทันที ยิ้มน้อยๆ “ผมขอบคุณคุณมากนะอาศิรา เพราะคุณค่อยอยู่เป็นกำลังใจให้ผมตลอด และตอนนี้ผมหายแล้ว ผมพร้อมที่จะดูแลคุณ” กันต์ยิ้มน้อยๆก่อนจะพูดต่อ “แต่งงานกับผมนะอาศิรา” อาศิราอึ้ง... ก่อนจะเอามือออก ในใจอาศิราคิดถึงแต่อานาวิน ภาพที่เป็นตอนนี้ ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขา ควรเป็นอานาวิน ไม่ใช่กันต์ ปีมงคลที่มองหน้าอาศิราอยู่ก็เห็นถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไป ในใจอาศิราคิดแต่ว่า “อานาวิน คุณอยู่ไหน คนที่ทำแบบนี้ ฉันอยากให้เป็นคุณ ไม่ใช่เขา... คุณอยู่ไหนกลับมาได้ไม่” กันต์จองหน้าอาศิรารอคำตอบ อาศิราก้มหน้าก่อนจะพูดขึ้นว่า “ฉันขอโทษ แต่ฉันยังไม่พร้อมคะ” กันต์พยายามยิ้มเพื่อแสดงถึงว่า ตนเองไม่เป็นไร “คุณไม่พร้อมหรือว่า กันต์ไม่ใช่ครับ อาศิรา?” ปีมงคลที่เงียบพูดขึ้น ทุกคนตกใจกับคำถามปีมงคล “หมายความยังไงว๊ะไอ้ปี” กันต์ถามด้วยความงง “ว่าไงครับอาศิรา? สิ่งที่ผมคาดเดาก่อนหน้านี้จริงใช้ไม่ ไอ้วินไปเพราะสละให้กันต์ใช่ป่าว คุณรู้เรื่องหรือป่าว” ปีมงคลถามอาศิราอีกครั้ง ทุกคนพากันไม่เข้าใจ กันต์ลุกขึ้นเดินไปหาปีมงคล “แกพูดอะไรของแกว๊ะ ฉันไม่เข้าใจ...” ปีมงคลยิ้มทุเรศกันต์ “แกป่วย...ไอ้วินเลยเสียสละความสุขให้แก่ ไอ้วินไปไม่ใช่เพราะหนีที่น้ำรินเลือกฉัน แต่เขาเสียสละให้แก แกรู้ไม่ว่า อะไรที่ไอ้วินเสียสละให้แก ให้แกหาย... เขาเสียสละหัวใจของเขา ไอ้วินรักอาศิรามาก พวกเขาสองคนรักกัน แต่พอแกป่วย แกโวยวายจนโรงพยาบาลจะแตก ตามหาแต่ไอ้วิน อยากได้แต่อาศิรา แกรู้ไม่ แกเห็นแก่ตัวมากแค่ไหน ไอ้วินจะตัดปัญหาเพื่อให้แก่สบายใจด้วยการแต่งงานกับน้ำริน แต่น้ำรินปฏิเสธ เขากลัวว่า การที่เขาอยู่ที่นี้ อาศิราจะไม่ยอมรับแก เขาเลยไปจากที่นี้ไง ถ้าไม่ผิด คุณอาศิรา ตอบตกลงกับครอบครัวกันต์ เพราะผิดหวังกับอานาวินใช่ไม

 อาศิราที่ก้มมาตลอดก็พูดขึ้น "ฉันขอโทษ แต่ฉันพยายามรักคุณแล้ว แต่อย่างที่พี่วินเคยบอกศิ คนที่ไม่ใช่ ฝืนยังไง ก็ฺไม่ใช่คะ  ศิรักเขามาก" 

 กันต์รู้สึกเศร้าที่คนที่ตนรักหมดใจ ตอบเขามาแบบนั้น

อาศิราลุกจากเก้าอี้ก่อนเข้าไปจับมือกันต์ "ศิ หวังว่า เราเป็นพี่น้องกันได้" อาศิรากอดลากันต์ "ศิ ขอตัวก่อน"

โทรศัพท์ของปีมงคลดั้งขึ้น ปีมงคลรีบรับสาย "สวัสดีครับ... ใช่ครับ... อะไรนะครับ..." ทุกคนพากันมองมายังปีมงคล 

น้ำรินจองปีมงคลก่อนจะถาม "มีอะไรป่าวคะ พี่ปี"

ปีมงคลไม่ฟังน้ำริน ยังคงค้นความจริง "ตรวจสอบดีๆแล้วใช่ไม่... ไม่ผิดคนจริงหรอ..." ปีมงคลรับสายต่อไม่ไว้ โทรศัพท์ล่น

"เป็นอะไรคะพี่ปี" น้ำรินถามอย่างเป็นห่วง

"ไอ้วินประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้อาการยังไม่คงที่" 

"อะไรนะ" อาศิราเป็นลมหมดสติ 

.........................................................


ตอนจบของเรื่องจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามเร็วๆนี้นะคะ 

ขอบคุณทุกท่านที่กดเข้ามาอ่านคะ ^^

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Your My Love

คำสำคัญ (Tags)#นักคิดหลังคีย์บอร์ด#นักศึกษาปีแรก

หมายเลขบันทึก: 643762, เขียน: 04 Jan 2018 @ 01:16 (), แก้ไข: 04 Jan 2018 @ 01:21 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)