23/12/60 “เทียนหนึ่งถูกจุดที่นี่...เทียนนี้ถูกจุดลุกไสว...เทียนนี้ถูกจุดที่ใจ...เปลวไฟถูกจุดขึ้นมา...เปลวไฟแห่งเทียนลุกไหม้...เปลวไฟแห่งการศึกษา...เปลวไฟต่อสู่มายา...เปลวไฟกล้าท้าผองภัย...บางครั้งเทียนกระพริบริบหรี่...เมื่อมีลมกระโชกโบกใกล้...บางครั้งเทียนแทบดับไป...แทบไม่อาจต้านลมแรง...ศักดิ์ศรีที่เทียนส่องอยู่...เชิดชูศรัทธากล้าแกร่ง...แม้เป็นเทียนน้อยด้อยแสง...แต่แฝงศรัทธาเนืองนอง...เทียนหนึ่งถึงคราวมอดดับ...ลาลับไปจากเพื่อนผอง...แต่ ณ ที่นี้เรืองรอง...ขอเทียนน้องส่องทดแทน

ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ เหล่ารากแก้วทุกคน มีกิจกรรมที่ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดของชาวค่ายเลยว่าได้...นั่นคือ กิจกรรมถอดบทเรียน หรือที่เหล่ารุ่นพี่ รุ่นลุง รุ่นป้า หรือรุ่นดึก เรียกกันว่า “เปิดใจ” นั่นเอง

เมื่อทุกคนทำภาระกิจหลังรับประทานอาหารมื้อเย็น และทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว สถานที่ก็พร้อมด้วยเช่นกัน เที่ยนเล่มหนึ่งถูกจุดขึ้นตั้งอยู่ตรงกลางแล้วเหล่าชาวค่ายนั่งรอบเป็นวง “เดี๋ยวๆ ก่อน” อ้าว !!! มีการเซอร์ไพร์สวันเกิด น้องสองคน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่บอกเลยว่า ต่อให้น้องๆ เตรียมตัวมาดีแค่ไหน รุ่นพี่รู้มากแค่ไหน ยังไงก็ไม่รอดครับ (แต่รู้สึกว่า อ.พี่ดี๋กับพี่กอล์ฟ จัดเบาไปหน่อยนะ) อิอิ

เมื่อทุกอย่างพร้อม กิจกรรมได้เริ่มขึ้น โดยมีพี่เอก เปิดถึงเรื่องราวการถอดบทเรียน มาทั้งในรูปแบบบรรยาย, พรรณา, สาธก, อุปมาและเทศนา มาทุกโวหาร เลยก็ว่าได้ ...ทุกอย่างทุกคำพูดมันเกิดจากความรู้สึกและประสบการณ์ของคนทำค่าย รายละเอียดต่างที่คนๆ หนึ่งสามารถเก็บได้มาทุกรายละเอียด นี่ถือว่าสุดยอดมาก ผมสังเกตุน้องๆ นั่งฟังกันตาเป็นประกาย ปริ๊งๆ ...ตลอดเวลา...ผมนั่งฟังอย่างตั้งใจและซึมซับเอาบรรยากาศที่ไม่ได้เกิดกับผมมานานถึงเกือบ 7 ปี เลยทีเดียว คิดถึงนะ บอกเลย... พอพี่เอก พูดเกริ่นนำเปิดกิจกรรมถอดบทเรียนเสร็จแล้ว ก็เริ่มจากน้องๆ วนไปเรื่อยๆ ผมนี่ตั้งใจฟังทุกคน เพราะอยากได้ยินความรู้สึกที่ออกมาจากใจของรุ่นน้องใหม่ๆ ที่มาค่ายครั้งนี้ แต่บางทีก็น่าเสียดายที่พูดน้อยไปหน่อย หรือว่าเขาจะพูดไม่ค่อยเก่ง ก็ว่าๆ กันไป
เรื่องราวของแต่ละคนถูกพูดออกมาจากความรู้สึกจากไป การมาค่ายครั้งนี้...พูดถึงคนในค่ายกันและกัน...บางคนโกรธกัน...บางคนทะเลาะกัน...บางคนสอนกัน...บางคนพูดความประทับใจ...บางคนเสียใจ...บางคนตอนแรกไม่อยากมา...บางคนไม่ชอบคนนี้เลย...บางคนประทับใจคนนี้... ต่างๆ นาๆ และ มีน้องคนหนึ่ง ได้เล่าประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนมาจนถึงวินาทีที่นั่งอยู่ตรงนี้ ถือว่า เป็นการถอดบทเรียนได้ใจผมไปเลย นี่แหละ ที่รอฟังอยู่ นานๆ จะได้เห็นรุ่นน้อง ถอดบทเรียนได้ขนาดนี้ ... เมื่อน้องๆ แต่ละคนพูดถึงความรู้สึกต่างๆ ตัวผมเองก็นั่งคิดคำพูด คิดไปคิดมา ว่าจะพูดไปในแนวไหนดี คิดอยู่ตลอดเวลา ฟังไปก็คิดไป พอวนมาถึงเวลาที่เราต้องพูดถอดบทเรียน(เปิดใจ) ยังไม่ทันขึ้นเสียงเลยครับ น้ำตามาก่อนเสียงอีก ดราม่าซะยังงั้น ก็ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า เวลาพูดอะไรเกี่ยวกับความรู้สึก ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม จะเป็นคนที่พูดไม่ได้จริงๆ งง ตัวเหมือนกัน
วินาทีนั้นผมไม่ได้พูดอะไรมากมาย เพราะสิ่งที่พูดออกไปในค่ำคืนนั้น มันออกมาจากความรู้สึกล้วนๆ มันบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือไม่ได้จริงๆ ... พยายามข่มใจไม่ให้หลุดความรู้สึกลึกในใจนั้นออกมา แต่สุดท้าย อะไรที่มันอยู่ในใจตลอดหลายๆ ปีที่ผ่านมา หลุดออกมาหมดเลย... มันเป็นปลดปล่อยความรู้สึกที่ค้างคามาตลอด... และที่สำคัญ ความรู้สึกนั้นมันออกมาโดยไม่ได้ตั้งตัว ค่ำคืนนั้นคนที่อยู่ท่ามกลางเทียนนั้นน่าจะรู้ดีว่า มันคือความรู้สึกของผมจริงๆ ว่ามันเกิดะไรขึ้น แล้วผมก็จบการถอดบทเรียน(เปิดใจ)ครั้งนี้ เพราะรู้สึกตัวว่าเริ่มพูดวนไปมาที่เดิมกับความรู้สึกเดิมๆ ...ทุกอย่างวนกลับมาในหัวตลอดเวลา ภาพเก่าๆ ที่เคยสร้างมา ทุกอย่างที่เคยร่วมอุดมการณ์กันมา ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป กลับมาหมดแล้ว ไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากคำว่า “ขอโทษ” และ “ขอบคุณ” สุดท้ายทุกอย่างที่ค้างคา ก็ได้คลี่คลาย ออกไปหมดเปลือก ไม่มีอะไรติดค้างคาใจอีกต่อไป... หลังจากพี่เอกพูดจบ... ต้นเสียงเพลงเทียนหนึ่งก็ดังขึ้น รุ่นดึก เฮ้ย!!! รุ่นพี่จุดเที่ยนแล้วก็เดินไปจุดต่อให้รุ่นน้อง เสียงเพลงดังขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกมาเต็ม “จากวันนี้จะมีเรา เราและนาย ...จดจำไว้ ตลอดไป ไม่ทิ้งกัน” >>>

หลังจากกิจกรรมถอดบทเรียนสิ้นสุดลง ผมก็ขอใช้เวลาให้มากที่สุด เพราะค่ำคืนนี้ก็เปรียบเสมือนคืนสุดท้ายที่เราจะได้ซึมซับบรรยากาศค่าย แบบนี้อีก ... จริงๆ แล้วผมก็อยู่รอบกองไฟ นั่งแลกเปลี่ยนบทสนทนากับน้องๆ ทุกคืนอยู่แล้ว แต่คืนนี้จะพิเศษ หน่อยๆ ที่มีชาวค่ายมานั่งแลกเปลี่ยนบทสนทนากันมากขึ้นกว่าทุกๆ วัน คงจะคิดเหมือนๆ กันแหละ ร่วมทั้งมีเมนูเด็ด มาม่าปลากระป๋องด้วย ผมใช้เวลาสักพักหนึ่งก็ ต้องขอตัวไปนอนก่อน “ราตรีสวัสดิ์” หรือ “อรุณสวัสดิ์” ดีละ ฝันดีทุกคน เก็บคืนนี้ไว้เป็นเรื่องเล่าในเมื่อเวลาผ่านใน พรุ่งนี้เช้าเจอกันนะ
To Be Continued
โปรดติดตามตอนต่อไป >>>