HPER ย่อมาจาก Health Professional Education Reform for the 21st Century    ผมเริ่มเขียนบล็อกเล่าเรื่องนี้เมื่อ ๖ ปีมาแล้ว    บันทึกแรกๆ คือ ()   และอ่านบันทึกเรื่อง HPER ทั้งหมดได้ที่ (

วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๐ มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากร ด้านสุขภาพในศตวรรษที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๑) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๐    ได้เห็นความก้าวหน้าของ HPER อย่างน่าชื่นใจ   

เรื่องแรกคือ การประชุมวิชาการประจำปีระดับชาติ การพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ ครั้งที่ ๔ “เทคโนโลยีสารสนเทศ เสริมพลัง สร้างวิชาชีพสุขภาพ”  ที่จะจัดระหว่างวันที่ ๖ - ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ที่โรงแรมพุลแมน  คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพ   มีสาระหนักแน่นมาก    และมีบุคคลสำคัญมาเป็นวิทยากรมากมายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ  

เรื่องที่สองคือ เครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้บุคลากรด้านสุขภาพ ได้ค่อยๆ ก่อตัวชัดเจนขึ้นในพื้นที่    โดยสถาบันผู้ผลิตฯ กับหน่วยงานผู้ใช้ฯ ในพื้นที่ร่วมมือกัน    เพราะเป็นสภาพที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ (win – win) จากความร่วมมือ    รวมทั้งได้จับมือกับโครงการ DHS และ DHML สร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือยิ่งขึ้น    รายละเอียดมีอยู่ในจดหมายข่าว ศตวรรษ ของมูลนิธิพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพแห่งชาติ เช่นฉบับที่ ๓ ()

เรื่องที่สาม คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ มีคณะอนุกรรมการ ๕ ชุด ทำงานเข้มแข็งดีมาก    สร้างความร่วมมือ พัฒนาข้ามวิชาชีพได้ดีขึ้นเรื่อยๆ    ทั้งทำงานเตรียมสู่การประชุมวิชาการประจำปี    และทำงานต่อเนื่องจากการประชุม วิชาการประจำปี     

เรื่องที่สี่ จะมีการประเมินผลการดำเนินการโดยทีมประเมินที่นำโดยนักวิชาการต่างประเทศ โดยทาง JICA จะสนับสนุน   ผลการประเมินจะนำไปตีพิมพ์เป็นผลงานวิชาการเผยแพร่ในวารสารวิชาการนานาชาติ  

เรื่องที่ห้า  มีความชัดเจนขึ้นว่า ศสช. ทำหน้าที่ document, connect, และ communicate ฝ่ายต่างๆ เพื่อร่วมกัน ปฏิรูปการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพของไทย และเชื่อมโยงกับต่างประเทศด้วย    โดยที่การลงมือทำและผลงานอยู่ที่ หน่วยงานด้านการศึกษา และหน่วยงานให้บริการสุขภาพในพื้นที่ เป็นสำคัญ    ศสช. ไม่ได้มีหน้าที่ลงมือทำ 

เรื่องที่หก  มีคำถามว่ากิจการที่คณะกรรมการชุดนี้ดำเนินการ เกิดผลดีอย่างไรต่อประชาชนทั่วไป    คำถามนี้ เกิดจากเราไปขอทุนสนับสนุนจาก สสส.   และคณะกรรมการ สสส. ตั้งคำถามว่า เกี่ยวอะไรกับการสร้างเสริมสุขภาพ     คำตอบคือ การสร้างบุคลากรสุขภาพที่มีคุณสมบัติตามที่เรากำลังขับเคลื่อนจะทำให้ได้บุคลากรที่มีทัศนคติและทักษะ ในการสนับสนุน ให้ประชาชนรวมตัวกันดำเนินการสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ตนเอง และแก่คนในครอบครัว     รวมทั้งตัวบุคลากรสุขภาพในหลากหลายวิชาชีพ ก็จะมีจริตในการทำงานเป็นทีม เพื่อสร้างระบบการสร้างเสริมสุขภาพ    คือทำงานเชิงรุก  ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ตั้งรับคือบำบัดรักษาเมื่อประชาชนเป็นโรคลุกลามแล้วเท่านั้น   

คำถามในเรื่องที่หกข้างบน เป็นแบบฝึกหัดให้เราฝึกคิดแบบ value chain ของการทำงานริเริ่มสร้างสรรค์    ว่ามันจะส่งผลดีต่อสังคมในภาพรวม และต่อประชาชนตาดำๆ อย่างไร 


วิจารณ์ พานิช

๒ ส.ค. ๖๐