๕๙๓. อาคารเรียนในฝัน..กับธนาคารออมสิน..(๑)

ถึงแม้ว่า..จะได้เดินเรื่องเสร็จสิ้นไปในระดับหนึ่ง แต่ความรู้สึกก็ยังมิอาจคาดหวังได้มากนัก เนื่องจากงบประมาณ ๒ ล้าน..ไม่ใช่เงินน้อยๆ และการส่งเรื่องล่าช้า อาจทำให้กระบวนการขั้นตอน ไม่เป็นตามแผนงานของผู้ใหญ่ในระดับสูงก็เป็นได้..

ผมเริ่มมีความรู้สึกว่า..อาคารเรียนของโรงเรียนบ้านหนองผือ เริ่มจะคับแคบ เพราะมีเพียงอาคารเดียว แบบชั้นเดียว มี ๔ ห้องเรียน สร้างโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี สร้างเมื่อปี ๒๕๒๓..ปัจจุบันอาคารแบบนี้ แทบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว..โดยมากจะถูกทุบทิ้ง แล้วสร้างใหม่ เป็นแบบ..สปช.....

ก่อนหน้านี้..หลายปี..ที่ผมไม่อยากได้ ไม่เคยขออาคารกับต้นสังกัด เพราะจำนวนเด็กมีไม่มาก แต่ระยะ ๕ ปีมานี้..เด็กนักเรียนเริ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมจึงเริ่มทำเรื่องของบประมาณที่ดินสิ่งก่อสร้างกับเขตพื้นที่ฯทันที

ราวปี ๒๕๕๘..เขตพื้นที่รับเรื่อง แล้วมาสำรวจตรวจสอบก็พบว่า..มีความต้องการจำเป็นจริงๆ รายงานไปสพฐ. ปรากฏข้อมูลในแผนงบประมาณที่จะได้จัดสรรอาคารในปี ๒๕๖๑ – ๒๕๖๒...ต้นปี ๒๕๖๐ ผมสอบถามฝ่ายนโยบายและแผนของเขตพื้นที่ฯแต่ไม่มีความคืบหน้า..

ตอนนี้..ทราบแน่ชัดแล้วว่า แผนงบประมาณดังกล่าว ไม่ต้องรอ..เพราะ ยุครัฐบาล คสช. มีการปรับเปลี่ยนแผนงานงบประมาณทั้งหมด เพื่อการปฏิรูปการศึกษา พัฒนาโครงสร้างใหม่ ต้องใช้งบประมาณมากมาย ไม่หลงเหลือค่าที่ดินสิ่งก่อสร้างไว้ให้โรงเรียนใดๆทั้งนั้น...

๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๐...ที่ผ่านมา..ผมได้รับแจกันและกระเช้าพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีผู้แทนพระองค์มามอบให้ มีโอกาสได้พบท่านรองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ และท่านผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ท่านถามข้อมูลพื้นฐานโรงเรียนบ้านหนองผือและการจัดการเรียนการสอน...

ผมได้โอกาสนำเรียนความจริงว่า..ผลการพัฒนาการอ่านการเขียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ผลสัมฤทธิ์ในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จำนวนครูจะน้อย และอาคารเรียนไม่เพียงพอ..โชคดีที่ภาคเอกชน(คุณบุญชู ลิ่มอติบูลย์)) ช่วยสนับสนุนงบประมาณต่อเติมห้องเรียนด้านข้างอาคาร

ผมพาท่านรองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน..ไปชมห้องเรียนที่ต่อเติม ท่านถามว่าถ้าจะก่อสร้างอาคารใหม่ ต้องการแบบไหน ใช้งบประมาณเท่าไหร่..ผมตอบทันที มีความต้องการเพียงอาคารใต้ถุนสูง ๓ ห้องเรียน..งบประมาณไม่เกิน ๒ ล้านบาท ..ท่านรองฯบอกว่า..งบไม่สูงมาก..ให้ทำเรื่องขอขึ้นไป เพื่อให้ผู้ใหญ่ได้พิจารณา ผมฟังแล้วก็ชื่นใจ รีบพาท่านรองฯ ไปดูสถานที่ที่คิดว่า..จะสร้างอาคารเรียนในอนาคต....

๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๐..ผมทำหนังสือฉบับแรก.ขอความอนุเคราะห์ในการจัดสร้างอาคารเรียน ถึง ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สำนักใหญ่ ใจความบอกชัดเจนว่า มีอาคารเรียนแบบ ป.๑ ก หลังเดียวคับแคบและไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะแก้ปัญหาแล้ว แต่เชื่อว่านักเรียนจะเพิ่มมากขึ้น อาจส่งผลต่อการเรียนการสอนที่ไม่มีประสิทธิภาพ..ผมแนบภาพประกอบมากมาย เป็นภาพแหล่งเรียนรู้ที่สะอาด เรียบร้อยและสวยงาม...

๕  กันยายน ๒๕๖๐..ผมส่งหนังสือฉบับที่ ๒..แนบแบบแปลนอาคารเรียน สปช. ๑๐๔/๒๖ (ใต้ถุนโล่ง) พร้อมคุณลักษณะและประมาณการก่อสร้างอย่างละเอียด โดยได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายนโยบายฯของเขตพื้นที่ฯ ซึ่งได้แนะนำว่า ผมน่าจะขออาคารที่ได้มาตรฐานกว่านี้ ซึ่งแบบที่ผมขอ(๓ ห้องเรียน)ไม่เป็นที่นิยมแล้ว และที่สำคัญ..ฐานรากไม่แข็งแรง อาจต้องเพิ่มงบประมาณเกี่ยวกับการเทคานคอดิน...

ผมคิดว่า..ผมขอธนาคารออมสินอย่างพอเพียง ตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง..หากงบประมาณที่จะได้ไม่เพียงพอ..ก็อยู่ในวิสัยของโรงเรียน ที่จะต้องดูแลช่วยเหลือตนเองบ้าง

วันนี้..ถึงแม้ว่า..จะได้เดินเรื่องเสร็จสิ้นไปในระดับหนึ่ง แต่ความรู้สึกก็ยังมิอาจคาดหวังได้มากนัก เนื่องจากงบประมาณ ๒ ล้าน..ไม่ใช่เงินน้อยๆ และการส่งเรื่องล่าช้า อาจทำให้กระบวนการขั้นตอน ไม่เป็นตามแผนงานของผู้ใหญ่ในระดับสูงก็เป็นได้..

อย่างไรก็ตาม..ก็ได้ฝากคำขอบคุณธนาคารออมสิน..ผ่านผู้จัดการสาขาพนมทวนที่ท่านลงมาติดตามเรื่องราว..บอกฝากท่านไปว่าผมรู้สึกประทับใจในมิตรไมตรีและจิตใจที่ดีงามของท่านรองฯและผู้ช่วยฯที่รับฟังความต้องการจำเป็นของโรงเรียน..เกี่ยวกับอาคารเรียนในฝัน..จะได้รับอนุมัติหรือไม่..จะผ่านหรือไม่ผ่าน..ไม่ใช่เรื่องที่ผมเป็นกังวล..ชีวิต..คงต้องเดินหน้าพัฒนางาน..ต่อไป..”คุณภาพ”ผู้เรียน รออะไรไม่ได้เลย..และ..เชื่อว่าจะไปต่อได้..แม้ว่าจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๕  กันยายน  ๒๕๖๐








บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)