วันนี้...ต้องบอกตัวเองว่า.....ยังมีอะไรอีกหลายเรื่องนัก ที่จำเป็นจะตัอง แสวงหาวิธีการแก้ปัญหาที่อาจจะต้อง ค้นหาอย่างยากลำบาก มิใช่เพียงคิดว่า..." ใช่...นี่แหละ" ซึ่งอาจจะเกิดความผิดพลาดที่จะทำให้เราไม่อาจจะยกโทษ ให้กับตัวเองได้เลย.....นะ....ครูมะเดื่อ




มาถึงวันนี้การจัดระเบียบ ในโรงอาหาร ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

จะมีไม่เข้าระเบียบอยู่บ้างก็จะเป็นเด็กในระดับประถมต้น

ที่ดูเหมือนจะเป็นที่หนักใจของครูประจำชั้นในทุก  ๆ เรื่อง

ทั้งในเรื่องการเรียนและความประพฤติ  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่

แม้จะเป็นปัญหาแต่ก็ดูเป็นเรื่องปกติธรรมดา และยัง

แก้ไขได้  เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า  " ไม้อ่อนดัดง่าย" 

แต่ก็ต้องดัดกันอย่างต่อเนื่อง



ก็ดูเหมือนว่า  คุณมะเดื่อจะต้องเป็นผู้  " ดัดอย่างต่อเนื่อง"  แบบวางมือไม่ได้

เนื่องด้วย ความเป็นครูที่อยู่ที่นี่มานับแต่บรรจุ จึงสามารถ หยุดพฤติกรรมที่

โลดโผนโจนทะยานนอกระบบของเด็ก ๆ ได้เพียงแค่.." สายตา" และกลายเป็น

ครูที่ น้อง ๆ ครู เอาชื่อไป  " ขู่ขวัญ"  กับนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์

เช่น   เป็น " ตัวป่วน"  ในห้อง   ดื้อดึง  และ  เกเร  โดยจะบอกกับเด็ก ๆ

เหล่านี้ว่า จะเอาตัวไปฝากเรียนกับครูมะเดื่อ  อยู่เสมอ  รวมทั้ง พาตัวเด็ก

เหล่านี้  ไปฝากให้นั่งเรียนกับคุณมะเดื่อจริง ๆ ด้วย



หากมิตรรักแฟนเพลงอ่านมาถึงตรงนี้ คงจะมองเห็นภาพคุณมะเดื่อ

เป็นครูที่ดุมาก ๆ แบบว่า " โหดเหลือหลาย" อะไรประมาณนั้น

ก็ยอมรับว่า....ก็คงเป็นเช่นนั้นแหละจ้าา



ในช่วงพักกลางวัน วันหนึ่ง  เด็ก ๆ คุยกันอยู่ข้าง ๆ ห้องสมุด

โดยไม่ทราบว่า คุณมะเดื่อยั่งอยู่ในห้องสมุด

เด็กหญิง ป.๕  ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่โรงเรียน

ของคุณมะเดื่อพูดกับเพื่อน ๆ ว่า

" เรามาอยู่โรงเรียนนี้ เราชอบครูทุกคนเลย

อยู่๋โรงเรียนเดิม เราไม่ชอบครูบางคน" 

เพื่อนคนหนึ่ง พูดว่า  " ครูมะเดื่อล่ะ "

เด็กหญิงตอบว่า  "  ครูมะเดื่ออยากให้พวกเรา

เป็นเด็กดี".....

จากการสนทนา ของเด็ก ๆ ดูเหมือนว่าจะ

จัดให้คุณมะเดื่อ เป็นครูที่ดีอีกแบบหนึ่งซึ่งน่าจะ

ดีแบบจริงจังอะไรทำนองนั้น ๕๕๕๕



ช่วงเย็น ๆ หลังเลิกเรียน คุณมะเดื่อจะฝึกซ้อมนักเรียนเพื่อเตรียมตัว

ในการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๖๗  หลังจากที่ไม่ได้

ส่งนักเรียนเข้าแข่งขันมา  ๒  ปี  โดยนักเรียนที่คุณมะเดื่อฝึกซัอมนี้

เป็นไปตามความสมัครใจ  และในการจัดแข่งขันในชั้นเรียน

มาก่อน  ไม่ได้เลือกแบบเจาะจงหรือตามความพอใจของครู

และพ่อแม่ผู้ปกครองก็อนุญาตและมารับในเวลาที่กำหนดไว้



วันนี้  คุณมะเดื่อได้สอนซ่อมนักเรียนที่เรียนชาย ชั้น  ป.๕  จำนวน ๓  คน

โดยให้เรียนหลังเลิกเรียน ในช่วงที่คุณมะเดื่อฝึกซ้อมเด็ก ๆ เพื่อเข้าแข่งขัน

นักเรียน ที่สอนซ่อมคนหนึ่ง  เป็นเด็กเรียนดี  แต่เขียนหนังสืออ่านไม่ออก

หากดูแต่ลายมือ ก็อาจจะสรุปได้ว่าเป็นเด็ก  " LD "  เพราะนอกจากเขียน

หนังสือไม่เป็นตัวแล้ว  ยังไม่อยู่ในเส้นบรรทัดอีกด้วย เมื่อปีก่อนเมื่ออยู่

ป.๔  ใช้ดินสอเขียนก็พอจะอ่านได้  มาปีนี้ใช้ปากกา อ่านไม่ออกเลย

คุณมะเดื่อจึงให้อยู่ฝึกคัดลายมือ   อีกคนหนึ่งเป็นเด็กที่ย้ายมาจาก

โรงเรียนอื่น มาเรียนตอน ป.๔  ซึ่งเป็นเด็กที่ไม่ใส่ใจเรียน  ขาดเรียนบ่อยมาก

ไม่เคยส่งการบ้านในทุกวิชา  อ่านหนังสืิอพอได้  แต่เขียนหนังสือไม่ถูก   

จึงให้อยู่ทำการบ้าน และอ่านหนังสือ  



ส่วนคนที่สาม  เป็นเด็กพิเศษ  ที่ย้ายมาเข้าเรียนเมื่อตอน ป.๓  

อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้  คุณมะเดื่อสอนซ่อมมาตั้งแต่ ป.๔

พอจะอ่านเขียนได้บางคำที่ง่าย ๆ  เช่น    กา    นา   ปู

เขาจะจำสระ  พยัญชนะไม่ได้   วันนี้ คุณมะเดื่อให้อ่าน

แจกลูกคำ ที่ยึดสระและตัวสะกด  คือ  สระ อา  มี  ง  สะกด

เขาจะอ่านได้แค่  สองสามคำ  พอคำต่อไปจะออกเสียงไม่ได้

เช่น   ก  า  ง     ก็อ่านว่า   กาง    ท  า   ง     อ่านได้ว่า  ทาง

แต่ พอ   ว  า   ง   จะอ่านเป็น   บ้าน  แบบนี้ตลอด

เล่นเอา  คุณมะเดื่อชักโมโห  จึงบอกให้ฝึกอ่านให้ได้

ให้ถูกต้องทุกคำ



เขาก็พยายามอ่าน  แต่ก็ออกเสียงไม่ได้เช่นเคย  ทำท่าเหมือนจะร้องไห้

เพราะ  เขาก็คงกลัวครูมะเดื่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เหมือน ๆ กับคนอื่น ๆ 

คุณมะเดื่อจึงบอกให้ไปนั่งตั้งสติอ่านที่โต๊ะหินอ่อน ที่ห่างจากคุณมะเดื่อ

เขาบอกกับเพื่อนที่นั่งทำการบ้านว่า  ปวดหัว  และอาเจียน  คุณมะเดื่อ

จึงรู้ทันทีว่า นั่นคือ  " ความเครียด"  คุณมะเดื่อจึงบอกให้เขาหยุดอ่าน

และคัดคำลงสมุดเอามาส่งครูแทน......



ความสงสารนักเรียนคนนี้แล่นเข้าจับหัวใจคุณมะเดื่อ

สำนึกของความเป็นครูบอกกับตัวเองว่า

" ความมุ่งหวังให้เขาอ่านเขียนได้เหมือนเด็กทั่วไป

กำลังทำร้ายจิตใจของเขาหรือเปล่า  วิธีการที่ใช้

กับเขา  มันแย่มาก ๆ เลย....จริงอยู่ วิธีการสอนนี้

เคยใช้ได้กับเด็กพิเศษอื่น ๆ มาก่อน  แต่คงไม่ใช่

กับเด็กคนนี้  ซึ่งไม่ใช่เด็กพิเศษแบบคนอื่น ๆ ที่คุณมะเดื่อ

ได้พบมา.....ครูต้องขอโทษจริง ๆ ....  พรุ่งนี้

หากเขาไม่หยุดเรียนเสียก่อน  ...  ครูมะเดื่อ

จะเปลี่ยนวิธีการสอน  และเสริมแรงบวก

เพื่อเป็นพลังใจให้กับเขาแทน"



วันนี้...ต้องบอกตัวเองว่า.....ยังมีอะไรอีกหลายเรื่องนัก

ที่จำเป็นจะตัอง แสวงหาวิธีการแก้ปัญหาที่อาจจะต้อง

ค้นหาอย่างยากลำบาก  มิใช่เพียงคิดว่า..." ใช่...นี่แหละ"

ซึ่งอาจจะเกิดความผิดพลาดที่จะทำให้เราเสียใจและไม่อาจจะยกโทษ

ให้กับตัวเองได้เลย.....นะ....ครูมะเดื่อ....