ไม่ใช่เพราะครูมะเดื่อหรอกที่ทำให้เขามีวันนี้ แต่เพราะจิตใจ ที่มุ่งมั่นเข้มแข็ง เพียรพยายามของเขา อันเป็นคุณสมบัติอันวิเศษ ในตัวเขาน่ะแหละ เป็นส่วนสำคัญที่เป็นแรงผลัก แรงดันให้เขาไปอยู่ จุดที่เขาต้องการได้....

" ความภูมิใจมิได้อยู่ในพานไหว้ครู......

แต่อยู่ในวันที่รู้ ว่าศิษย์นั้นไปได้ดี....."

ประโยคอันกินใจของคนเป็น " ครู" ของ

เพลงนี้ ... คนที่เป็นครูแท้ เป็นครูด้วยจิตวิญญาณ

เมื่อได้ฟังแล้ว ย่อมประทับใจ และซึ้งใจ

อย่างยิ่ง....ใช่เลย...รางวัลใด ๆ ก็ไม่เปรียบปาน

เท่ากับได้รู้ว่า " ศิษย์นั้น...ไปได้ดี"



" เด็กชายออย" เป็นเด็กพิเศษ ที่เป็นศิษย์ของครูมะเดื่อ

เมื่อย้อนหลังไปประมาณ ๑๐ ปีที่แล้วมา ภาพของเด็กชาย

ตัวเล็ก ๆ ค่อนข้างผอมสูง ผมมักจะยาวเพราะไม่มีเงินไป

ตัดให้สั้น เสื้อผ้าที่ไม่ได้รูปทรง เพราะได้รับการบริจาคมา

จากคนข้างบ้าน หรือเด็กโต ๆ ที่สวมใส่ไม่ได้แล้ว ยังติดตา

คุณมะเดื่ออย่างไม่รู้ลืม




เด็กชายออย ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่อยู่กับปู่และย่า

ที่มีฐานะยากจนมาก ๆ มิหนำซ้ำ ปู่ก็ยังติดเหล้า

อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ย่าก็ทำงานรับจ้างเท่าที่จะมีมา

พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ออยยังเล็กมาก

พ่อไปมีภรรยาใหม่ และเสียชีวิตไปในเวลาต่อมา

ส่วนแม่ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ทิ้งไว้แต่ชื่อและใบสูติบัตร

เอาไว้ให้ลูก พร้อมกับที่อยู่เพียงคร่าว ๆ



ออยเป็นเด็กพิเศษ บกพร่องทางการเรียนรู้ ความจำไม่ดี อ่านขัดเขียนข้อง

มาจนถึง ป.๔ ซึ่งเป็นชั้นที่คุณมะเดื่อสอนภาษาไทย และสอนทั้ง ป.๔

ป.๕ และ ป.๖ เมื่อมาถึง ป.๔ ออยแทบอ่านเขียนไม่ได้เลย คุณมะเดื่อ

จึงเริ่มต้นสอนใหม่ โดยไล่ตั้งแต่พื่นฐานการอ่าน การเขียน โดย " ไม่สนใจ

ว่า ออยจะต้องจบหลักสูตรหรือไม่ ขอเพียงอ่านออกเขียนได้เท่านั้น"

ทุกเย็นหลังเลิกเรียน ออยพร้อมกับเพื่อน ๆ ที่เป็นเด็กพิเศษด้วยกัน

อีกหลายคน คือ " นักเรียนชั้นพิเศษของครูมะเดื่อ" ที่จะต้องอยู่เรียน

กับครูมะเดื่อทุกวันหลังเลิกเรียน


จนกระทั่ง ออยจบป.๖ คุณครูท่านหนึ่งของโรงเรียนก็รับหน้าที่ " สืบ" หาแม่

ของออยจากหลักฐานที่ทิ้งไว้ให้ดังกล่าวข้างต้นนั้น เพราะทางปู่กับย่า

ก็ไม่สามารถจะเลี้ยงดูและส่งเสียออยให้เรียนได้อีกต่อไป จนในที่สุด

คุณครูท่านนั้น ก็สามารถติดต่อกับแม่ของออยได้ และมารับออยไป



นั่นคือเรื่องราวสุดท้ายของเด็กชายออยที่คุณมะเดื่อรู้....จากวันนี้คุณมะเดื่อ

ก็ไม่ทราบเลยว่า ออยไปอยู่ที่ไหน จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ คุณมะเดื่อ

เพียงได้ข่าวคร่าว ๆ ว่า ออยได้ไปอยู่กับป้า และได้เรียนต่อในระดับที่สูง

กว่ามัธยม โดยมีป้าเป็นผู้ส่งเสียให้เรียน เท่านี้ คุณมะเดื่อก็ดีใจยิ่งแล้ว



เช้าวันนี้ ( ๒๔ พฤษภา ๖๐) คุณมะเดื่อไปถึงโรงเรียนในเวลาเจ็ดโมงกว่า ๆ

ก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาคุ้นตา คนหนึ่งยืนคุยกับคุณครูกัลยา อยู่ที่หน้า

ห้องเรียนอนุบาล พอเห็นหน้าถนัด คุณมะเดื่อก็จำได้ทันทีว่าเป็น " เด็กชายออย"

เมื่อเกือบสิบปีนั่นเอง... ออยกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับมาเลยนับแต่

จากไปหลังจากเรียนจบ ป.๖



เด็กชายออยที่ชีวิตติดลบ " ๐" ในวันนั้น บัดนี้เขาคือ " นักศึกษามหาวิทยาลัย

นครพนม ปี ๓ วิชาเอกคอมพิวเตอร์" เขากลับมาเยี่ยมบ้าน มาเยี่ยมโรงเรียน

ที่เขาเคยอยู่ตั้งแต่วัยเด็ก เพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียน และตั้งใจว่าอยากจะมา

ช่วยสอนคอมพิวเตอร์ให้น้อง ๆ โดยเฉพาะกับเด็กพิเศษด้วย

ออยบอกกับคุณมะเดื่อและครูที่คุยกับเขาว่า เขามีแรงบันดาลใจที่จะต้อง

เรียนให้จบ เพราะมีหลายต่อหลายคน " ดูแคลน" เขาไว้ อีกอย่างหนึ่ง

เขาอ่านออก เขียนได้ และเป็นคอมพิวเตอร์เพราะครูมะเดื่อสอนเขา

ทุกเย็น เขาจะต้องเรียนให้จบ และเป็นครูให้ได้

ใครจะคิดล่ะว่า " เด็กพิเศษ เด็กด้อยโอกาส ที่ชีวิตติดลบ ๐ อย่างออย

จะมีวันนี้ " ไม่ใช่เพราะครูมะเดื่อหรอกที่ทำให้เขามีวันนี้ แต่เพราะจิตใจ

ที่มุ่งมั่นเข้มแข็ง เพียรพยายามของเขา อันเป็นคุณสมบัติอันวิเศษยิ่ง

ในตัวเขาน่ะแหละ เป็นส่วนสำคัญที่เป็นแรงผลัก แรงดันให้เขาไปอยู่

จุดที่เขาต้องการได้....



ออยบอกกับครูท่านอื่น ๆ ว่า ถ้าอยากรู้ว่า เด็กพิเศษอย่างเขา เหตุใดจึง

เรียนได้ถึงขั้นนี้ ก็ให้ไปถาม " ครูมะเดื่อ" ดูเอา ก็จะทราบเอง

ถ้าถามคุณมะเดื่อว่า เมื่อเห็นลูกศิษย์เดินไปได้ถึงเพียงนี้ด้วยแรงใจ

และความพยายามของตนเอง แม้จะมีความรู้เพียงน้อยนิดนี้ ว่า

คุณมะเดื่อรู้สึกอย่างไร ...ก็ต้องตอบว่า " เหมือนเนื้อเพลงรางวัลของครู"

นั่นแหละ....ต่อให้คุณมะเดื่อได้รับรางวัลอันสูงค่า ทรงเกียรติระดับไหน ๆ

ก็คงไม่ภูมิใจ และไม่ยินดีเท่ากับที่เห็น " เด็กชายออย" ในวันนี้หรอกจ้ะ

นี่แหละ.....รางวัลระดับชีวิตของครูมะเดื่อ.......!!



ขอบคุณเพลง " รางวัลของครู" จากยูทูป จ้ะ