จับตากระแสท้องถิ่นภายหลังรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ตอนที่ 4

27 เมษายน 2560

ทีมวิชาการ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

ระยะเวลาการตรากฎหมายเร่งรัดกำจัดมาก

ในกระแสท้องถิ่นภายหลังรัฐธรรมนูญ 2560 คงต้องรออีกยาว เพราะในท่ามกลางการตรากฎหมายหลักตามรัฐธรรมนูญนั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็มีภารกิจชนิดตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตไม่ได้หยุดหย่อนเลย โดย กรธ. มีระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 วรรค 2 [2] เพื่อตรา “กฎหมายลูก” หรือ “ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ” (พรป.) 10 ฉบับ [3] ให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน หรือ 8 เดือน (2 ธันวาคม 2560) โดย สนช. มีระยะเวลาตามมาตรา 267 วรรค 4 [4] เพื่อพิจารณา ร่าง พรป. ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน (กุมภาพันธ์ 2561) ทำให้หลายฝ่ายต่างเพ่งจับตาไปที่ สนช. เพราะ ในช่วงนี้ เป็นหน้าที่ของ สนช. ที่ต้องชำระสะสางกฎหมายต่าง ๆ ที่ค้างคาอยู่ในรัฐสภา ซึ่งแน่นอนที่อดเป็นห่วงไม่ได้ก็คือ “กฎหมายท้องถิ่น” นั่นเอง และยิ่งอดเป็นห่วงกฎหมายปฏิรูปใน “ช่วงที่สอง” ตามมาตรา 259 [5] ที่ต้องจัดทำภายใน 120 วัน (4 เดือน) และเริ่มดำเนินการปฏิรูปประเทศภายใน 1 ปี (6 เมษายน 2561) โดยมีหัวใจเพ่งไปที่การปฏิรูปสำคัญ 2 อย่าง คือ (1) การปฏิรูปการศึกษา และ (2) การปฏิรูปตำรวจ โดยมีเป้าหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือ “การเลือกตั้งใหญ่” ในช่วง ตุลาคม – ธันวาคม 2561 คือ ภายใน 150 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับแล้ว ตามมาตรา 268 [6]

จากห้วงระยะเวลาที่กำหนดไว้เพียง 240 วัน บวก 60 วัน เป็นเป็น 300 วัน หรือ 10 เดือน หากดำเนินการไปตามล็อคโรดแมป โดยไม่ติดขัดใด ก็สามารถตรา “กฎหมายลูก” ได้ตามแผน และนอกจากนี้ ภายใน 1 ปี ก็ต้องมีกฎหมายการปฏิรูปตามมาตรา 259 ในหลาย ๆ ฉบับก็ต้องทยอยเสร็จไปด้วยเช่นกัน ฉะนั้น ห้วงระยะเวลาที่มีอยู่จึงจำกัดจำเขี่ยมาก

จากโจทย์ข้างต้นมีคำถามที่ตามมา

ในหลาย ๆ คำถามของท้องถิ่น ประมวลคำถามแล้วข้ามชอร์ตไปยังคำถามถึง “การเลือกตั้งท้องถิ่น” หรือที่เรียกว่า “การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น” ว่าจะดำเนินการเลือกตั้งได้เมื่อใด หมายความว่า (1) จะมีการเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ส.ส. หรือ (2) จะมีการเลือกตั้งภายหลังการเลือกตั้ง ส.ส.

ก่อนจะไปตามคำถามว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นดังกล่าว สิ่งแรกที่ควรหันมามองความพร้อมของการตรากฎหมายท้องถิ่นที่สำคัญ ได้แก่ (1) ร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวม ร่าง พรบ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (2) ร่าง พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และ (3) ร่าง พรบ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (สถ.ผถ.) น่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด โดยเฉพาะ “ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”

อย่างไรก็ตามประธาน สนช. ได้ใช้ขั้นตอนตามมาตรา 77 [7] แห่งรัฐธรรมนูญในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่า ก็สามารถดำเนินการต่อเนื่องเพิ่มเติมจากเดิมที่ได้รับฟังเสียงประชาชนมาพอสมควรแล้ว [8] แต่ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่า “ระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นพอเพียงหรือยัง” เพราะกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของกฎหมายท้องถิ่น โดยเฉพาะประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ได้รับการคัดค้านทักท้วงจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง [9] อาทิ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่น กล่าวคือ ได้รับการทักท้วงจากฝ่าย “การเมืองและฝ่ายประจำ” ว่าระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็น “ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ยังไม่รอบด้านครอบคลุม ตรงจุดนี้จึงมีปัญหาในการพิจารณายิ่ง

ซึ่งเรื่องนี้ ฝ่ายการเมืองเชื่อว่า หากกฎหมายลูก 4 ฉบับ เสร็จไว ต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็ว คงไม่ตั้งใจจะยื้อการเลือกตั้งแน่นอน [10] ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, (2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา, (3) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ (4) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

อย่างไรก็ตาม หน.คสช. ได้สั่งเร่งการตรากฎหมายลูก และกฎกระทรวงทุกกระทรวงต้องแล้วเสร็จภายใน 1-3 เดือน [11] นั่นก็หมายความว่า หากเป็นไปตามที่ หน.คสช.กล่าว ระยะเวลาตามโรดแมปจาก 8-10 เดือน ก็จะรวดเร็วมากขึ้น เพราะเวลาได้ย่นย่อลงกว่าสองเท่าตัวทีเดียว สอดรับกับท่าน ดร. วิษณุ เครืองาม แย้มว่าอาจเซอร์ไพรส์กฎหมายลูก 4 ฉบับเสร็จเร็ว [12]

ทำไมต้องปฏิรูปประเทศไทย

เมื่อเกือบสองปีที่ผ่านมา 24 สิงหาคม 2558 ท่านรองนายกรัฐมนตรี (ดร.วิษณุ เครืองาม) ได้ปาฐกถากล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปประเทศไว้อย่างน่าสนใจ ลองมาทบทวนดู [13]

... การปฏิรูปในปัจจุบันเป็นความจำเป็นเพราะการเมืองแย่ ท้องถิ่นแย่ สาธารณสุขแย่ นึกภาพทุจริต การศึกษาสอบ TOEFL ยังแพ้ลาวเลย ครูก็คุณภาพแย่ลง นี่ยังไม่พูดเรื่องครู การสาธารณสุขก็แย่ ส่วนดีก็ดี หมอไทยยังได้รับการยอมรับอยู่บ้างในต่างประเทศ แม้ว่าหมอเราเก่งหมอฝรั่งยกนิ้วให้ ในชนบท รวมความว่า (1) ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะเสื่อมโทรม ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งแย่ (2) การปฏิรูปประเทศมีความจำเป็นเพื่อจะต้องเพิ่มศักยภาพแปลว่าการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ โดยมีหัวข้อที่จะปฏิรูป 11 ด้าน (3) การปฏิรูปจะต้องอาศัย คน คือตัวช่วยคิด ช่วยทำ ต้องอาศัยเวลา ต้องใช้เวลานาน แต่พอคิดแล้วยังไม่เริ่มอะไรเลยไม่ได้ ยิ่งรู้ว่านาน ยิ่งต้องเริ่มวันนี้ ... เมื่อจะปฏิรูปเวลาคิดต้องระดมความคิดจากข้างนอกมาด้วย ภาษาอังกฤษที่คุณทักษิณชอบใช้บ่อยๆ มีว่าทุกอย่างต้อง Outside in ต้องมองจากข้างนอกเข้ามาข้างใน อย่าลืม คน เวลา และสุดท้าย คือ ยุทธศาสตร์ และทั้งหมดก็คือความสำเร็จ นี่คือคำตอบทั้งหลายสำหรับคำถามที่ว่า ทำไมต้องปฏิรูปประเทศไทย …

จะเห็นว่า มันเป็นเหตุเป็นผลที่ประเทศไทยจะต้องมีการปฏิรูปประเทศเป็นอย่างยิ่ง แม้โรดแมปการปฏิรูปจะไม่ราบรื่น มีปัญหาอุปสรรคมาตลอด แต่ก็ถือว่าการปฏิรูปได้ใช้เวลาในการเดินทางมาหลายช่วงตัวแล้ว เพราะมักมีคำถามว่า ปฏิรูปไปทำไม หรือ เอาอย่างเดิมนั่นแหละ ไม่ต้องปฏิรูป ไม่ต้องทำ อีกฝ่ายก็หันขวับ ตวาดว่า อ้าวแล้วที่ “อุตส่าห์มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)” เสียงบประมาณไปมากมายหละ จะให้เอาทิ้งทั้งหมดเลยหรือ สุดท้ายต่างฝ่ายต่างก็ทำตาปริบปริบ

ท้องถิ่นมีประเด็นปฏิรูปใดเหลืออีกหรือไม่

ในท่ามกลางการตรากฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ และ กฎหมายเพื่อการปฏิรูปต่าง ๆ กฎหมายท้องถิ่นมีความสำคัญ และ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งรัดการตราและรีบประกาศใช้บังคับโดยเร็ว แม้ว่าประเด็นค้างคาจะมีเหลือให้วิพากษ์วิจารณ์ได้มากมาย แต่หากขมวดเกลียวก็คงเหลือประเด็นฮอต ๆ เดิม ๆ ซ้ำซากไม่กี่ประเด็นเท่านี้

(1) การสอบแข่งขัน “ข้าราชการส่วนท้องถิ่น” จำนวนกว่าสองหมื่นอัตรา [14] และ การยึดอำนาจการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นในการคัดเลือก สอบคัดเลือกสายบริหาร อำนวยการฯ ตามคำสั่ง หน.คสช. ที่ 8/2560 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 [15] ไปให้ ก.กลาง หรือ “คณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นทั้งสามประเภท (ก.จ., ก.ท., ก.อบต.) ในขณะที่ยังไร้วี่แววการตรากฎหมาย “ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น” ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่น “โหวงเหวง” ไม่มั่นใจในสถานะของตนเองนัก และในขณะเดียวกันก็มีกระแสลบทักท้วงต่อฝ่ายกำกับดูแลท้องถิ่นเดิมมาเป็นระลอก ด้วยปัญหาความหมักหมมการบริหารงานบุคคลในระบบอุปถัมภ์เชิงลบที่พอกพูนสะสม อาทิ ปัญหาการจ้างพนักงานจ้าง เส้นสาย ที่มีพนักงานจ้างเหมามาก เพื่อหลีกเลี่ยงงบบุคคลที่เกิน 40% ปัญหาการทุจริตเรียกรับเงินบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย ทั้งพนักงานจ้างและข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปัญหาการเทียบโอนข้าราชการพลเรือนกับท้องถิ่นที่แตกต่าง ไม่เท่ากัน [16]

(2) ที่ผ่านมาบุคคลากรท้องถิ่นอยู่ในสถานะลูกไล่ของฝ่ายผู้กำกับดูแล อำเภอ และจังหวัด ไม่ว่าการสั่งใช้ในงานราชการ โครงการสำคัญ ๆ ของรัฐบาลต่าง ๆ เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 7,853 แห่ง มีบุคลากร และ มีงบประมาณที่มีความคล่องตัวในการบริหารงานอยู่ในระดับหนึ่ง อาทิ “โครงการตำบลละ 5 ล้าน” [17] เมื่อมีกระแสการทุจริต มิชอบเกิดขึ้น จึงเลี่ยงไม่ได้ที่บุคลากรของท้องถิ่นต้องถูกดำเนินการทางวินัย ทางอาญาได้ ในสภาวะที่ “ท้องถิ่นอ่อนแอไม่เข้มแข็ง ฝ่ายตรวจสอบย่อมสามารถตรวจสอบและลงโทษข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้โดยง่ายเพิ่มขึ้น” ซึ่งเป็นผลร้ายใน “เชิงการบริหาร” เป็นอย่างยิ่ง ที่จริง “การทุจริตระดับชาติจะสูงมากกว่าท้องถิ่นเป็นร้อยพันเท่า” [18] เพียงแต่ท้องถิ่นมีจำนวนหน่วยที่มาก จึงเป็นข่าวและเป็นกระแสที่วิพากษ์ได้ง่ายกว่าเท่านั้น

(3) วกมาข่าวล่ามาฮอต “การควบรวม อปท.” [19] มีการคาดหมายกันอย่างมั่นใจว่า ประมวลกฎหมาย อปท.ต้องผ่านแน่ๆ แล้วเรื่อง การควบรวม อปท. ก็ต้องตามมาแน่นอน เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า จะเป็นโดยผลของการตรากฎหมายตาม สนช.ทั้งหมด หรือไม่ อย่างไร หมายความว่า ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนของ สนช. ตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ ที่ต้องรับฟังเสียงจากประชาชนให้ครบรอบด้านนั่นเอง แล้วกาลเวลาหรือระยะเวลาที่ยืดยาวจะทำอย่างไร เพราะในเส้นทางการตรากฎหมายประมวลท้องถิ่น และ โรดแมปที่กำหนดไว้ค่อนข้างลงตัวแล้ว เพียงแต่รอการอนุมัติตราเป็นกฎหมายเท่านั้น ด้วยความเชื่อมั่นที่ผ่านมาหลักการใช้ มาตรา 44 คืออะไร น่าจะทบทวนดู ในความเห็นส่วนตัว เห็นว่าหาก “รวดเร็ว และ เบ็ดเสร็จ” น่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า แม้ไม่อยากทำ แต่อาจจำเป็น เพราะทางมันตันจริง ๆ กฎหมายมันไปต่อไม่ได้ คสช. ว่าอย่างไร ประชาชนชาวไทยคงไม่ว่ากัน

(4) ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษานั้น เป็นหัวใจของการปฏิรูปด้วย เพราะ อปท. หรือท้องถิ่นก็มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการศึกษาแก่ประชาชนด้วย จึงอยากฝากประเด็นนี้แถมท้ายไว้สักนิด ไม่ว่า การแก้ไขปัญหาความขาดมาตรฐานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) และครูผู้ดูแลเด็ก (ครู ผดด.) ปัญหาคุรุสภามีมติไม่รับรองหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรปรับปรุงพุทธศักราช 2550 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทุนเรียนมีนักศึกษาในโครงการ จำนวน 20,296 คน (ปีการศึกษา 2551 ถึง 2554) [20] รวมไปถึงปัญหาการจัดการบริหารการศึกษาต่าง ๆ [21] แก่เด็กปฐมวัย (วัยก่อนหกปี หรือก่อนสี่ปี) [22] ที่มีปัญหาข้อกฎหมายในการบริหารจัดการที่ไม่ชัดเจน ระหว่าง อปท. และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ควรได้รับการแก้ไขให้แล้วเสร็จเด็ดขาด

ฝากไว้ก่อนเท่านี้ คาดว่ายังพอมีประเด็นวิพากษ์เหลืออีก



[1]Phachern Thammasarangkoon, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม 2560 ปีที่ 67 ฉบับที่ 23383 หน้า 10, การเมืองท้องถิ่น : บทความพิเศษ & หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 64 ฉบับที่ 33 วันศุกร์ที่ 28 เมษายน – วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม 2560, หน้า 66

[2]มาตรา 267 วรรคสอง

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวขึ้นใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และต้องมุ่งหมายให้มีการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ และต้องทำให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และเมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เสนอตามวรรคหนึ่งเสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันพ้นจากตำแหน่ง แต่ต้องไม่ช้ากว่าวันพ้นจากตำแหน่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมาตรา 263

[3]มาตรา 267 วรรคแรก

(1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

(3) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง

(4) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

(5) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

(6) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(7) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน

(8) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(9) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน

(10) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

[4]มาตรา 267 วรรคสี่

ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ ในกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญใดไม่แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนั้นตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเสนอ

[5]มาตรา 259 ภายใต้บังคับมาตรา 260 และมาตรา 261 การปฏิรูปประเทศตามหมวดนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศซึ่งอย่างน้อยต้องมีวิธีการจัดทำแผน การมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขั้นตอนในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ การวัดผลการดำเนินการ และระยะเวลาดำเนินการปฏิรูปประเทศทุกด้าน ซึ่งต้องกำหนดให้เริ่มดำเนินการปฏิรูปในแต่ละด้านภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้รวมตลอดทั้งผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังว่าจะบรรลุในระยะเวลาห้าปี

ให้ดำเนินการตรากฎหมายตามวรรคหนึ่ง และประกาศใช้บังคับภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

ในระหว่างที่กฎหมายตามวรรคหนึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการปฏิรูปโดยอาศัยหน้าที่และอำนาจที่มีอยู่แล้วไปพลางก่อน

[6]มาตรา 268 ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 (1) (2) (3)และ 4) มีผลใช้บังคับแล้ว

[7]มาตรา 77 รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอนเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาที่กำหนดโดยรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วย เพื่อพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป

รัฐพึงใช้ระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะกรณีที่จำเป็นพึงกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐและระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายให้ชัดเจน และพึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง

[8] ประธาน สนช. ยืนยัน ถกกฎหมายตามมาตรา 77 ไม่ทำให้หยุดชะงัก, 9 เมษายน 2560, https://www.isranews.org/isranews/55325-mcot.html& สนช.ชะลอพิจารณาร่าง ก.ม. เผยติดล็อกมาตรา 77, ไทยรัฐออนไลน์, 26 เมษายน 2560, http://www.thairath.co.th/content/923415

[9]เสียงจาก “ท้องถิ่น-นักการเมืองระดับชาติ” ค้านยุบรวมท้องถิ่น, ทีมข่าวผู้นำท้องถิ่น, 19 มกราคม 2560, http://www.topicza.com/news29881.html?f=160

[10]'องอาจ' เชื่อมั่นหากกฎหมายลูก 4 ฉบับเสร็จไว เลือกตั้งเกิดเร็วแน่, thairath.co.th, 17 เมษายน 2559,

www.thairath.co.th/content/915805

[11]'บิ๊กตู่' สั่งเร่งออก ก.ม.ลูก-กฎกระทรวง ลั่น ต้องเสร็จใน 1-3 เดือน, thairath.co.th, 15 เมษายน 2559,

www.thairath.co.th/content/606112

[12]“วิษณุ”แจง”เซอร์ไพรส์”แค่กฎหมายลูก4ฉบับเสร็จเร็ว, ไทยโพสต์, 1 เมษายน 2559, www.thaipost.net/?q=วิษณุแจงเซอร์ไพรส์แค่กฎหมายลูก4ฉบับเสร็จเร็ว

[13]ปจิตรา สมหมาย, ทำไมต้องปฏิรูปประเทศไทย, GotoKnow, 25 ตุลาคม 2559, https://www.gotoknow.org/posts/617424

[14]กสถ. คาด สอบบรรจุ ‘พนักงานท้องถิ่น’ เดือน ม.ค.ปีหน้านี้ มียอดเกินกว่า 6 แสนคน, 6 พฤศจิกายน 2559,

http://www.topicza.com/news21044.html?f=2900

& เปิดสอบ ท้องถิ่น อบต 2560 เตรียมเปิดรับสมัคร ปีนี้ 21,000 อัตรา, 11 เมษายน 2560, , http://www.xn--12c4cbf7aots1ayx.com/prd-detail.php...

[15]คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 8/2560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนพิเศษ 54 ง วันที่ 21 กุมภาพันธ์ หน้า 109-110, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/...

[16]สมาคม ขรก.ท้องถิ่นฯ ยื่นผู้ตรวจฯ สอบโอน ขรก.พลเรือนกับท้องถิ่นได้เก้าอี้ไม่เท่ากัน, 25 ตุลาคม 2559,

http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID...

[17]สปน.สรุปผลโครงการตำบล 5 ล.ช่องโหว่เพียบ, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 10 กุมภาพันธ์ 2560, เวลา 16:19 น.,

http://www.isranews.org/isranews-other-news/item/5...

[18] ท้องถิ่นโวย!! อปท.ไม่ใช่แชมป์ทุจริต ย้ำมีการร้องเรียนสูงแต่ความเสียหายเพียงร้อยละ 0.04, 25 ธันวาคม 2559, http://www.matichon.co.th/news/406054

& อดีตนายกฯสันนิบาต ติงปลัด สปน. ชี้ อปท.แชมป์ทุจริต หวั่นสังคมเข้าใจผิด, 24 ธันวาคม 2559, http://www.thairath.co.th/content/820582

& “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” แชมป์ทุจริตมากที่สุด, 23 ธันวาคม 2559, http://www.komchadluek.net/news/politic/253393

& เพราะอะไรจึงทำให้ อปท. ครองแชมป์ทุจริต?, 20 มิถุนายน 2559,

http://www.topicza.com/news5653.html

& ทุจริตระดับชาติ สูงกว่าท้องถิ่น?, โดย ปกรณ์ พึ่งเนตร, 8 ธันวาคม 2557, http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/621836

[19] ข้อสังเกตบางประการ เกี่ยวกับ “การควบรวมองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)” สรัล มารู นักวิชาการปฏิรูปกฎหมาย, By Ratchada worakul, 19 พฤษภาคม 2559, http://www.lrct.go.th/th/?p=19693 & การควบรวมท้องถิ่น โดยดิเรก ปัทมสิริวัฒน์, มติชน, 30 พฤศจิกายน 2559, www.matichon.co.th/news/376060

ประเด็นควรยุบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถขององค์กรหรือไม่ คือ

(1) เห็นด้วย เพราะจำนวนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีจำนวนมากเกินไป และเมื่อเทียบกับศักยภาพของการทำงานตามกฎหมายแล้วก็ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่มากพอทำเรื่องที่สำคัญเช่นเทศบาลได้ จึงน่าจะมีการควบรวมเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ

(2) ไม่เห็นด้วย เพราะการควบรวมยังไม่มีหลักการที่แน่นอน แม้ในร่างรัฐธรรมนูญล่าสุดจะบรรจุหลักการดังกล่าวเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้อธิบายกรอบปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งภายในท้องถิ่นได้ การเปลี่ยนแปลงด้วยการควบรวมจึงต้องกระทำอยู่บนความพร้อมของท้องถิ่นด้วย

[20]มติคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 8/2555 วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2555 มีมติไม่รับรองหลักสูตรปฐมวัย ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทุนเรียน, http://www.ksp.or.th/ksp2013/download-file/index.p...

[21] หนังสือตอบหารือจังหวัดชัยนาท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0808.2/654 ลงวันที่ 14 มกราคม 2559 เรื่อง ขอหารือแนวทางการปฏิบัติโครงการจ้างเหมาส่งนักเรียน (อบต.เขาท่าพระ จ.ชัยนาท), http://www.khaothapra.go.th/dnm_file/news/7135_center.PDF

กรณี อบต.เขาท่าพระ จ้างเหมา-ส่ง เด็กก่อนวัยเรียนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ว่าหากมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสังคมสงเคราะห์ ประกอบกับได้ป่านความเห็นชอบของประชาคม ก็ถือว่าเป็นภารกิจที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อบต.เขาท่าพระ ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 16 (10) ที่จะสามารถดำเนินการได้ โดยถือปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท 0313.4/ว ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2541

[22]“ความแตกต่างระหว่าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กับ โรงเรียนอนุบาล” โดย ดร.สุวรรณ พิณตานนท์, 14 มกราคม 2559, http://www.kroobannok.com/77734

... ดังนั้น. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นสถานศึกษาของการศึกษานอกระบบ ตาม พ.ร.บ.การศึกษา. ส่วน โรงเรียนอนุบาล เป็นสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับก่อนประถมศึกษา ดังจะเห็นได้จากประกาศ ของ สพฐ. ที่ให้โรงเรียนมนสังกัดรับเด็กก่อนประถมศึกษาที่มีอายุ4ปีขึ้นไป ดังนั้น สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย(ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก)จึงไม่มีหน้าที่จัดการศึกษาในระดับอนุบาล และโรงเรียน สพฐ. ก็ไม่ควรรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า4ปี ฉะนั้น โรงเรียน สพฐ. ที่รับเด็กอายุต่ำกว่า4ปี ไม่ปฏิบัติตามประกาศของ สพฐ. อปท สามารถปฏิเสธไม่จ่ายเงินอุดหนุนได้. รร สพฐ. ที่ฝ่าฝืนประกาศต้องใช้เงินของตนเองจ่ายเป็นค่าอาหารเสริม(นม)และอาหารกลางวัน ...