การบริหารจัดการน้ำในหน้าแล้ง (การใช้น้ำอย่างประหยัด)

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ



การบริหารจัดการน้ำในหน้าแล้ง(การใช้น้ำอย่างประหยัด)

ดร. ถวิล อรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนเรา แต่ทุกวันนี้จะพบว่า น้ำกำลังขาดแคลน แม้ว่าบางปี น้ำจะท่วมก็ตาม แต่ในช่วงมีนาคม – เมษายน น้ำประปาจะขาดเพราะแหล่งผลิต หรือแหล่งน้ำจะน้อยลง ทำให้การผลิตน้ำประปา ผลิตได้น้อยเพราะสาเหตุหลัก คือขาดแหล่งน้ำที่จะนำมาผลิต ดังรายงานสภาพน้ำข้างล่างนี้ครับ

ช่วงนี้จะพบว่า การขาดแคลนน้ำเริ่มเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและต่อเนื่องยาวนานมากขึ้น ทำให้เกิดการช่วงชิงทรัพยากรน้ำอุปโภค ระหว่างชุมชนเมือง อุตสาหกรรม และชนบท และการใช้ทรัพยากรน้ำของประเทศส่วนใหญ่มีการเข้าถึงโดยเสรีซึ่งเป็นระบบที่ขาดความเป็นธรรม ทำให้เกิดความกดดันต่อระบบบริหารจัดการน้ำแบบกำกับและควบคุม การกำหนดสิทธิการใช้น้ำนับเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายสำหรับการบริหารทรัพยากรน้ำเพื่อลดความขัดแย้งในสังคม มีการซื้อขายสิทธิในการใช้น้ำตามกลไกอุปสงค์อุปทาน โดยมีกฎหมายและข้อบัญญัติรองรับภาคการเกษตรใช้น้ำกว่าร้อยละ 90 ของน้ำทั้งหมด ดังนั้นสถานการณ์การขาดแคลนน้ำของประเทศไทยจึงขึ้นอยู่กับความต้องการของภาคเกษตร โดยเฉพาะการผลิตข้าว เมื่อเทียบกับประเทศที่เป็นคู่แข่งขันในการส่งออกข้าวกับไทย พบว่าประเทศไทยต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำเพื่อเป็นผู้นำในการผลิตสินค้าเกษตรในตลาดโลกให้ได้ ทางเลือกในการจัดการน้ำ ได้แก่ การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีการเกษตร มีวิธีการใช้ที่ดินและน้ำร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกปลูกพืชพันธุ์ที่ใช้น้ำน้อยหรือปลูกพืชที่ให้ผลกำไรสูง มีการกักเก็บน้ำให้มีประสิทธิภาพ และลดมลพิษทางน้ำ เป็นต้น

การสนับสนุนการเพิ่มผลผลิตเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานแก่ประเทศทำได้โดยการเพิ่มพื้นที่ชลประทานและประสิทธิภาพการกระจายน้ำของระบบชลประทานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ร่วมกับการพัฒนาปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนที่เหมาะสมกับระบบนิเวศ ภูมิสังคม เศรษฐกิจและความต้องการร่วมกันของชุมชนท้องถิ่นและผู้มีส่วนได้เสีย

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและการชลประทาน ควรพิจารณาจากค่าประสิทธิภาพการใช้น้ำทางเศรษฐศาสตร์ด้วย โดยจัดระบบการกระจายน้ำให้เหมาะสมในทุกภาคส่วน ใช้หลักการลดการใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ และจัดทำข้อมูลการใช้น้ำ (Water Footprint)

ควรมีการจัดทำแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรน้ำ เพื่อให้มีน้ำสะอาดในการอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึง และควรมีการบรรจุหลักสูตรความรู้เรื่องน้ำในทุกระดับการศึกษา สนับสนุนการวิจัย สนับสนุนและกำหนดรูปแบบการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประชาชน

การบริหารจัดการน้ำของ คสช.

เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เกือบ ๔ ปีแล้ว ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการน้ำ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งแรก โดยมีส่วนราชการที่รับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และคณะที่ปรึกษาที่ได้รับการแต่งตั้ง อาทิ นายปราโมทย์ ไม้กลัด นายอาณัติ อาภาภิรมย์ นายทองฉัตร หงส์ลดารมภ์ นายชวลิต จันทรรัตน์ เข้าร่วมประชุม

พลเอก ฉัตรชัยฯ ระบุว่า การบริหารจัดการน้ำเป็นวาระที่ คสช. ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องเร่งบริหารจัดการในทุกมิติ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำที่ใช้ในทางอุปโภคบริโภค และน้ำที่ใช้เพื่อการเกษตร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการคิดวางแผน เพื่อจัดทำแนวทางการบริหารจัดการน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรม และยั่งยืน โดยคณะกรรมการชุดนี้จะร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์น้ำของประเทศ ทั้งระยะสั้น ระยะยาวครอบคลุมในหลายด้าน อาทิ ความสมดุลของปริมาณน้ำของประเทศทั้งน้ำเกินน้ำขาด คุณภาพน้ำ ระบบการบริหารจัดการ มาตรการจัดการน้ำด้วยการใช้สิ่งก่อสร้างและไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการ ระบบรวบรวมและฐานข้อมูลด้านน้ำ รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ขั้นต้น ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา ๕ กลุ่ม เพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมประกอบด้วย

กลุ่มที่ ๑ รับผิดชอบลุ่มน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก

กลุ่มที่ ๒ รับผิดชอบลุ่มน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้

กลุ่มที่ ๓ รับผิดชอบระบบฐานข้อมูล

กลุ่มที่ ๔ รับผิดชอบการจัดองค์กร ข้อกำหนด กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มที่ ๕ รับผิดชอบด้านการสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อประชาชน

ในที่ประชุมมอบให้อนุกรรมการแต่ละกลุ่ม ไปจัดทำแผนงานโครงการพร้อมจัดลำดับความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำพิจารณา โดยมีเป้าหมายว่าจะจัดทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่สมบูรณ์ให้แล้วเสร็จในระยะเวลา ๓ เดือน ทั้งนี้ พลเอกฉัตรชัยฯ ได้ให้ทุกกลุ่มงานนำแนวทางพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ มาเป็นหลักในการจัดทำแผนงานโครงการด้วย

ในการบูรณาการนำนโยบายดังกล่าวมาใช้ พวกเราทุกคน สามารถที่จะมีส่วนช่วยกันในแก้ไขปัยหาการขาดแคลนน้ำได้เช่นกน เพียงให้เรา
ใช้น้ำอย่างประหยัด ดังกิจกรรม ๑๐ กิจกรรมต่อไปนี้


๑๐ กิจกรรมการใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า

ผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่มักมีพฤติกรรมการใช้น้ำฟุ่มเฟือย ควรเปลี่ยนวิธีการใช้น้ำตามความเคยชินมาเป็นการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ไม่ปล่อยให้น้ำไหลทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ จะเป็นการประหยัดค่าน้ำได้มากในแต่่ละเดือน

๑๐ กิจกรรมใช้น้ำประปาอย่างรู้คุณค่า

๑. การอาบน้ำ
การใช้ฝักบัวจะสิ้นเปลืองน้ำน้อยกว่าตักอาบ รูฝักบัว ยิ่งเล็ก ยิ่งประหยัดน้ำและหากใช้อ่างอาบน้ำจะใช้น้ำถึง 110-200 ลิตร ยิ่งขันใบใหญ่
ยิ่งจะใช้น้ำมาก

๒. การโกนหนวด

โกนหนวดแล้วใช้กระดาษเช็ดก่อนจึงใช้น้ำ ใช้แก้วมาล้างอีกครั้งล้างมีดโกนหนวดโดยการจุ่มล้างในแก้วจะประหยัดกว่าล้างโดยตรงจากก๊อก

๓. การแปรงฟัน
การใช้น้ำบ้วนปากและแปรงฟันโดยใช้แก้ว จะใช้น้ำเพียง 0.5–1 ลิตร แต่การปล่อยให้น้ำไหลจากก๊อกตลอดการแปรงฟัน จะใช้น้ำถึง
20–30 ลิตรต่อครั้ง

๔. การใช้ชักโครก
การใช้ชักโครกจะใช้น้ำถึง 8–12 ลิตรต่อครั้ง เพื่อการประหยัด ควรใช้ถุงบรรจุน้ำมาใส่ในโถน้ำ เพื่อลดการใช้น้ำ โถส้วมแบบตักราดจะสิ้นเปลืองน้ำน้อยกว่าแบบชักโครกหลายเท่า หากใช้ชักโครก ควรติดตั้งโถปัสสาวะและโถส้วมแยกจากกันหรือแบบประหยัดน้ำ

๕. การซักผ้า
เวลาเราซักผ้าไม่ควรเปิดน้ำทิ้งไว้ตลอดเวลา จะเสียน้ำถึง 9 ลิตร/นาที ควรรวบรวมผ้าให้ได้มากพอต่อการซักแต่ละครั้ง ทั้งการซักด้วยมือและเครื่องซักผ้าก็เช่นกัน

๖. การล้างถ้วยชามภาชนะ
ใช้กระดาษเช็ดคราบสกปรก ออกก่อน แล้วยจึงล้างพร้อมกันในอ่างน้ำ จะประหยัด และให้ความสะอาดมากกว่าล้างจากก๊อกโดยตรง ซึ่งจะสิ้นเปลืองน้ำ 9 ลิตร/นาที

๗. การล้างผักผลไม้
ควรใช้ภาชนะรองน้ำเท่าที่จำเป็น ล้างผัก ผลไม้ ได้สะอาดและประหยัดกว่าเปิดล้างจากก๊อกโดยตรง ถ้าเป็นภาชนะที่ยกย้ายได้ ยังนำน้ำไปรดต้นไม้ได้อีกด้วย

๘. การเช็ดพื้น
ควรใช้ภาชนะรองน้ำและซักล้างอุปกรณ์ในภาชนะก่อนที่จะนำไปเช็ดถู จะใช้น้ำน้อยกว่าการใช้สายยางฉีดล้างทำความสะอาดพื้นโดยตรง

๙. การรดน้ำต้นไม้
ควรใช้ฝักบัวรดน้ำต้นไม้แทนการใช้สายยางต่อจากก๊อกน้ำโดยตรง หากเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ก็ควรใช้สปริงเกอร์ หรือใช้น้ำที่เหลือจากกิจกรรมอื่นมารดต้นไม้ ก็จะช่วยประหยัดน้ำลงได้มาก

๑๐. การล้างรถ
เวลาเราจะล้างรถ ควรรองน้ำใส่ภาชนะ เช่น ถังน้ำ แล้วใช้ผ้าหรือ เครื่องมือล้างรถจุ่มน้ำลงในถัง เพื่อเช็ดทำความสะอาดแทนการ ใช้สายยางฉีดน้ำโดยตรง ซึ่งจะเสียน้ำเป็นปริมาณมากถึง 150-200 ลิตร/ครั้ง

หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการใช้น้ำที่ควรใช้จริง อย่างถูกวิธี ไม่เปิดน้ำทิ้งระหว่างการใช้น้ำหรือปล่อยให้น้ำล้น จะ สามารถลดการใช้น้ำได้ถึง 20-50 % ทีเดียว



แหล่งข้อมูลอ้างอิง

http://women.sanook.com/2212/


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)