วันนี้ คณะวิทยาศาสตร์รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง จากสมศ. ทุกอย่างเป็นไปตามที่ดิฉันฝันไว้ตั้งแต่ต้น นั้นคือ

  •  ดิฉันสามารถไปถึงที่ทำงานได้ตามเวลาที่ตั้งใจไว้
  • การประสานงานทุกอย่างราบรื่นไม่ขลุกขลัก  ทุกฝ่ายให้การร่วมมือเป็นอย่างดี
  • ผู้บริหารทุกระดับร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมการกันอย่างอบอุ่นและตรงเวลา
  • กำหนดการและเวลาเป็นไปตามที่วางแผนไว้
  • ไฟฟ้าและระบบการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่มีปัญหา
  • บรรยากาศการพูดคุยในห้องและบรรยากาศการเยี่ยมขมหน่วยงานไม่มีปัญหา
  • ความเป็นกัลยาณมิตรของคณะกรรมการประเมิน

ทุกอย่างจบลงตรงตามเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด นั่นคือ เสร็จประมาณ 10.30 น. วันนี้ ถ้าพี่ ๆ ในห้องสังเกตุเห็น จะเห็นว่าดิฉันยิ้มไม่หุบ ในความราบรื่นในทุกเรื่องที่ตัวเองเป็นผู้รับผิดชอบ  หลังจากส่งคณะกรรมการฯ ไปยังหน่วยงานต่อไป ดิฉันกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานด้วยความอิ่มเอมใจ  ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ซึ่งคนที่โทรมาก็ไม่ใช่คนอื่นไกล  คุณเมตตา คนเก่งของเรานี่เอง

คุณเมตตา  :  คุณรัตติยา  เที่ยงนี้ว่างรึเปล่า อ.ปารมี ชวนไปทานขนมจีน ที่คณะแพทย์

ในใจตอนนั้น ดิฉันไม่ลังเลยเลยที่จะตอบตกลง เพราะได้อ่านบันทึกของคุณหมอ ซึ่งได้ทราบถึงที่มาและที่ไปของการเลี้ยงขนมจีนในวันนี้เป็นอย่างดีอยู่ก่อนแล้ว  และเคยคิดว่าจะขออนุญาตคุณหมอไปร่วมแจมทาน ด้วย แต่ด้วยความที่คุณหมอ เป็นหนึ่งใน blogger ที่ดิฉันไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในบันทึกคุณหมอ ทั้ง ๆ ที่อ่านทุกบันทึก อาจจะด้วยความเกรงในบารมีของคุณหมอ (รู้สึกอย่างงั้นจริง ๆ ค่ะ)

แน่ใจนะคุณเมตตา  ว่าคุณหมอปารมี ชวนเราจริง ๆ ท่านอาจจะหมายถึงคุณรัตติยา ซึ่งนามสกุลอื่นรึเปล่า คุณเมตตาเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า

คุณเมตตา :  ไม่นะ  เพราะคุณหมอบอกให้เราโทรมาชวนเธอจริง ๆ คุณหมออยากรู้จัก

อดไม่ได้ที่จะคิดอีกรอบ  เป็นไปได้งัยหว่า ดิฉันกับคุณหมอ ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลย  จริงอยู่ถึงแม้ดิฉันจะอ่านบันทึกคุณหมอเกือบทุกบันทึก  แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าคุณหมอจะเคยอ่านบันทึกของดิฉัน (เพราะประสบการณ์ในการถ่ายทอดของดิฉันยังไม่เก่งนัก) 

คุณเมตตาแน่ใจจริง ๆ นะ ว่าคุณหมอชวนเราจริง ๆ (อดไม่ได้ที่จะถามเป็นครั้งที่สาม)

คุณเมตตา :  จริงสิ เธอว่างไปรึเปล่าหละ

ดิฉันอยากบอกคุณเมตตาเหลือเกินว่า หัวใจของดิฉันมันพองโต (ตามตัว) และตอบตกลงรับคำ ไปตั้งแต่ประโยคแรกที่คุณเมตตาชวนแล้ว ต่อให้เที่ยงนี้ ดิฉันมีนัดทานข้าวอยู่กับท่านคณบดีแล้วก็เถอะ ดิฉันสามารถยกเลิกนัดได้ เพราะถือว่าคุณหมอให้เกียรติดิฉันเหลือเกิน เมือ่ดิฉันเอาคำชวนของคุณหมอ ไปเรียนท่านคณบดี ท่านก็ไม่ลังเลใจเลยที่จะให้ดิฉันมาทานขนมจีนกับคุณหมอ

          บุคลิกของคุณหมอ ดูคล่องแคล่ว ว่องไว เหมือนกับบันทึกที่คุณหมอถ่ายทอดผ่านออกมา และสิ่งที่ทำให้ดิฉันยิ้มไม่หุบอีกรอบคือ คำทักทายของคุณหมอที่บอกว่า "เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นคุณรัตติยา เขียนบันทึกเลยนะคะ"  (คิดเข้าข้างตัวเองว่า แสดงว่าคุณหมอต้องเคยอ่านบันทึกของดิฉันแน่ ๆ )

        มื้อเที่ยงนั้น ดิฉันได้ทานขนมจีน ร่วมโต๊ะ กับคนที่คิดถึง อีกสองท่าน คือ พี่เม่ย  และคุณnidnoi

        จะไม่ให้เป็นมื้อเที่ยงที่อร่อยที่สุดในโลกได้อย่างไรหละคะ  เห็นไหมว่า วันนี้ ดิฉันมีแต่สิ่งดี ๆ ผ่านเข้ามา เป็นเหมือนน้ำชโลมใจในการเพิ่มพลังในการทำงานของดิฉัน

       วันนี้ดิฉันรู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ  หลังจากกลับไปทำงานตอนบ่าย ดิฉันโม้กับพี่ ๆ ในที่ทำงานทุกคนเลย ว่าดิฉันไปทานขนมจีนกับคุณหมอปารมี มา