เวียดนาม: ฮานอย ซาปา ฮาลองเบย์

เวียตนาม ฮานอย ซาปา สัมผัสหลังอินโดจีน

วันที่24-27กพ60

Day 1

เราเดินทางมาซาปา โดยเครื่องบินนกแอร์ จาก กทม เวลา 6.20น. ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ถึง ฮานอย เวลา 8.10น.

นั่งรถถึงซาปา ใช้เวลา 5 ชม

อากาศหนาว ฟ้าปิด มองรอบตัวไม่เห็น

เราได้แค่นั่งกระเช้าขึ้นไป ไม่สามารถเดินต่อได้

แต่ดูดี เพราะอากาศสดชื่น

ขึ้นกระเช้าไป สูงมาก แต่มองเห็นวิวภูเขาเป็นบางครั้ง

เห็นหมอกลงจัด มีฝนปรอยๆ สวยอีกแบบ รอบตัวดูสวยงาม

อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิ 6 องศาเซนเซียส

ต้องกลับลงมาซื้อหมวกที่หนาหน่อย ค่อยอบอุ่นขึ้น

ไกด์ถามว่า...จะเดินขึ้นบันได เพื่อชมความงามต่อ แต่ดูทุกคนบอกว่า ไม่ไปดีกว่า

เลยถ่ายภาพกัน รีบถ่ายภาพสวยในสายหมอก พอเสร็จ ก็เดินลงมาช็อปกัน



ลองใส่หมวก จนกว่าจะหาแบบถูกใจ ราคา 100-200 บาท

ในที่สุดได้หมวกสีส้ม พอเป็นสีสัน ราคา 180 บาทค่ะ


เดินออกมาจากร้านค้า มองเห็นพี่น้องแอ๊คชั่นถ่ายภาพ กับภาพชาวเขาที่ติดผนังดูเด่นเป็นสง่า

ดูสีหน้าแต่ละท่าน ..ใบหน้าเปื้อนยิ้มเต็มที่เลยล่ะค่ะ



ออกมาข้างนอกอาคารแล้ว ยังไม่วายจะวิ่งถ่ายภาพกันอย่างมีความสุข



ดูภาพแล้ว สดใสทุกท่านเลยนะคะ เพียงเท่านี้ชีวิตก็สุขแล้ว

ดูบรรยากาศแล้ว นึกถึงคำพูดของนักท่องเที่ยวมืออาชีพ บอกเราว่า "ซาปา เป็นสถานที่หน่งที่ใครยังไม่เคยไป ต้องไปให้ได้"

ใช่เลยค่ะ


ขอสักภาพกับ พี่ชูศรี คูชัยสิทธิ์ NU1 อดีตหัวหน้าพยาบาลที่เราเคารพ และทำให้เราได้มาทัวร์ในครั้งนี้ &NU6



ม่านหมอก


สวยดังเนรมิต


บรรยากาศดีจัง สวยงามราวกับภาพวาด

ขอตั้งชื่อภาพว่า "ความงาม...ในสายหมอก" นะคะ




ตอนลง กระเช้า มีเรากับน้องน้อย เฉลิมศรี เลยถ่ายภาพได้สบายเลยค่ะ



.....

ลงมารับประทานอาหารเย็น

อาหารเวียตนาม จืด แต่อร่อยดี เกินความคาดหมาย



ตอนค่ำสองทุ่ม

ไปถนนคนเดิน เนื่องจากหมอกลงจัด ฝนปรอยๆ

แต่เราก็เดินกันได้ เดินชมสินค้าราคาถูกมาก

เสื้อหนาวขนเป็ด แขนยาว 500 บาท แขนสั้น 400 บาท

แทบจะได้ซื้อทุกคน แต่เพราะฝนปรอยๆ เราเลยยังไม่ได้เสียเงินค่าเสื้อขนเป็ด

ผ้าพันคอราคา ประมาณ 100-150 บาท

กระเป๋าแม้ว ใส่โทรศัพท์แบบเล็ก 25 บาท ใหญ่หน่อย 50 บาท



Day 2

เข้าชมหมู่บ้านกั๊ดๆ เป็นหมู่บ้านชาวเขาเก่าแก่ของซาปา ชมวิวสวยมาก และน้ำตก

มาช่วงนี้เราจะไม่เห็นนาขั้นบันได สงสัยต้องกลับมาดูใหม่ช่วงทำนา

ขณะเดินเราได้เห็นวัฒนธรรมของชาวเขา มีผู้หญิงและเด็กมาขายของ ลูกชายหกขวบจะเลี้ยงน้อง

พวกเราเดินผ่านหมอกและฝนปรอยๆ เลยไม่ได้ซื้อสินค้า

ซื้อมันเผาและข้าวโพดปิ้งกินกัน อร่อยมาก


ถ้ามีเวลา อยากถ่ายภาพแบบนี้บ้าง

ชุดชาวเขา สามารถหาซื้อตอนเดินเข้าหมู่บ้านนะคะ


เสื้อขนเป็ดแขนสั้น เราซื้อจากร้านค้า เช่นกันค่ะ ใส่แล้วอุ่นพอดีนะคะ



ขอถ่ายกับ นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจแต่งกายชาวเขา มาถ่ายภาพ สวยงามมาก



ร่องรอยนาขั้นบันได ฤดูนี้ไม่ใช่ฤดูทำนา เลยไม่เห็นภาพสีทอง


พี่ชูกับ น้องน้อย บอดี้การ์ดประจำกาย


แอบถ่าย ข้างหลังภาพค่ะ


มันเผา หวานมาก แต่ข้าวโพดปิ้งแข็งไปนิด อย่างอื่นไมได้ชิมค่ะ


ระหว่างทางมีชาวเขา นั่งปักผ้าสวยมาก


สินค้าข้างทางเดิน


น้ำตกซิลเวอร์ สูง 100 เมตร มองเห็นแต่ไกล สายน้ำไหลลัดเลาะตามหน้าผา ดูตื่นตา ตื่นใจ



น้อย แอ๊คชั่น


สถานที่ให้เด็กเล่นโชว์นั่งกระดานหก


ออกมาจากหมู่บ้าน น่าจะบ่ายกว่าๆ ไปรับประทานอาหารกลางวัน เสร็จแล้วเดินจะไปขึ้นรถ

แต่มีฝนปรอยๆและหนาวเย็น เลยมองไม่เห็นอะไร

ทีมทัวร์ ไปยืนหน้าโบสถ์เพื่อรอรถเพื่อกลับฮานอย


หมอกและฝน ฉ่ำทั้งเมือง ไกด์บอกว่า พายุเพิ่งเข้าเวียตนาม แต่ดีนะยังไม่มีลมมาด้วย


เรามุ่งหน้ากลับเมืองหลวงฮานอย โดยรถทัวร์สองชั้น เป็นรถนอนจริงๆ เพราะรถคันเดิมเสีย แต่มาถึงกลางทางรถซ่อมเสร็จ เลยได้นั่งรถคันเดิม มาถึงฮานอยเย็นแล้ว ทานข้าวเสร็จ ได้ไปชมเมืองตอนค่ำคืน มองเห็นสะพานแสงอาทิตย์กลางทะเลสาบคืนดาบ แต่มีเวลาไม่มากเลยชมด้วยสายตาบางคนไปเดินสะพาน บางคนไปซื้อของกันค่ะ ได้รองเท้าผ้าใบมาคนละคู่


Day 3

เข้าชมวัด

ทำให้เห็นวัฒนธรรมองชาวเวียตนาม ที่พาเด็กนักเรียนมากล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิที่เขานับถือ

เป็นการเสริมพลังในมิติจิตวิญญาณว่า.. "เขาจะเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ"



น้องลัดดา ไกด์สาวชาวเวียตนาม พาเราเดินชม (สาวสวยที่ยืนหันหลัง)



นก ตัวนี้หากใครได้ลูบแถวหน้าอก ...แล้วอธิษฐานขอพร จะได้รับพรนั้นค่ะ


หลังจากชมวัดแล้ว.....

พวกเราไปชมจตุรัสบาดิงห์ ซึ่งเป็นสถานที่โฮจิมินส์ประกาศอิสระภาพของชาวเวียตนาม ให้พ้นจากการปกครองของฝรั่งเศส

ทีมทัวร์ เราได้ร่วมเดินวางพวงมาลาอย่างสมเกียรติ มีทหารใส่ชุดสีขาวเดินถือพวงมาลาให้

แล้วเข้าชมสถานที่และบ้านโฮจิมินส์ด้วย บ้านเล็กๆ แสดงถึงความเรียบง่าย เป็นตัวอย่างของความสมถะและความพอเพียง


รอคิวเข้าชม


สถานทีสวยงาม เป็นตึกทำเนียบประธานาธิบดี ตึกสไตล์โคโลเนียล ทาด้วยสีเหลืองมทั้งหลัง

ปัจจุบันเป็นที่รับแขกบ้าน แขกเมือง



เจดีย์เสาเดียว เป็นเจดีย์ไม้ อยู่กลางสระน้ำ

อยากได้อะไร ขออธิษฐาน จะได้ทุกสิ่ง

รอติดตามนะคะ ว่าเราจะได้ตามคำอธิษฐานไหม?


บ้านลุงโฮ คล้ายบ้านชาวบ้านธรรมดา

อยู่อย่างง่าย แบบเพียงพอ


บ่ายๆเขาพาชมสินค้า

มีกระเป๋า กาแฟเวียตนาม

เราได้กาแฟ G7 มีสองแบบ แบบกาแฟดำ 3 กล่อง 100 บาท หอมมาก ควรซื้อติดมือมา

กระเป๋าเป้ ราคา 200-500 บาท


สวยเลือกได้มีหลายแบบค่ะ ยี่ห้อของชาวเวียตนาม The North Face

ดังนั้นอยากถือไปไหน ก็ถือไปได้ทั่วโลกนะคะ



Day 4

พวกเราเดินทางไปล่องเรือที่อ่าวฮาลองเบย์ ห่างจากฮานอย 170 km ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

มีเกาะหินปูนมากกว่า 1000 เกาะ ส่วนใหญ่ไม่มีชื่อเรียก

เหมือนก้อนหินรูปร่างประหลาด

เหมือนภาพวาด ที่เติมแต่งให้โลกเราสดใสสวยงาม

แล้วแต่เราจะจินตนาการ ว่าเป็นเกาะหมา เกาะแมว เกาะไก่ชนหรือไก่จูบกัน ที่อยู่ในทะเลอันสวยงาม


บรรยากาศในเรือ นั่งสักพัก เราก็เดินขึ้นไปชั้นบนของเรือเพื่อชมบรรยากาศ

เชิญชมวิวและจินตนาการภาพที่เห็นในท้องทะเร่วมกับเราได้เลยค่ะ




ดูสวยมาก


เกาะไก่ชน


หรือเรียกว่า เกาะไก่จูบกัน




วิวสวย


บนดาดฟ้า มีไข่มุกให้ชม ราคาสูงเล็กน้อย


ภาพบนเรือ ดูวัยรุ่นกันทุกท่าน


ภาพคู่หวาน



ภาพนี้ "โลกนี้เป็นของเรา"


เมื่อเรือเข้าถึงอีกฝั่ง เราต้องใช้บัตรเพื่อเข้าชมถ้ำ นางฟ้าหรือถ้ำนางสวรรค์ เป็นถ้ำที่ใหญ่ อากาศถ่ายเทได้ดี

สวยมาก มีหินงอก หินย้อย มากมาย

ถ้ำนี้เพิ่งค้นพบไม่นาน มีการประดับแสงสี มองเห็นภาพชัด

เราสามารถจินตนาการเป็นรูปมังกร รูปพระพุทธรูป เป็นต้น


ภาพภายในในถ้ำสวยมากเลยล่ะค่ะ


ชมถ้ำเสร็จ เราก็เดินออกมาเล็กน้อย เพื่อกลับมาขึ้นเรือต่อ

กินอาหารกลางวันเป็นซีฟู๊ด น้องไกด์บอกว่า กุ้ง หอย ปูอาจตัวเล็กไปนิดแต่ก็สด อร่อยค่ะ




จนถึงฝั่ง แล้วเดินออกมาเพื่อกลับมาขึ้นรถ ยังมีร้านค้าขายหลายอบ่าง

ยังมีไข่มุกเลี้ยง ของอ่าวฮาลองเบย์ ขายโดยทั่วไป สวยดีค่ะ

ซื้อติดมือมาก็ดีนะคะ ถึงจะเป็นมุกเลี้ยง


เลือกซื้อตามชอบใจ ราคาประมาณ 300บาท

แต่ตามข้างทางที่มีคนขายปลีก อาจได้ 200 บาท


ก่อนขึ้นรถกลับฮานอย


บ่ายๆมุ่งหน้าเดินทาง กลับสนามบินกรุงฮานอย เพื่อเดินทางกลับ

Good bye เวียตนาม


จากสนามบินฮานอย เวลา 20.30- ถึง กทม ประมาณ 22.30 น

ถึง กทม ไปแวะนอนบ้านเพื่อนคุณหยาด

เช้าตี 4 มาขึ้นเครื่องสนามบินดอนเมือง

กลับถึงขอนแก่น ไปทำงานต่อได้ค่ะ


สุดท้ายทีม pre สว ขอกราบขอบพระคุณทีม สว มข

ที่ให้โอกาสมาร่วมทัวร์ในครั้งนี้

หากอาจารย์ทุกท่านให้พวกเราดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพหรือสิ่งอื่นใด พวกเราก็ยินดีเสมอนะคะ


ชมรมผู้สูงวัย


ภาพหมู่ที่ฮาลองเบย์


Cr: ขอบคุณภาพสวยๆจากทีมทุกท่านที่ไปด้วยกันนะคะ


สิ่งประทับใจ

1) ได้เพื่อนร่วมทางที่ดี ไปกับ ทีม สว มข กับท่านอาจารย์ที่เราเคารพ และคนหลายวัย พบว่า สนุก มีระเบียบ ผ่อนคลาย สบายใจ ยืดหยุ่น การใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีความสุขกับคู่ชีวิต

2) สถานที่ส่วนใหญ่ สวย ถึงแม้จะมี หมอกลงหนามาก ฝนปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค สวยไปอีกแบบค่ะ

3) ของขาย ราคาถูกดี ถ้าเราเลือกที่จะซื้อ ก็จะได้ของถูกใจได้

4) ได้เรียนรู้วิถีของชาวเวียตนาม โดยเฉพาะคำสอนของโฮจิมินส์ ที่สอนว่า ให้เราเป็นใบไม้ที่มี ห่อใบไม้ที่ขาด ใบไม้ที่ขาด ให้ห่อใบไม้ที่ขาดน้อย เป็นการสอนให้คนเวียตนามรู้จักให้และมีความสามัคคีกัน

5) อาหารชาวเวียตนาม รสจืด มีผัก อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราไม่เห็นคนเวียตนามอ้วน เรายังไม่เห็นร้านสะดวกซื้อตามสถานที่ต่างๆ

ุ6) เงินไทย 1 บาท= 600 ดอง แต่ส่วนใหญ่ตามร้านค้า สามารถใช้เงินไทยได้ ยกเว้น ตามหมู่บ้าน เราแลก 1000 บาท ก็ใช้ได้ นอกนั้นใช้เงินไทยได้เกือบทุกที่

7) ภาษาเวียตนามที่ควรจดจำ ซินจ่าว สวัสดี กามเอิน ขอบคุณ เกาหอย แปลว่าขอถามหน่อย

บาวเยียว ราคาเท่าไหร่ มี Bird Bird ต่อราคา ลดได้ไหม

..................................

แก้ว

บันทึก 3 มีนาคม2560


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ท่องโลก..กับแก้ว อุบล



ความเห็น (13)

เขียนเมื่อ 

อากาศดีมาก

มีหมอกเยอะเลยนะครับ

รออ่านอีกครับ

เขียนเมื่อ 

บรรยากาศดีนะจ๊ะ

เขียนเมื่อ 

หนาวนะพี่แก้ว

เขียนเมื่อ 

ท่าจะหนาวมากนะคะ

เขียนเมื่อ 

ยิ่งเดินทางไกล ยิ่งคิดถึงเมืองไทย (เหมือนผมบ้างไหม ครับ)

หนาว สวย สุขค่ะ

ภาพเตรียมเกษียณ

ภาพที่ชอบ

อ วัฒนา ขวัญใจชาวเขา

สวยไม่สร่างเลยค่ะ คุณพี่ชู