วันที่ 26 ทำบุญต้อนรับปีใหม่ 2560 (28 ธันวาคม 2559)

วันนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมการทำบุญตักบาตรพระจำนวน 9 รูปเพื่อความเป็นสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ 2560 ที่กำลังจะมาถึง

ก่อนเริ่มใส่บาตร พระสงฆ์ทั้ง 9 รูป ได้ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ก่อน

คณะครูทั้งหมดไปนั่งทำพิธีกันหมด คงเหลือไว้แต่นักศึกษาฝึกสอนในการควบคุมดูแลเด็กนักเรียนทั้งหมด

ฉันได้ดูแลเด็ก ๆ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งมีจำนวนมากกว่าระดับชั้นอื่น ๆ เพราะมีตั้ง 6 ห้อง

ห้องที่พูดมากที่สุดและเล่นกันยุกยิกตลอด ได้แก่ ห้อง ป.3/3 เจ้าเก่าเจ้าเดิม

ห้องรองลงมาก็เป็นห้อง ป.3/1 ป.3/5 ป.3/2 และ ป.3/4 ตามลำดับ

ห้องที่เรียบร้อยสงบนิ่งที่สุดก็ไม่พ้นห้อง ป.3/6 เด็ก ๆ ในปกครองของครูมารีย์และฉันเอง


ภาพพระสงฆ์กำลังทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์


ขณะที่พระกำลังสวดในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ฉันก็พยายามบอกเด็ก ๆ ให้เงียบและยกมือไหว้

แต่การพูด การบอก การเตือนดี ๆ ไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก

ดังนั้นนางฟ้าที่ตั้งใจมาทำบุญใส่บาตรในวันนี้จึงกลับกลายร่างเป็นนางมารเหมือนเด็ก ๆ บอก

เพราะฉันต้องเดินไป ๆ มา ๆ เพื่อปราบเด็กดื้อใน ป.3 ซึ่งมีตั้งเกือบ 200 คน

พระก็สวดไป เด็กก็คุยแข่งไปด้วย

จิตใจของฉันขุ่นเคืองมากที่เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ไม่รู้กาลเทศะเลย และแสดงนิสัยแย่ ๆ ออกมา

ทั้งที่ครูบอก ครูเตือนตั้งหลายครั้ง แต่ก็ไม่ฟังและเห็นเป็นแค่เรื่องเล่น ๆ

มันก็น่าน้อยใจเหมือนกันนะที่เด็ก ๆ ไม่เชื่อฟังเราที่เป็นนักศึกษาฝึกสอน หากเราเป็นคุณครูจริง ๆ พวกเขาคงเชื่อฟังเรามากกว่านี้...


วันนี้ฉันตั้งใจมาทำบุญตักบาตร และตั้งใจจะกรวดน้ำอุทิศผลบุญกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และอุทิศให้แก่ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไป เจ้ากรรมนายเวร และเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย

แต่ในขณะที่พระสงฆ์กำลังกล่าวบทกรวดน้ำ ฉันกลับต้องดูแลเด็ก ๆ และไม่ได้กรวดน้ำ

ฉันเสียดายและเสียใจที่ไม่ได้ทำดังที่ใจต้องการ

แต่หากฉันเลือกทำอย่างใจต้องการ เด็ก ๆ ก็จะไม่มีใครดูแล

บางครั้งเราก็ต้องเลือกระหว่างหน้าที่และตัวเราเอง

ซึ่งในวันนี้ฉันเลือกแล้วว่า ฉันต้องทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด...


หลังจากพระสงฆ์กล่าวบทกรวดน้ำเสร็จ ก็ให้พร

แต่เด็ก ๆ บางส่วนก็ยังคงเล่นกัน ฉันจึงเตือนว่าตอนนี้พระกำลังให้พร เด็ก ๆ จึงหยุดเล่น หยุดคุย และหันมาตั้งใจรับพร

ทีตอนรับพรแล้วเงียบจังนะ เด็ก ๆ ...


หลังจากนั้นคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านริมใต้ทุกคนก็เข้าแถวตรงถนนหน้าอาคารเรียนเพื่อรอใส่บาตร

ใบหน้าทุกคนดูยิ้มแย้มแจ่มใสและอิ่มเอมที่ได้ทำบุญ

ฉันไปยืนเข้าแถวกับเด็ก ๆ เพื่อรอการใส่บาตร

จิตใจของฉันเพิ่งจะสงบลง เพราะการได้ทำบุญใส่บาตรนี่เอง...

อานิสงค์ของการทำบุญ มันสงบและรู้สึกเย็นใจอย่างนี้นี่เอง ^^



ภาพคณะครูและเด็ก ๆ กำลังเข้าแถวและใส่บาตร


ฉันชอบโรงเรียนบ้านริมใต้อีกอย่างหนึ่ง เพราะการที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ทำให้ฉันได้กลับมาทำบุญใส่บาตรอีกครั้ง

เนื่องจากในปัจจุบัน ชีวิตการเป็นนักศึกษาฝึกสอนค่อนข้างจะเยอะแยะ วุ่นวาย

ทำให้ฉันไม่ค่อยมีเวลาได้ทำบุญหรือใส่บาตรเท่าไหร่

แต่การมาอยู่ที่นี่ ทำให้ฉันได้มีโอกาสทำบุญทุกวันพระและมันสำคัญต่าง ๆ ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกดีมากที่ได้ทำบุญ ^^

และการได้ทำบุญตักบาตรร่วมกันกับคณะครูและนักเรียนในโรงเรียนนี้ ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจมาก ๆ เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนว่า "เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน"

ครอบครัวใหญ่แห่งนี้ มีชื่อว่า "โรงเรียนบ้านริมใต้" นั่นเอง ^^


ภาพเด็ก ๆ และคณะครูกำลังใส่บาตร


ภาพขณะฉันและเด็ก ๆ กำลังรอใส่บาตร


ภาพขณะกำลังใส่บาตร

การมาพบเจอกันมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...

ทุกสิ่งทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว และเมื่อเราพบกันก็ต้องมีจากลา

ฉันคิดว่า ชาติก่อนพวกเราอาจเคยร่วมทำบุญด้วยกันมาก่อน ชาตินี้พวกเราโรงเรียนบ้านริมใต้จึงมีโอกาสได้กลับมาพบเจอกันอีก ^^


ทำบุญแล้วรู้สึกดี ลบล้างความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจในตอนเช้าออกไปหมดเลย ^^

อีกไม่กี่วันก็จะปีใหม่แล้ว...เร็วจังเลย

ยิ่งขึ้นปีใหม่ ยิ่งทำให้ฉันได้ตระหนักรู้ว่า อีกไม่กี่เดือนคงจะได้จากโรงเรียนแห่งนี้แล้ว

แค่คิดก็ใจหายแล้ว...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวเสาวภา เรือนปัญโญ (ภาคเรียนที่ 2/2559)



ความเห็น (0)