ที่มา : http://www.thairath.co.th/media/EyWwB5WU57MYnKOvX9QBTeXC1k1WB4bvrsBXonvvBhxY WFn6qsWmMH.jpg
ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ฉายา นักธุรกิจพันล้าน ผู้ผลิกฟื้นชะตาชีวิตบริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด เข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวด้วยอายุเพียงยี่สิบปีเศษ เนื่องจากสูญเสียคุณพ่อ (พงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์) ลงอย่างกะทันหันและตรงวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นวันปฏิวัติ ทำให้ทิม-พิธา ต้องรีบกลับมาฟื้นฟูธุรกิจของตนให้ไวที่สุด ทิม-พิธาจึงตัดสินใจหยุดพักการเรียนปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจที่ Sloan, Massachusetts Institute of Technology (M.I.T) สหรัฐอเมริกา เป็นการชั่วคราว และกลับมาบริหารธุรกิจเพื่อให้ข้ามผ่านช่วงวิกฤติที่เลวร้าย เพราะละลึกเสมอว่าตนเองเป็นลูกชายคนโตต้องรับหน้าที่ในการสานต่อธุรกิจครอบครัว และรับผิดชอบชีวิตพนักงานราว 50-60 ครอบครัว
ช่วงเวลาที่เข้ามาสานต่อธุรกิจของคุณพ่อ ทิม-พิธาได้ขอกู้เงินจากธนาคาร 70 ล้านบาท ซึ่งรวมกับของคุณพ่อที่เคยกู้ไว้ตอนเริ่มตั้งบริษัทอีก 100 ล้านบาท แต่ตอนนั้น ทิม-พิธา มองว่าธนาคารจะไม่ปล่อยกู้ เพราะตนเองยังเด็ก ยังขาดประสบการณ์ เลยพยายามหาข้อมูลทั้งด้านคุณภาพและตัวเลข จนในที่สุดธนาคารยอมปล่อยกู้ หลังจากนั้นทิม-พิธา พยายามแก้ไขปัญหาทีละจุด เริ่มจากการแก้ไขปัญหาเครื่องจักร จนในที่สุดก็สามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติและการบริหารคน เพื่อที่จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากเริ่มแรกมียอดขายประมาณไม่กี่ล้าน จนปัจจุบันส่งออกเกือบพันล้าน ทิม-พิธา ให้สัมภาษณ์กับ MTHAI เกี่ยวกับการจะก้าวขึ้นมาเป็นนักบริหารว่า “ ปัญหามาปัญญามี มันไม่มีฟอร์มตายตัว จะบอกว่าผมมีหลักการอย่างโน้นอย่างนี้มันไม่ใช่ เพียงแค่มีอะไรอย่าไปกลัวมัน ทุกๆอย่างมันมีทางแก้ เพราะปัญหามีไว้ให้แก้ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม แต่ถ้าคุณกลุ้มแสดงว่าคุณจบลงแล้ว”
ปัจจุบัน ทิม-พิธา พาบริษัทซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศ และเป็นอันดับห้าของโลก มีการส่งออกสินค้าไปขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และแทบยุโรป แต่ยังไม่มีการขายในประเทศไทย การบริหารงานที่ผ่านมาทำให้ทิม-พิธา รู้สึกภูมิใจที่สามารถสานต่อธุรกิจแทนคุณพ่อจนสำเร็จ ขณะที่พนักงานราว 200 ครอบครัว ที่ทำงานอยู่จนถึงปัจจุบันไม่มีใครลาออกสักคนต่างมีความสุขกับการทำงาน
อ้างอิง : http://news.mthai.com/economy-news/occupation/2637...
