วันที่ 28 Day Camp ABCM Cup Scout 28122559

วันนี้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 เดินทางมาโรงเรียนเช้ากว่าปกติ เพราะกลัวว่าตนเองนั่นจะตกรถ มาไม่ทันเดินทางไปค่ายลูกเสือชั่วคราวฝันรักที่อำเภอสันป่าตอง พวกเราเดินทางออกจากโรงเรียนเวลาประมาณ 8 โมงตรงมุ่งหน้าสู่ค่ายลูกเสือ โดยรถคันที่ 9 ของเรานี้ ก็มีเจ้าถิ่นอย่างเด็กชายขลุ่ยพากย์สุดทางตั้งเเต่ร้านอะไร ซอยอะไร ชี้ให้ดูบ้านตัวเอง เสียงก็เล็กอย่างกับเสียงวิทยุ แต่ฟังเเล้วก็เพลินดี

ไปถึงนักเรียนแต่ละห้องของสายชั้น ป.3 ก็รวมตัวกันและรับฟังกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะทำจากผู้กำกับ เด็ก ๆ ต่างสนุกสนานและหัวเราะไปกับมุขที่ผู้กำกับเล่น เราเห็นเเล้วก็คิดว่า ผู้กำกับลูกเสือไม่ว่าที่ไหนก็มักจะมีบุคลิกภาพเช่นนี้ เเต่งกายสุภาพ เรียบร้อย ท่าทีสง่างาม และอารมณ์ขัน ทำให้นึกถึงตอนสมัยที่ตนเองเรียน นึกถึงอาจารย์กฤษณพันธ์ผู้มีความภาคภูมิใจในการเป็นลูกเสืออย่างเต็มเปี่ยม ขับรถจากลำปางมาสอนทุกวันพุธ และอาจารย์ก็ปฏิบัติตนตามกฏของลูกเสืออย่างดี โดยเฉพาะ ข้อที่ว่า "เราจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ"

พอทักทายกันสักเล็กน้อยก็มีการเปิดกองลูกเสือสำรอง ที่สนามหญ้า เด็ก ๆ ได้เข้าเเถวเป็นครึ่งวงกลมแบบตอนลึก แต่ละคนก็ตั้งใจเป็นอย่างดี

ฐานแรกที่ห้องของเราได้ทำกิจกรรมคือ ฐานสะพานไต่ราว ฐานนี้เด็ก ๆ จะได้จำลองตัวเองเป็นทหารที่กำลังหนีออกจากพื้นที่ของศัตรูโดยต้องข้ามสะพานไม้ไผ่นี้ไป โดยจะต้องเดินให้เท้าขวางตามลำไม้ไผ่ ไม่เช่นนั่นจะทำให้ลื่นล้มและตกสะพานได้ เด็ก ๆ สนุกสนานเเละวนกันเล่นคนละหลาย ๆ รอบ แต่ก็ยังมีระเบียบวินัยที่เด็ก ๆ ไม่ได้เเซงหน้ากัน

ฐานที่สอง คือฐานห่วงเสน่ห์หา โดยฐานนี้นั่นเด็ก ๆ จะต้องเเบ่งเป็นทีมทีมละ 6 คน ให้นำห่วงไปคล้องกับขวดน้ำให้ได้ โดยไม่ล้ำเส้นที่กำหนดไว้ เด็ก ๆ ได้ฝึกการวางแผน ฝึกความสามัคคี และนอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจในกันเเละกับระหว่างคนในทีม ว่าเพื่อนจะไม่ปล่อยให้เราตกลงไปเจ็บอย่างเเน่นอน ถึงเเม้ว่าเด็ก ๆ อาจจะคล้องห่วงไม่ได้สักห่วง แต่ห่วงคงได้คล้องใจเด็ก ๆ ไว้ด้วยกันอย่างเเน่นหนา

ฐานที่สาม คือ ฐานพระสังห์ตีคลี ฐษนนี้เด็ก ๆ จะได้ตีลูกเบสบอลให้โดนขวดน้ำ ถ้าโดนขวดน้ำล้ม ก็จะได้ 1 คะเเนน เด็ก ๆ ได้ฝึกกล้ามเนื้อมือ แขน คนละเล็กละน้อย ฝึกทักษะการใช้สายตา การกะระยะต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี พวกเราชาว 3/4 เก็บคะเเนนจากฐานนี้ไปได้ 22 คะเเนน เด็ก ๆ ได้ฝึกความซื่อสัตย์ในการนับคะเเนน โดยลูกที่นักเรียนทำขวดล้มโดยไม้ไปโดนใส่ก็ไม่นับคะเเนน ก็จะนับเฉพาะลูกที่ถูกกติกา ถ้านับไม้ที่โดนขวดน้ำ ห้องเราคงได้เป็นร้อย ๆ คะเเนน แต่ 22 คะแนนที่ได้มา นักเรียนมีความภาคภูมิใจมากกว่าสิ่งใด

ฐานที่สี่ คือฐานสกีบก ฐานนี้นักเรียนชื่นชอบเป็นพิเศษ นอกจากจะมีครูประจำฐานที่สวยเเล้ว ฐานนี้ยังได้แข่งกันวัดพลังฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ผลัดกันเเพ้ผลัดกันชนะ เด็ก ๆ ได้ฝึกความสามัคคีและฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีในทีมของตัวเอง

ฐานที่ห้า คือฐานเพลงลูกเสือสำรอง ฐานนี้ดิฉันเเละครูเเต๋ง ครูพี่เลี้ยงคนเก่งได้ประชันฝีมือการเต้นประกอบเพลงฮิปโป โดยฝ่ายชายเป็นทีมครูเเต๋งและฝ่ายหญิงเป็นทีมของดิฉัน นอกจากจะสนุกสนานเฮฮาเเล้ว ยังฝึกให้นักเรียนกล้าเเสดงออก และมีความมั่นใจในตนเอง วิชาหลีดป่วงที่ร่ำเรียนฝึกฝนมาก็ได้ใช้วันนี้นี่เอง ครูไม่ใช่เเค่คนสอนหนังสือ แต่ครูต้องเป็นได้ทุกอย่างสำหรับนักเรียน โดยเฉพาะเป็นเเบบอย่างที่ดี หลังจากเสร็จกิจกรรมนี้ เราก็พักีับประทานอาหารกลางวันกันก่อนจะไปรวมกันอีกครั้งเวลาบ่ายโมง

ฐานที่หก คือฐานเงื่อเชือกลูกเสือสำรอง ฐานนี้เด็ก ๆ ได้เรียนการผูกเชือก โดยคนที่ทำได้ให้ไปสอนเพื่อน ๆ ต่อ ๆ กันไป ฐานนี้ฝึกทักษะการฝึกเชือกและนักเรียนได้ฝึกการช่วยเหลือเพื่อน ในการสอนเพื่อนผูกเชือก แต่ละคนก็ตั้งหน้าตั้งตามาก พอทำได้ก็กระโดดโลดเต้นอย่างกับถูกหวยรางวัลที่ 1 เนี่ยเเหละมั้งที่เขาเรียกว่า ยิ่งเราตัวเล็กเท่าไหร่ ความสำเร็จก็ยิ่งใหญ่เท่านั้น

ฐานที่เจ็ด คือฐานสะพานโยก ฐานนี้ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวของนักเรียน ทุกคนสี่สิบคนผ่านฉลุย เราเองก็ไม่ต้องใช้แรงมากในการกดเชือก พอมาถึงคนสุดท้าย หัวหน้าห้องสายโหด เพื่อน ๆ ก็กรูกันเข้ามาเต็มสะพานเเละช่วยกันกดสะพานไว้ไม่ให้มันโยกเยกไปมา ส่วนที่เหลือก็ร้องบอกว่า แพทตี้สู้ ๆ ดีใจที่เด็ก ๆ ช่วยเหลือกัน ไม่ได้ออกแรงก็ให้กำลังใจกัน

ฐานสุดท้ายของ Day Camp คือฐานกู้ระเบิด ฐานนี้เด็ก ๆ ได้ฝึกการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ฝึกความสามัคคีเเละการรับฟังเเละยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น แต่ละกลุ่มก็สำเร็จในครั้งเเรก บางกลุ่มก็ทำเเล้วทำอีกแต่ไม่สำเร็จ แต่มันช่วยทำให้เด็ก ๆ ฝึกเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ชัยชนะครั้งเดียวจากการเเพ้นับร้อย มันช่างน่ายินดีมากมาย เด็ก ๆ คงได้เรียนรู้ในวันนี้

ความสุขของคนจะเป็นครูก็ยังคงเช่นเดิม รอยยิ้มที่สดใสของเด็ก ๆ เป็นกำลังใจที่ดีในการเป็นครูต่อไป
ฉันรักอาชีพนี้จัง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวจันทร์จิรา วงค์กา (ภาคเรียนที่ 2/2559)



ความเห็น (0)