วันพุธที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ ได้นัดหมายกับลูกศิษย์เอกที่ไปสอบบรรจุได้ที่โรงเรียนเทพเสด็จวิทยา ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ว่า ผมจะแวะไปเยี่ยมและจะนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ไปบริจาคให้ที่โรงเรียน ตามข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับมา

ออกจากบ้านเกือบ ๘ โมงเช้า แวะปั้มบางจากตอน ๘.๔๕ น. รถตอนเช้าในเมืองค่อนข้างมาก คนอื่นเขาคงไปทำงานกัน แต่รถผมสวนทางออกนอกเมืองแทน

แล้วในที่สุดก็หลง เลยไปจนถึงอีกอำเภอหนึ่งของอีกจังหวัด คือ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงใหม่ เพราะในใจคิดว่า มันน่าจะอยู่ข้างทางระหว่างดอยสะเก็ด กับ เวียงป่าเป้า ... เข้าใจผิดแท้ ๆ เลยไปเป็น ๒๐ กิโลเมตร ข้ามดอยนางแก้วสนุกเลย เพราะทางขึ้นลงดอยนางแก้วขึ้นก็ยาว ลงก็ยาว
หาที่จอด ที่กลับรถไม่ถนัด

ตกลงต้องย้อนกลับมาทางเชียงใหม่อีกรอบ แล้วเข้าทางป้อมตำรวจโป่งกุ่ม ซึ่งเป็นทางที่ไปบ้านแม่กำปอง อันมีชื่อเสียงของเชียงใหม่ในเรื่องความสงบ ธรรมชาติ และโฮมสเตย์

แต่ทางไปโรงเรียนเทพเสด็จวิทยา ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก ๑๖ กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางลาดยาง ถนนสองเลน รถสวนกันได้ แต่มีโค้ง และชันเป็นระยะ ๆ หมู่บ้านคนก็มีไม่กี่หมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นป่าสองข้างทางมากกว่า

ตอนแรกเจอตัว อบต.เทพเสด็จแล้ว แล้วมีป้ายหน้าโรงเรียนเทพเสด็จวิทยา แต่ไม่ใช่ ตรงนั้นเป็นศูนย์เด็กเล็ก เหมือนสาขาของโรงเรียนที่อยู่กับ อบต. ถามหาชื่อลูกศิษย์ ครูปฐมวัยบอกให้ตรงขึ้นไปอีก 6 กิโล

ตรงไปในช่วงนี้เริ่มใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เพราะแก้สรถยนต์เหลือครึ่งถัง แถมทางยังชัน โค้งหักศอกเยอะ ยิ่งเร่งยิ่งเสียพลังงาน แล้วจอดตรงร้านกาแฟแม่วองคอฟฟี่ จะโทรหาลูกศิษย์ ปรากฏ ไร้คลื่น เงียบสนิท จึงตัดสินใจตรงไป ในที่สุดก็เจอสามแยกใหญ่ จำได้ว่า ถ้าเลี้ยวซ้าย เขาบอกว่าไปอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง แต่ทางขวาจำไม่ได้

ถามคนแถวนั้นว่าโรงเรียนไปทางไหน เขาตอบว่า ให้เลี้ยวซ้ายและลงไปตรงทางเล็ก ๆ นี้เลย ซึ่งมันเป็นทางลงหมู่บ้านแม่ตอนหลวง ทางลาดยางใหม่ แต่มีเลนเดียว ชันประมาณ ๔๕ องศา รถสวน ก็เสียว

ลงไปได้แล้วก็หลงในหมู่บ้านแม่ตอนหลวงอยู่ 10 นาที เลี้ยวผิดรอบแรก กลับมาอีกทางเจอแล้วโรงเรียน จะเอารถไปจอดในโรงเรียน ถนนก็ดูสูงเหลือเกิน จอดมันข้างหน้าโรงเรียนแล้วเดินเข้าไปดีกว่า

เข้าไปหาลูกศิษย์ในโรงเรียน กำลังสอนอยู่พอดี รอแป๊บหนึ่งลูกศิษย์ก็มาหา

มอบอุปกรณ์คอมฯ เรียบร้อยหน้าโรงเรียน ถ่ายรูปเป็นหลักฐานเล็กน้อย

หลังจากลูกศิษย์จึงเดินพาชมโรงเรียน ...




ภาพที่ ๑ ...ป้ายใหม่ของโรงเรียน







ภาพที่ ๒ - ๓ ... ถนนด้านซ้ายออกถนนใหญ่อีกเส้นตะกี้ ถนนด้านขวาเข้าหมู่บ้านแม่ตอนหลวง





ภาพที่ ๔ ... ห้องเรียนกับเด็กน้อย โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีถึง ม.๓ เด็กประมาณ ๙๐ กว่าคน ครูอีก ๑๓ คน แต่ไม่มี ผอ. เพราะเกษียณอายุแล้ว และเขตยังไม่ส่งใครมาแทน มีครู คศ.๑ รักษาการแทนอยู่ ครูอยู่วัยหนุ่มสาวกันหมด





ภาพที่ ๕ ... โรงเรียนตั้งอยู่บนสันเขา อาคารต่าง ๆ จึงลดหลั่นลงมา




ภาพที่ ๖ ... อาคารเรียนอีกหลัง





ภาพที่ ๗ ... ห้องสมุดดูเก๋ไก๋ เพราะโรตารี่มาสร้างไว้ให้ และอยู่บนเนิน





ภาพที่ ๘ ... ห้องคอมพิวเตอร์ที่ลูกศิษย์สอนอยู่ คอมฯ มีแต่อุปกรณ์ไม่ครบ เช่น เมาส์ หรือ คีย์บอร์ด อะไรพวกนี้





ภาพที่ ๙ ... ห้องสมุดดูพอเหมาะ แต่สะอาด คุณครูบรรณารักษ์ทำระบบไว้ดี





ภาพที่ ๑๐ ... หน้าห้องสมุด ที่ใช้นั่งเรียนได้





ภาพที่ ๑๑ ... ลานซีเมนต์กลางโรงเรียนและเสาธง รถเจาะน้ำบาดาลกำลังมาเจาะน้ำให้อยู่





ภาพที่ ๑๒ ... ขอลูกศิษย์เปิดหอพักนักเรียนให้ดู ปรากฎว่า ห้องกว้างมาก และเตียงเป็นเตียง ๒ ชั้น กะจะเอาไปโปรโมทให้นักศึกษาฝึกสอนมาโรงเรียนนี้ เพราะนักศึกษาฝึกสอนพักได้





ภาพที่ ๑๓ ... บันไดบ้านพักครูผู้ชาย เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูปบ้านทั้งหลังมาให้ดู จะบอกว่า เหมือนบ้านพักตากอากาศ ที่เพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่ถึงปี หน้าบ้านพักก่อกองไฟได้ด้วย






ภาพที่ ๑๔ ... เดิมเป็นอาคารสำหรับสอนเด็กพิเศษ แต่ปัจจุบันปิด เนื่องจากครูการศึกษาพิเศษลาออกไป สอบบรรจุได้ที่อื่น





ภาพที่ ๑๕ ... ชอบคำว่า "สาระการเรียนรู้กาแฟศึกษา" เนื่องจากตำบลเทพเสด็จขึ้นชื่อเรื่องกาแฟมาก ๆ เดินไปไหนในหมู่บ้านนี้มีแต่ต้นกาแฟ ทั้งหมู่บ้าน โรงเรียนจึงคิดทำสาระการเรียนรู้นี้เอาไว้









ภาพที่ ๑๖ - ๑๗ - ๑๘ ... หน้าโรงเรียนยังมีลำธารที่มีน้ำไหลตลอดปี ลูกศิษย์บอกว่า ที่นี่จะได้ยินเสียงน้ำไหลตลอดคืน โรแมนติก และบริบูรณ์สุด ๆ





ภาพที่ ๑๙ ... นี่เป็นป้ายเก่าของโรงเรียน และด้านหลังเป็นบ้านพักครูผู้หญิงที่กำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง



นี่คือ ภาพรวมคร่าว ๆ ที่ได้ไปสำรวจมาในวันนี้


นักเรียน ๙๐ กว่า ครู ๑๓ แต่ไร้ ผอ.โรงเรียนฯ

มีนักศึกษาที่เป็นเด็กพิเศษ ประมาณ ๒๐ คนทั้งหมู่บ้าน

ยังขาดแคลนครูภาษาไทย ซึ่งลูกศิษย์ก็ถามเหมือนกันว่า
อยากนักศึกษาฝึกสอนเอกภาษาไทย ต้องทำอย่างไร

คุณครูเป็นหนุ่ม เป็นสาว ที่ดูเหมือนจะมีหัวก้าวหน้าในการพัฒนา
และอาจจะติดปัญหาจากฝ่ายการเมืองบ้าง

ถ้าจะย้ายลงไปที่อื่น ลูกศิษย์ผมยังอยู่ที่นี่อีกอย่างน้อย ๓ ปี
ดังนั้น ผมคงจะมาโรงเรียนเรื่อย ๆ แล้วล่ะ


ตอนนี้ กำลังคิดเรื่องว่า สามารถจะบริจาคอะไรช่วยได้อีกไหม
ชักชวนอาจารย์สาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาลงวิจัยที่โรงเรียนนี้กันเถอะ
เช่น ภาควิชาการศึกษาพิเศษ สมควรลงอย่างยิ่ง

บอกเลยว่า หากโรงเรียนนี้ ได้ ผอ.ที่เป็นนักพัฒนาตัวจริงมา
โรงเรียนนี้มีอะไรทำอีกเยอะ ...


เขียนไว้เป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนนะครับ

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...



ป.ล.

๑. คำว่า "เทพเสด็จ" หมายถึง สมเด็จพระเทพฯ ท่านเคยเสด็จที่นี่แล้ว และ
โรงเรียนนี้อยู่ใกล้โครงการหลวงหลายแห่ง

๒. หมู่บ้านที่อยู่ข้างโรงเรียนนี้ ชื่อ "บ้านแม่ตอนหลวง"