บทความเรื่อง A Surprising New Way to Encourage Healthy Eating ในนิตยสาร Scientific American ซึ่งอ่านได้ ที่นี่ นำผมไปสู่บทความเรื่อง Harnessing adolescent values to motivate healthier eating ในวารสาร PNAS ซึ่งอ่านบทคัดย่อได้ ที่นี่
คล้ายๆ ยุทธศาสตร์ “หนามยอกเอาหนามบ่ง” คือค่านิยมหรือนิสัยวัยรุ่น ๓ อย่างเหนียวแน่นมาก ได้แก่ ต้องการอิสระ ติดเพื่อน และมีความขัดแย้งกับพ่อแม่ รวมๆ แล้วนิสัยวัยรุ่นคือต่อต้านอำนาจ เขาทดลองจับเส้นวัยรุ่นที่นิสัยนี้ เปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกอาหาร เพื่อลดอุบัติการโรคอ้วน โดยทดลองในนักเรียน ม. ๒ จำนวน ๕๐๐ คน เป็นเวลา ๒ ปี แบ่งนักเรียนเป็น ๒ กลุ่ม คือกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม โดยทดลองแบบ double blind กลุ่มควบคุม (control) ได้รับแจกเอกสารแนะนำการกินอาหารเพื่อสุขภาพตามแบบที่เห็นกันทั่วๆ ไป ส่วนกลุ่มทดลองได้รับแจกเอกสารที่บอกว่าอุตสาหกรรมอาหารพยายามโฆษณาชวนเชื่อหลอกล่อให้คนหลงเชื่อ และบริโภคอาหารที่ก่อผลร้ายต่อสุขภาพอย่างไร
มีการแจกแบบสอบถามทัศนคติต่อนักเรียนทุกคน เพื่อสอบถาม (๑) ความคล้องจอง (alignment) ระหว่างการกินเพื่อสุขภาพ กับค่านิยมของตน (๒) มุมมองต่อการกินอาหารเพื่อสุขภาพว่าสะท้อนสถานะทางสังคม (๓) การตอบสนองทางอารมณ์ต่อโฆษณาอาหาร
และมีการทดสอบพฤติกรรมโดยโรงเรียนเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องดื่มมีน้ำหรือโค้กให้เลือก อาหารว่างมีขนมหวานหรือผลไม้ให้เลือก ผลออกมาชัดเจนว่า กลุ่มทดลองเลือกอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพมากกว่า เสียดายที่ผมเข้าไปอ่านรายงานผลการวิจัยฉบับเต็มไม่ได้
อ่านแล้วคิดว่า สามารถเอาค่านิยมวัยรุ่นไปใช้ในโรงเรียนและในการพัฒนาเยาวชนได้มาก โดยส่งเสริมให้หา “สิ่งกดทับ” ในสังคม เอามาทำความเข้าใจ และรวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้าน ทั้งเป้าหมายวัยรุ่น และคนทั่วไป ถือเป็น PBL – Project-Based Learning ได้อย่างหนึ่ง
วิจารณ์ พานิช
๘ ธ.ค. ๕๙
น่าสนใจผลการทดลองมากเลยครับ
ผลออกมาชัดเจนว่า กลุ่มทดลองเลือกอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพมากกว่า.....
ขอบคุณมากๆครับ
ตั้งใจว่าจะลองใช้กับนักเรียนบางพื้นที่ดูครับ
น่าสนใจมากๆครับ เปลี่ยน Mental Model ด้วยข้อมูลเลย