ดูนกหรรษาเดือนธันวาคม 2559 (1)

แม้ว่าทริปนี้จะไม่ได้เจอนกมากมาย แต่พวกเราก็ได้มีความสุขกับธรรมชาติอีกวัน

เดือนธันวาคม 2559 ดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวดูนกเป็นเรื่องเป็นราว 2 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกคือเมื่อวันที่ 11 ไปทริปเขาใหญ่-ปากพลีกับกลุ่มของอาจารย์ปุ้ม รศ.พญ.สิริมนต์ ริ้วตระกูล ประเทืองธรรม และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 17 มี รศ. วีระนุช นิลนนท์ และ รศ.ดร.ชัยรัตน์ นิลนนท์ อดีตอาจารย์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พาชมนกที่ทุ่งปากพลี พร้อมสอนวิธีการใช้กล้องถ่ายรูปด้วย

วันที่ 11 ธันวาคม 2559

ทริปนี้ช่วงเช้าไปดูนกที่เขาใหญ่และปิดท้ายภาคบ่ายที่ทุ่งปากพลี ผู้ร่วมทริป 7 คน (รวมไกด์และโชเฟอร์) เป็นผู้ใหญ่ (แท้ๆ) 4 คน สาวน้อยหนึ่งคนและเด็กชายตัวน้อย นักเรียนชั้น ป. 2 หนึ่งคน เราเตรียมการเอาอาหารไปทานกันเอง วันเสาร์ที่ 10 ดิฉันจึงไปจ่ายตลาดเตรียมทำอาหารง่ายๆ คือข้าวเหนียวนึ่ง หมูทอด ปีกไก่ทอดน้ำปลา ผักสลัดสด พอรู้จำนวนคนจึงเพิ่มเมนูไข่เจียวหมูสับอีกหนึ่งอย่าง

เราจะออกเดินทางตอนเช้าๆ จึงต้องทำหมูทอดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันเสาร์ที่ 10 ตอนเช้ามืดแค่อุ่นก็พอ ทดลองทอดปีกไก่ชิมก่อน ไม่อร่อยเท่าที่คนอื่นทำเลยเปลี่ยนใจเอามาหมักกระเทียมพริกไทยเอาไว้ย่างในฝาอบลมร้อนแทน แช่ข้าวเหนียวเกือบหนึ่งกิโลค้างคืนเอาไว้ ล้างผักสดใส่กล่องแช่ตู้เย็น หั่นผักหอมต่างๆ ที่จะใส่ในแจ่ว เตรียมถ้วยชาม ช้อน-ส้อม และทำความสะอาดตระกร้าปิกนิกที่เก็บไว้นานนับสิบปี

เช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ดิฉันตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ 03:45 น. รีบตื่นมานึ่งข้าวเหนียว เอาปีกไก่ย่างในฝาอบ อุ่นหมูทอด เจียวไข่ จัดอาหารใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เอาข้าวเหนียวใส่ถุงพลาสติกปริมาณพอจะทานได้หนึ่งคน แพ็คใส่กระติกที่บุโฟมใบเล็กๆ จะได้เก็บความร้อนไว้ได้ เอาทุกอย่างใส่รถ เดินทางออกจากบ้านไปขึ้นรถตู้ที่บ้านอาจารย์ปุ้มตั้งแต่เช้ามืด อาจารย์ปุ้มก็ให้แม่บ้านเตรียมข้าวสวย หมูผัดกะเพรา ปลาแซลมอนทอดน้ำปลา ปลาซิวแห้งทอด ผัดผัก ผักต้ม และผลไม้ อีกชุดใหญ่ พร้อมน้ำดื่ม

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ราบรื่นดี ใช้เส้นทางใกล้กับร้านแดรี่โฮมขึ้นเขาใหญ่ ผ่านโรงแรมและรีสอร์ทมากมายตามสองข้างทาง เด็กชายตัวน้อยบอกว่าตนเองเคยมาแถวนี้แล้ว คุณแม่บอกว่าตอนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ที่โรงเรียนเคยพามาเดินป่า ความจำช่างดีจริงๆ

เราไปถึงทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กม.33 - หนองผักชี เมื่อเวลาประมาณเก้าโมงกว่า อากาศไม่ร้อน ไกด์พาเดินชมป่า ไม้ นก เมื่อได้ยินเสียงนกร้องเราก็หยุดส่องหานก เสียดายที่ช่วงนี้ลูกไทรหมดเสียแล้วจึงไม่เจอนกเงือก


มองหานก



ต้นไทรใหญ่มากๆ



ทางเดินในป่า



มีต้นไม้ขวางหน้า เด็กชายตัวน้อยก็ข้ามผ่านไปได้


ช่วงที่เดินอยู่ในป่า เราเจอพญากระรอก (Giant squirrel) ถ่ายภาพได้บางส่วนเพราะลำต้นไม้บังตัวเขา เจอนกแซงแซวหงอนขน (Hair-crested Drongo) ได้ ทีแรกนึกว่าเป็นแซงแซวเล็กเหลือบ แต่พอกลับมากรุงเทพ ดูภาพที่อาจารย์ปุ้มถ่ายได้เห็นขนยาวงอนโค้งอยู่บนหัวชัดเจน (ภาพที่ดิฉันถ่ายมามองไม่เห็น) เปิดตำราดูจึงรู้ว่าเป็นแซงแซวหงอนขน ได้ยินเสียงนกชนิดอื่นอีก (จำชื่อไม่ได้) ไกด์พาดูแต่ดิฉันมองไม่เห็นตัวเพราะนกตัวเล็กและมีใบไม้เยอะ



พญากระรอก



แซงแซวหงอนขน


ระหว่างทางเจอขี้ช้าง (ช้างตัวน้อย ไม่ใช่ตัวใหญ่) ไส้เดือนทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ ผีเสื้อ เด็กชายตัวน้อยคุยเก่ง เสียงแจ๋ว บอกพ่อกับแม่ว่าตัวเองเคยมาเดินป่าที่นี่ เคยนั่งพักตรงนั้นตรงนี้ด้วย (ไม่รู้ว่าใช่ที่เดียวกันหรือเปล่า ฮา) พอพ้นแนวป่าก็เป็นทุ่งหญ้าที่สูงท่วมหัวเด็กน้อย เจอนกยอดหญ้าหัวดำ (Common Stonechat) ตัวเมีย ไกด์เห็นเหยี่ยว แต่ดิฉันมองไม่เห็น



ทุ่งหญ้า



นกยอดหญ้าหัวดำ ตัวเมีย


เราเดินตามทางที่จะไปยังที่จอดรถ (ตรงนี้จำชื่อไม่ได้) ระหว่างทางเจอคนหลายกลุ่มทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่เดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางที่เราเดินจากทางเข้าเส้นทาง กม. 33 ถึงที่รถตู้จอดอยู่น่าจะประมาณ 4 กม. ต้องชื่นชมเด็กชายตัวน้อยที่ร่วมทางว่าเดินเก่งมากๆ ไม่มีอิดออดหรืออ้อนใดๆ

เราขึ้นรถตู้ไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อหาที่ทานอาหารกลางวัน วันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่เขาใหญ่เยอะมากจนที่จอดรถเต็ม ผู้คนกำลังมาทานอาหารกลางวันกัน เราปูเสื่อปูผ้าบนพื้นหญ้าใกล้คูน้ำ ระหว่างนั้นก็เห็นเต่า เห็นเก้ง อยู่ไม่ไกลด้วย อาหารที่เตรียมมามีมากมาย ทานกันไม่หมด ที่ขำๆ คือแจ่วที่ตั้งใจทำให้อร่อยนั้น ข้าวคั่วที่ใส่มาเมื่อเช้าอืดจนน้ำแห้ง (เป็นบทเรียนว่าครั้งต่อไปอย่าใส่ข้าวคั่วมาก่อน)



อาหารมื้อกลางวัน


ผู้คนบริเวณศุนย์บริการนักท่องเที่ยวเยอะมาก เราจึงไม่ได้ดูนกในบริเวณนั้น แต่ไปดูในบริเวณที่ไม่ค่อยมีคน เจอนกจับแมลงคอแดง (Red-throated Flycatcher) จับแมลงหัวเทา (Grey-headed Canary-flycatcher) เก้ง แถวที่กางเต้นท์ทางเข้าน้ำตกผากล้วยไม้ มีผู้คนมากางเต้นท์อย่างแน่นหนา คงดูนกไม่ได้ เราจึงออกเดินทางไปปากพลีเลย



นกจับแมลงคอแดง (ส่วนนกจับแมลงหัวเทา ดิฉันถ่ายภาพไม่ได้)


นั่งรถหลับๆ ตื่นๆ ไม่นานมากก็ถึงทุ่งปากพลี ตอนบ่ายสามโมงกว่าแสงแดดยังจ้า เวลามองจอภาพของกล้องถ่ายรูปไม่ค่อยเห็นอะไร พอสี่โมงกว่าก็มีแสงพอเหมาะ



ส่องนกที่ทุ่งปากพลี


มีตากล้องมาตั้งกล้องเตรียมถ่ายภาพเหยี่ยวในจังหวะสวยๆ สองสามราย เหยี่ยวดำ (Black Kite) หลายฝูงพากันบินกลับมาที่ทุ่งนี้ เขาแยกย้ายกันเกาะที่ต้นยูคาลิปตัสเต็มไปหมด หลายตัวก็อยู่ที่พื้น จำนวนเหยี่ยวที่มากมายทำให้เด็กชายน้อยรู้สึกดีที่ได้ถ่ายภาพนก ช่างภาพที่มาตั้งกล้องได้เจอเหยี่ยวตีนแดง (Amur Falcon) หนึ่งตัวไกด์ของเราเดินตามหาแล้วก็ได้ภาพเหยี่ยวตัวนี้ในระยะใกล้ประมาณ 10 เมตร สวยงามมากๆ



เหยี่ยวที่ทุ่งปากพลี


เราเจอนกกระสาแดง (Purple Heron) ที่ยืนอยู่บนผืนหญ้าใกล้แอ่งน้ำ นกอีเสือหัวดำ (Long-tailed Shrike) ที่เกาะต้นโสนในทุ่งนาให้ถ่ายรูปอยู่เป็นนาน นกพญาไฟสีเทา (Ashy Minivet) นกนางแอ่น (Barn Swallow) นกยางกรอก ฝูงนกยางตัวขาวๆ ในนาที่เกี่ยวข้าวแล้ว เสียดายที่กล้องซูมได้จำกัด ทำให้ภาพที่ได้ไม่คมชัด (ผลักดันให้ต้องหาซื้อกล้องถ่ายรูปตัวใหม่)



กระสาแดง



อีเสือหัวดำเกาะต้นโสนในทุ่งนา กำลังอ้าปากร้อง



อีเสือหัวดำ ไม่รู้ว่าเป็นตัวเดิมหรือเปล่า



พญาไฟสีเทา



นางแอ่น เข้าแถวอย่างเรียบร้อย



นกยางในนาข้าว


เราใช้เวลาที่ทุ่งปากพลีพอสมควร ก็ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางไม่ไกลจากตัวเมืองนครนายก ได้เห็นพระอาทิตย์กำลังตกดิน ดวงโต และแสงสวยบนท้องฟ้า เด็กชายตัวน้อยได้ถ่ายภาพสวยๆ นี้จากบนรถ กว่าจะถึงกรุงเทพฯ ก็ได้เวลาอาหารมื้อเย็น เมื่อมาถึงบ้านของอาจารย์ปุ้ม เราก็อุ่นอาหารที่เหลือจากมื้อกลางวันทานเป็นมื้อเย็น ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

แม้ว่าทริปนี้จะไม่ได้เจอนกมากมาย แต่พวกเราก็ได้มีความสุขกับธรรมชาติอีกวัน


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2559

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน DM KM Facilitator



ความเห็น (0)