"แม่อาจไม่ได้มีทุกอย่างเหมือนแม่คนอื่น แต่แม่ก็จะพยายามทำให้ลูกมีเหมือนคนอื่น" ... (คำตอบหนึ่งจากข้อสอบปลายภาค ๑/๒๕๕๙)

นักศึกษาอีกคนหนึ่งเขียนคำตอบในข้อสอบปลายภาค ๑/๒๕๕๙
เสมือนวิเคราะห์กระบวนการสอนของผมได้เห็นภาพ
และแสดงความรู้สึกออกมาได้อย่างชัดเจน

(นักศึกษาเป็นเอกภาษาไทย ชั้นปีที่ ๑)



เมื่อถามผลสะท้อนถึงเรื่อง "พ่อแม่และครอบครัว"

"... ตอนแรกที่เข้ามาเรียน คือ ต้องการเรียนสาขาใด คณะใดก็ได้ที่จบไปแล้วต้องมีงานทำ เพราะแม่มักบอกเสมอว่า ตั้งใจเรียน จะได้ไม่ต้องมาลำบากเหมือนแม่ ตอนนั้นคือ จะทำยังไงก็ได้ให้เรียนให้จบและสามารถดูและพ่อแม่ได้ แต่บางทีเราก็ทำได้แค่คิด เพราะเรายังไม่ได้เปลี่ยนการกระทำของตัวเรา แต่หลังจากได้เรียนกับอาจารย์ คือ ความคิดต่าง ๆ ก็เริ่มที่จะกลายมาเป็นความจริง ตอนแรกคิดถึงแต่ตัวเอง แต่ตอนนี้กลับคิดถึงคนที่ส่งเสียเราเรียนมากกว่า เพราะถ้าเรียนจบไป ใบปริญญาไม่ได้เป็นของเราแค่คนเดียว แต่มันเป็นความภาคภูมิใจของพ่อแม่ เพระาฉะนั้นเราจึงได้รู้ว่า ครอบครัวของเรานั้นสำคัญที่สุด

เมื่อก่อนเคยคิดว่า ถ้าเราเรียนจบ พ่อแม่ก็จะสบาย กลัวถ้าพ่อแม่อยากสบาย ทำไมไม่ให้เราทำงานหาเงินเลี้ยงท่านเลย แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า ทำไมท่านทั้ง ๒ จึงอยากให้เราเรียน ทำไมท่านถึงยอมลำบากเพื่อหาเงินให้ลูกใช้ และตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วที่แม่พูดเสมอว่า แม่อาจไม่ได้มีทุกอย่างเหมือนแม่คนอื่น แต่แม่ก็จะพยายามทำให้ลูกมีเหมือนคนอื่น เข้าใจแล้วว่า แม่พูดทำไม เข้าแล้วว่ายอมลำบากทำไม เพราะแม่รักลูกของแม่ เพราะฉะนั้นทัศนคติที่มีในทางลบกับแม่หรือวิธีคิดเดิม ๆ จึงหายไป ..."


(นั่นแหละ ตัวเองต้องเปลี่ยนตัวเอง)




เมื่อถามผลสะท้อนถึงเรื่อง "อาจารย์ฺประจำวิชา"

"... ครั้งแรกคิดว่า ทำไมอาจารย์ให้งานเยอะมาก แล้วก็ให้เวลาทำแค่นิดเดียว คะแนนก็น้อย แต่หลังจากที่อาจารย์ได้ให้ข้อคิดฝากไว้ในคาบเรียนคาบสุดท้ายนี้ ทำให้เข้าใจมากขึ้น เข้าใจว่า ทำไมอาจารย์ถึงทำแบบนี้ เพราะอาจารย์ต้องการทำให้เราทำงานเป็น และสามารถนำไปใช้ได้ และสิ่งที่อาจารย์สอน ห้องอื่นก็ไม่ได้ทำ ทำให้หนูคิดว่า ห้องของหนูมีความสามารถเหนือกว่าห้องอื่น ๆ และทำงานต่าง ๆ ออกมาได้ดีกว่าห้องอื่น ๆ ด้วย และหนูชอบที่อาจารย์พูดทิ้งท้ายว่า

เกรด C ของอาจารย์อาจจะเทียบได้กับเกรด A ของห้องอื่นก็ได้

ทำให้หนูไม่เสียใจเลยที่ได้เรียนกับอาจารย์

ขอบคุณค่ะ ..."


(มีอาจารย์สอนวิชาเดียวกันอยู่ ๕ คน คนที่ตอบสิ่งที่ได้ได้ดีที่สุด ก็คือ นักศึกษา)




และผลสะท้อนที่ถามถึงเรื่อง "การลงมือผลิตสื่อการเรียนการสอน"

"... สิ่งที่อาจารย์ให้ผลิตนั้น สามารถนำไปให้ได้จริงในการเรียนการสอนต่าง ๆ ทำให้สื่อต่าง ๆ ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการเรียนรู้จริง ปฏิบัติจริง และทำให้เกิดสื่อได้จริง มีการผลิตสื่อออกมาอย่างถูกต้อง และสามารถนำไปใช้ได้ แต่ในตอนแรกคิดว่า อาจารย์ให้ทำไปทำไม ห้องอื่นไม่เห็นจะได้ทำเลย แต่พอลองนำที่อาจารย์สอนไปทำในวิชาอื่น ๆ จึงเกิดการเปรียบเทียบสื่อที่ห้องอื่น ๆ ได้ผลิตออกมา ทำให้รู้เลยว่า ของเราเหนือกว่าของเค้าเยอะเลย ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กับสื่ออื่น ๆ ที่ได้รับมาจากการเรียนวิชาอื่น ๆ ที่บางทีก็ผลิตสื่อได้ออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ทำให้เข้าใจว่า ทำไมอาจารย์ถึงให้เราทำ เพราะบางสิ่งที่อาจารย์สอนทำให้เราอยู่เหนือกว่าผู้อื่นโดยที่เราไม่รู้ตัว และสามารถนำทักษะต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ในชีวิตจริง ในการเรียนการสอน และในปีต่อ ๆ ไปได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นหนูต้องขอขอบคุณอาจารย์มากเลยค่ะ ที่ให้โอกาสได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้ทำ และสามารถนำไปใช้ได้จริง ๆ ..."


(เขาจักค้นพบความรู้เหล่านั้นด้วยตัวของเขาเอง โดยที่เราไม่ต้องไปจับมือเขาทำ)




คำตอบทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่นักศึกษาเขาคิดเอง ตอบเอง
มันเป็นรางวัลของครูที่แท้จริง ที่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของเรา
โดยตัวของเขาเองได้

๔ เดือนอาจจะดูสั้นสำหรับการเปลี่ยนแปลงบางอย่างของลูกศิษย์
แต่ก็อาจจะเป็นความยาวนานสำหรับความพยายามของครูคนหนึ่ง

บุญรักษา ทุกท่าน ;)...



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มหาวิทยาลัยชายเขาของคนชายขอบ

คำสำคัญ (Tags)#แม่#ทัศนคติ#ความกตัญญู#การปรับเปลี่ยน#วสวัตดีมาร#wasawatdeemarn#ข้อสอบปลายภาค#เรียนเพืื่อใคร

หมายเลขบันทึก: 620243, เขียน: 15 Dec 2016 @ 00:40 (), แก้ไข: 15 Dec 2016 @ 00:57 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 5, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก


ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ชม หนาวใหม ครับท่าน

เขียนเมื่อ 

กำลังเย็นสบายครับ อาจารย์หมอ JJ ;)...

-สวัสดีครับ

-เย้ๆ ๆสุดยอดเลย..

-นักเรียนของผมก็เขียนเอาไว้แบบนี้ครับ 55

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ คุณครู เพชรน้ำหนึ่ง 555